หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEM ตอนที่ 22 – วิทยาศาสตร์กับความจริง

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิทยาศาสตร์กับความจริง

วิทยาศาสตร์เทียม (Pseudo-science) เป็นนานาความเชื่อ หรือปฏิบัติการที่ดูเหมือนว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ปราศจากความจริงที่เป็นรากฐาน (Foundation) ของวิทยาศาสตร์ รวมทั้งข้ออ้าง (Claim) ที่พิสูจน์ไม่ได้หรือยังรอการพิสูจน์ ดังตัวอย่างของบางคนที่ทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญยืนยัน (Assert) ว่า มนุษย์ต่างดาว (Alien) มีจริง

เขาเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวเคยมาเยี่ยมเยียนโลกนานมาแล้ว และสร้างอารยธรรมโบราณ (Ancient civilization) บนโลกใบนี้ แม้การยืนยันนั้นอาจเป็นการบันเทิงมากกว่า เพราะปราศจากประจักษ์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และแม้ไม่มีเหตุผลอันควร (Merit) ในทางปฏบัติ แต่วิทยาศาสตร์เทียมบางอย่างก็เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นจริงในบรรดาผู้คนทั่วไป

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มิใช่เป็นการรวบรวม (Collection) ความคิดเห็นส่วนบุคคล (Subjective Opinion) แต่เป็นการรวบรวมคำอธิบายเกี่ยวกับความจริงที่เที่ยงตรง (Objective) บนพื้นฐานของปรากฏการณ์ (Phenomenon) ที่สังเกตเห็นหรือพยากรณ์ได้ และคำอธิบายนั้นจะต้องตรวจสอบยืนยันได้ (Verified) ครั้งแล้วครั้งเล่า (Repeatedly)

เมื่อความสามารถทางเทคนิค (Technical ability) ในการสังเกตความจริง (Reality) เพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถเพิ่มพูนคุณภาพ (Quality) และปริมาณ (Quantity) ของการสังเกต (Observation) และข้อมูลที่ปรับปรุงขึ้นจากการสังเกต จะท้าทายคำอธิบายของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันได้ว่าเป็นการจำลองอย่างถูกต้อง (Correctly model) ของโลกแห่งความเป็นจริง

แต่มีบางปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา อันมีผลกระทบต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากร อาทิ อัตราเจริญพันธุ์ (Fertility) อัตราการตายของทารก (Infant mortality) และอายุคาด (Life expectancy) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ได้เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม (Cultural shift) หรือความก้าวหน้า (Advancement) ทางเทคโนโลยี

แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป สิ่งที่เคยอธิบายได้อาจไม่สอดคล้อง (Fit) กับความจริงจากการสังเกตอีกต่อไป ดังนั้น ทฤษฎีใหม่ๆ จึงก่อกำเนิดขึ้น ซึ่งจะได้รับการทดสอบว่าเป็นจริงหรือเท็จ ในขณะที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ความจริงที่แน่นอน (Absolute) ซึ่งถูกจำลองไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีวิทยาศาสตร์ (Scientific method) เป็นรากฐานในการพิสูจน์ทฤษฎีเพื่อค้นหาความจริงที่แน่นอน

นักวิทยาศาสตร์ (Scientist) เป็นผู้ที่ดำเนิน (Engaged) ในกิจกรรมที่เป็นระบบ (Systematic activity) ในการแสวงหาความรู้ (Acquire) ที่อธิบายและพยากรณ์โลกของธรรมชาติ ในคำนิยามที่แคบลง นักวิทยาศาสตร์หมายถึงผู้ที่ใช้วิธีการวิทยาศาสตร์ จนเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Expert) ในสาขาวิชาของวิทยาศาสตร์

บางคนเชื่อว่า เป็นเรื่องของ “พรสวรรค์” ที่คนเกิดมาเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative) หรือไม่ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างในอย่างหนึ่ง แต่ความจริงก็คือ นักวิทยาศาสตร์ส่วนมากเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ด้วย เพราะกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (Process of scientific research) ต้องอาศัยจินตนาการค่อนข้างมาก

นักวิทยาศาสตร์จึงอาจจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ (Humankind) เมื่อคำนึงถึงคุณประโยชน์ที่เขาสร้างไว้ (Contribution) ได้เพิ่มพูนความสมบูรณ์ (Enrich) ของชีวิตมนุษย์

แหล่งข้อมูล:

  1. Sawah, Rihab and Anthony Clark. (2015). The Everything STEM Handbook – Help Your Child Learn and Succeed in the Fields of Science, Technology, Engineering, and Math. Avon, MA: Adams Media.
  2. The Foundation of Science is Absolute Truth - http://www.icr.org/scientific-knowledge [2016, November 24].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน