หน้าหลัก » Blogs » ชั้นเรียนประถม – ประสมศาสตร์ประสานศิลป์ STEM ตอนที่ 86 – กลุ่มดาวฤกษ์

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


กลุ่มดาวฤกษ์

การมองขึ้นบนท้องฟ้าแล้วสังเกตเห็นดาวฤกษ์ (Star) และรูปแบบ (Pattern) ของมัน เป็นความสนุกสนานไม่น้อย และเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลก (ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อายุ เพศ หรือเผ่าพันธุ์ (Race) ใด) ล้วนนิยมชมชอบ รูปแบบของดาวฤกษ์ที่สังเกตเห็นจะไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง (Shape) นับพันๆ ปี (Millennia)

เมื่อชาวกรีกโบราณแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เขาสังเกตเห็นรูปแบบเดียวกับที่ชาวบาร์บิโลน (Babylonian) และชาวอียิปต์ (Egyptian) สังเกตเห็น ชาวกรีกโบราณได้ตั้งชื่อกลุ่มดาวฤกษ์ (Constellation) เท่าที่สังเกตเห็นในซีกเหนือของโลก (Norther hemisphere) ตามตำนานปรัมปรา (Mythological figure) และชื่อกลุ่มดาวฤกษ์ดังกล่าวยังอยู่ยงคงกระพันมาถึงปัจจุบัน กลุ่มดาวฤกษ์เท่าที่ปรากฏชื่อทั่วทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้มีทั้งหมด 88 กลุ่ม

ต่อไปนี้เป็นการทดลองเกี่ยวกับกลุ่มดาวฤกษ์ โดยมีวัสดุที่จำเป็นดังนี้ (1) เข็มทิศ (2) ผังท้องฟ้า (Sky chart) ที่แสดงเค้าโครง (Outline) ของกลุ่มดาวฤกษ์ที่รู้จักกันดี และ (3) ไฟฉายสีแดง

ขั้นตอนปฏิบัติ (Procedure) เริ่มต้นด้วยการให้เด็กแยกแยะรูปทรง (Shape) ของรูปแบบดาวฤกษ์ที่รู้จักกันในนาม “ดาวกระบวยใหญ่” (Big Dipper) (อันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวหมีใหญ่ [Ursa Major]) มีรูปร่างคล้ายกระบวยหรือทัพพี (Ladle) ซึ่งง่ายต่อการสังเกตเห็น และยังสว่างไสวเพียงพอให้เห็นแม้ในภาวะมลพิษเบาบาง (Light pollution)

พาเด็กออกไปนอกบ้านในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ประมาณ 21 – 22 นาฬิกา ช่วยเด็กค้นหาทิศเหนือ โดยใช้เข็มทิศ แหงนหน้าขึ้นมองขอบฟ้า (Horizon) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ค่อยๆ จ้องมอง (Gaze up gradually) เพื่อค้นหา “ดาวกระบวยใหญ่”

กลุ่มดาวฤกษ์ถัดไปที่จะช่วยเด็กค้นหาตำแหน่งบนผังท้องฟ้า คือ “ดาวนายพราน” (Orion) ซึ่งมีดาวฤกษ์ 3 ดวงที่เรียงรายทแยงมุม (Lined up diagonally) อยู่ใกล้กัน ตามตำนาน (Legendary) ปรัมปรากรีกเรื่องนายพรานล่าสัตว์ (Hunter) ดาวฤกษ์ทั้ง 3 รวมตัวกันเป็นทิวแถว (Belt) ส่วนเวลาที่มองเห็น (Visible) ง่ายที่สุดคือ ฤดูหนาว โดยให้เด็กมองหามันที่ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้เวลาประมาณ 21 นาฬิกา ช่วงต้นเดือนธันวาคม

กลุ่มดาวฤกษ์ถัดไปที่จะช่วยเด็กค้นหาตำแหน่งบนผังท้องฟ้า คือ “ดาวหงส์” (Cygnus) ซึ่งมีดาวฤกษ์รวมตัวกันเป็นรูปหงส์ (Swan) หรือไม้กางเขน (Cross) และมักรู้จักกันในนาม “ไม้กางเขนเหนือ” (Northern Cross) ส่วนเวลาที่มองเห็นง่ายที่สุดคือปลายฤดูร้อน ช่วงปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน โดยให้เด็กมองหามันเกือบตรงศีรษะ (Overhead) ในเวลา ประมาณ 21 – 22 นาฬิกา

กลุ่มดาวฤกษ์สุดท้ายที่จะช่วยเด็กค้นหาตำแหน่งบนผังท้องฟ้า คือ “ราชินี” (Cassiopeia) ซึ่งตั้งชื่อตามราชินีในตำนานปรัมปรากรีก ง่ายต่อการค้นหา เพราะมันดูเหมือนตัว W หรือ M ซึ่งเป็นกลุ่มดาว “ค้างฟ้า” [ไม่เคยตก] ตลอดปี ส่วนเวลาที่มองเห็นง่ายที่สุดคือ ช่วงปลายเดือนตุลาคม ณ ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในเวลาประมาณ 20 – 21 นาฬิกา

แหล่งข้อมูล:

  1. Sawah, Rihab and Anthony Clark. (2015). The Everything STEM Handbook – Help Your Child Learn and Succeed in the Fields of Science, Technology, Engineering, and Math. Avon, MA: Adams Media.
  2. Constellations - https://en.wikipedia.org/wiki/Constellation. [2018, February 15].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน