หน้าหลัก » Blogs » “ติดเกม” ความจริงที่น่ากลัว (ตอนที่ 4 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมองว่าเกมมีอันตรายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับอันตรายในโลกจริง เพราะเด็กยังอยู่ที่บ้าน เรารู้ว่าเขากำลังทำอะไร และเล่นอะไร แต่วีดีโอเกมสามารถทำลายชีวิตเด็กได้ เด็กที่เล่น 4 - 5 ชั่วโมงต่อวันจะมีเวลาในการเข้าสังคม ทำการบ้านและเล่นกีฬาที่น้อยลง

ทั้งนี้ ทั่วโลกได้มีรายงานการเสียชีวิตซึ่งเป็นผลจากการเล่นเกมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพลอยเสียชีวิตไปด้วยหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น ในจีนมีรายงานว่ามีผู้เล่นอายุ 30 ปีเสียชีวิตหลังจากที่เล่นเกมติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เด็กชาวจีนที่ฆ่าตัวตายและเขียนจดหมายลาตายว่าจะไปเล่นเกมกับเพื่อนในสวรรค์ เด็กอเมริกันที่ยิงแม่จนเสียชีวิตเพราะเลียนแบบการฆ่าจากเกม หรือแม้แต่ในเม็กซิโกที่แม่มัวแต่เล่นเกม ปล่อยให้ลูกสาวอายุ 3 ขวบครึ่ง เสียชีวิตเนื่องจากการขาดอาหารและน้ำ

การรักษาผู้ติดเกมควรรักษาในลักษณะเดียวกับการติดสิ่งเสพติดต่างๆ เช่นเดียวกับการติดสิ่งเสพติด ผู้เล่นเกมมักพยายามที่จะหนีปัญหาชีวิตไปเล่นเกมวีดีโอ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นผู้ชายที่พยายามจะหนีจากปัญหาการปรับตัวในวัยรุ่นไปยังโลกที่เขาสามารถควบคุมได้ ซึ่งก็คือเกม

การรักษาอาการติดเกมไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เนื่องจากเราไม่สามารถหันหน้าหนีเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เด็กต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำการบ้านและติดต่อกับเพื่อนฝูง ผู้ปกครองจำเป็นต้องจำกัดเวลาในการเล่นเกม นั่นก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในห้องนั่งเล่นหรือสถานที่ที่ทุกคนในบ้านเห็น และที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ปกครองควรช่วยเด็กในการหาทางเลือกอื่นแทนที่วิดีโอเกม ควรพยายามให้เด็กเล่นกีฬา ร่วมชมรมของโรงเรียน หรือเล่นกับเพื่อนนอกบ้าน

บางประเทศอย่างเกาหลีใต้ จีน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของการติดเกม จนมีการตั้งศูนย์บำบัดรักษาผู้ที่ติดเกม เนื่องจากการวิจัยทางคลีนิกยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและผลการวิจัยยังไม่สมบูรณ์ การรักษาผู้ที่ติดเกมนั้นจึงอาศัยหลายวิธีร่วมกัน เช่น จิตเภสัชวิทยา (Psychopharmacology) และจิตบำบัด (Psychotherapy) เป็นต้น

Keith Bakker ผู้อำนวยการของบริษัทให้คำปรึกษา Smith & Jones Addiction Consultants ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การรักษาคนติดเกมก็คล้ายๆ กับการล้างสารพิษเสพติดอื่นๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างกันก็คือ เพราะคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันที่เราต้องพบเจอ

ดังนั้น จึงยากเป็นการยากสำหรับคนติดเกมที่จะเลิกได้เมื่อเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ เขาจึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีความรับผิดชอบ นั่นคือ ไม่ใช้เล่นเกม [แต่อย่างเดียว] นอกจากนี้ยังกล่าวเปรียบเทียบว่า การจำกัดเวลาเล่นเกมวันละชั่วโมงก็เหมือนกับคนที่ติดเหล้าแล้วหันไปดื่มเบียร์แทน

Bakker กล่าวว่าส่วนที่ยากที่สุดในการรักษาคนติดเกมก็คือ ความยากของการแสดงออกกับคนอื่นว่าเขากำลังมีปัญหา เพราะไม่มีใครถูกส่งเข้าคุกเนื่องจากการอยู่ใต้อำนาจของเกม

เขากล่าวอีกว่า จุดสำคัญของการรักษาก็คือ ต้องแสดงให้คนเล่นเกมเห็นว่าเขาไม่มีอำนาจเหนือเกม แล้วสอนให้เห็นว่าความน่าตื่นเต้นในชีวิตจริง (Real-life excitement) นั้นตรงข้ามกับความน่าตื่นเต้นทางออนไลน์ (Online excitement)

แหล่งข้อมูล:

  1. Video game addiction. http://www.video-game-addiction.org/physical-consequences.html [2013, June 22].
  2. Video game addiction. http://en.wikipedia.org/wiki/Video_game_addiction [2013, June 22].
  3. Video Game Addiction No Fun. http://www.webmd.com/mental-health/features/video-game-addiction-no-fun [2013, June 22].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan