หน้าหลัก » Blogs » ดนตรีกับพัฒนาการด้านการเรียนรู้ (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ดนตรีกับพัฒนาการด้านการเรียนรู้

ดนตรีนั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้ และนำมาเป็นสื่อการสอนตามแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็ว ในตอนนี้ผู้เขียนจะพูดถึงแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ 2 ทฤษฎี ซึ่งเมื่อปรับใช้กับดนตรีแล้วจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

1. ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences)

ในปี 1983 ศาสตราจารย์ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด (Harvard University) ได้นำเสนอทฤษฎีพหุปัญญาที่เขาใช้เวลาศึกษานานหลายปี ทฤษฎีนี้แย้งว่าความฉลาด (Intelligence) นั้น ไม่ได้เป็นองค์รวม หากแต่แบ่งออกเป็น 9 ด้าน คือด้านมิติ ( visual-spatial) ด้านภาษาศาสตร์ (linguistic) ด้านตรรกะ (logical-mathematical) ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (bodily-kinesthetic) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ( interpersonal) ความฉลาดภายในตน (intrapersonal) ด้านดนตรี (musical) ด้านธรรมชาติ (naturalist) และความฉลาดในการหยั่งรู้ระดับสติปัญญาขั้นสูง (Existential Spiritual Intelligence)

ดนตรีสามารถพัฒนาความฉลาดด้านต่างๆ ได้แทบทุกข้ออย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเล่นดนตรี ความเข้าใจในความสามารถด้านภาษา ตรรกะ และการใช้พื้นที่จะได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่จากการอ่านโน้ตและจังหวะในการเล่นดนตรี เพราะต้องสมองในหลายส่วนทำงานไปพร้อมๆกันเพื่อประมวลผลอย่างรวดเร็ว ว่าตัวโน้ตที่กำลังอ่านอยู่คือโน้ตใด มีการกำหนดจังหวะอย่างไร และจะเล่นอย่างไรเพื่อสื่ออารมณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความฉลาดทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย และทางดนตรี เมื่อเล่นดนตรีร่วมกันเป็นวง จะพัฒนาความสามารถทางมนุษย์สัมพันธ์และความเข้าใจในตนเอง คือต้องเล่นในส่วนที่ตัวเองเล่นให้ดีที่สุด และเล่นให้เข้าวงอย่างไรจึงจะไพเราะ ส่วนระดับปัญญาขั้นสูงนั้น เกิดขึ้นได้เมื่อเล่นดนตรีซึ่งดนตรีช่วยให้เกิดสมาธิ

2. การเรียนรู้เชิงเร่งรัด (Accelerated learning - AL)

ช่วงทศวรรษที่ 1960 ดร.จอร์จิ โลซานอฟ (Georgi Lozanov) และ ดร. อีเวลีนา กัทเทวา (Evelyna Gateva) ได้ค้นคว้าวิธีที่จะช่วยเพิ่มความจำด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการนำดนตรีมาใช้ในชั้นเรียนซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เทคนิคการสอนหลายวิธีที่นำมาใช้ในชั้นเรียนในปัจจุบัน เช่น การเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต การเรียนรู้ผ่านเกม การเรียนการสอนโดยใช้ดนตรีเป็นบรรยากาศ ซึ่งเป็นการพัฒนาด้านการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ล้วนก่อกำเนิดมาจากงานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่านนี้

การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบ AL ซึ่งจะบรณาการความรู้ทั้งหลาย คือ Physical Environment หรือ สภาพแวดล้อมในการเรียน เช่น อุณหภูมิและแสงสว่างในห้องเรียน การจัดที่นั่ง Music หรือการใช้เสียงดนตรี เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลายและเกิดความสนใจ Peripherals สิ่งที่อยู่รอบๆ เช่น โปสเตอร์ ภาพ ที่ติดในชั้นเรียน Teacher / Facilitator หรือผู้สอน/ ฝึกสอน ควรใช้น้ำเสียง (แหลม ทุ้ม ดัง หรือ ค่อย) เพื่อเน้นถึงความสำคัญของเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ Positive Atmosphere หรือบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น บรรยากาศที่เป็นมิตร หรือ บรรยากาศที่สนุก

Art and Drama หรือการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว การเล่นละคร ที่นำมาใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้

สุดท้ายคือ Active and Passive Concerts กล่าวคือ Active Concert จะใช้การกระตุ้นให้ผู้เรียนตื่นตัวในการเรียนรู้ ส่วน Passive Concert จะเป็นการใช้เสียงเพลงหรือเทคนิคการสอนที่ให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งทั้งสองแบบจะทำให้ผู้เรียนมีความจำดีขึ้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Music and Learning: Integrating Music in the Classroom http://education.jhu.edu/PD/newhorizons/strategies/topics/Arts%20in%20Education/brewer.htm [November 29, 2013]
  2. Suggestopedia http://en.wikipedia.org/wiki/Suggestopedia [November 29, 2013]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน