หน้าหลัก » Blogs » ตัวเล็กๆ ก็เจ็บได้เท่าผู้ใหญ่ (ตอนที่ 2 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตัวเล็กๆ ก็เจ็บได้เท่าผู้ใหญ่

จากตอนที่แล้ว งานวิจัยของมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดแสดงให้เห็นว่า เด็กเล็กๆ รู้สึกถึงความเจ็บปวดและสามารถแสดงความเจ็บปวดได้ตั้งแต่แรกเกิด อันที่จริงแล้ว ทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทารกที่คลอดก่อนกำหนด จะไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดมากกว่า เพราะสามารถทนต่อความเจ็บปวดได้น้อยกว่า จะเห็นได้ว่า ทารกแรกคลอดนั้น สามารถมีปฏิกิริยาทันทีเวลาที่แพทย์ใช้นิ้วมือกรีดเท้า

การประเมินความเจ็บปวดในเด็กแรกเกิดต้องอาศัยการสังเกตปฏิกิริยาทางพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ เพราะเด็กแรกเกิดสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความเจ็บปวดแล้ว และจะแสดงออกได้ว่าเขามีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดนั้นๆ เมื่อมีอายุได้ 4-6 เดือน ทารกที่ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่องจะมีปฏิกิริยาทางพฤติกรรมต่อความเจ็บปวดนั้นๆ ต่างไปจากเดิม

ดังนั้น การประเมินความเจ็บปวดในทารกที่ดีที่สุดคือ การสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ทารกที่รู้สึกเจ็บจะแสดงออกทางสีหน้า การเคลื่อนไหวของแขนและขา และการร้องไห้ หรืออาจพยายามปกป้องส่วนของร่างกายที่เขารู้สึกเจ็บ นอกจากนั้น การเปลี่ยนแปลงในการรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหว และการนอนหลับ ยังเป็นตัวชี้วัดความเจ็บปวดได้อีกด้วย

การแสดงออกทางสีหน้าถือเป็นตัวชี้วัดทางปฏิกิริยาต่อความเจ็บปวดที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกวัย หน้าตาเหยเก หลับตาปี๋ ปากอ้าออกเต็มที่ พร้อมทั้งลิ้นที่บิดเกร็ง เป็นการแสดงออกส่วนใหญ่ว่าเจ็บปวด

ทารกร้องไห้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น รู้สึกหิว โกรธ หรือกลัว แต่การร้องไห้จากความเจ็บปวดนั้นต่างจากสาเหตุอื่นๆ การร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดนั้นจะมีโทนเสียงสูง หนักแน่น รุนแรง สั้น และดัง อย่างไรก็ตาม บางครั้งการที่เด็กไม่ร้องไห้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึกเจ็บ ทารกที่รู้สึกเจ็บปวดมากอาจไม่ร้องเลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาเล็กมากหรือคลอดก่อนกำหนด เพราะอาจไม่มีแรงพอที่จะร้องไห้ออกมา ส่วนเด็กที่โตขึ้นมาอีกหน่อย อาจจับหรือดึงส่วนของร่างกายที่เขารู้สึกเจ็บ หรืออาจเดินสะบัดตัวไปมา หรือเตะ และพยายามจะหนีห่างจากสิ่งที่ทำให้เขาเกิดความเจ็บปวด

แม้ว่าปฏิกิริยาทางกายเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เด็กส่วนใหญ่ทำ แต่สำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือเด็กที่ยังเล็กอยู่มาก อาจไม่ขยับเขยื้อนเลยก็ได้ การนอนเฉยๆ เป็นปฏิกิริยาต้านความเจ็บปวดในเด็กโตที่พักฟื้นจากการผ่าตัดได้ด้วยเช่นกัน เพราะเขาทราบว่าหากขยับเขยื้อนมากอาจทำให้เจ็บกว่าเดิม

การประเมินความเจ็บปวดในเด็กจากการสังเกตนั้น ต้องใช้ทักษะและความเข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็กพอสมควร เพราะเหตุนี้ จึงต้องใช้การประเมินและการวัดระดับความเจ็บปวดที่หลากหลาย

ตัวชี้วัดทางสรีระ รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ความดันโลหิต สีผิว การอาเจียน เหงื่อออก ม่านตาที่หดหรือขยาย นับเป็นสิ่งที่นำมาประเมินว่าเด็กมีความเจ็บปวดหรือไม่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดเหล่านี้อาจมาจากสาเหตุอื่น เช่น ความเครียด ความกลัว หรือความกังวล และตีความยากกว่าปฏิกิริยาที่แสดงออกมาทางพฤติกรรม อย่างไรก็ตาม การประเมินด้วยตัวชี้วัดทั้งทางด้านพฤติกรรมและสรีระไปพร้อมๆ กันนั้น มีประโยชน์มากในการประเมินความเจ็บปวดในทารกในภาพรวม

แหล่งข้อมูล:

  1. Dionne, Kim. (2009). Assessing Babies (From Newborns to One Year). About kids health. http://www.aboutkidshealth.ca/En/ResourceCentres/Pain/PainAssessment/PainAssessmentbyAge/Pages/Assessing-Babies-from-newborns-to-one-year.aspx
  2. Meighan, Kimberley. (2009). Pain Resource Centre. About kids health. http://www.aboutkidshealth.ca/en/resourcecentres/pain/pages/default.aspx.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน