หน้าหลัก » Blogs » ต้นเหตุลูกหลับยากและวิธีช่วยให้หลับง่ายขึ้น (ตอนที่ 2 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ต้นเหตุลูกหลับยากและวิธีช่วยให้หลับง่ายขึ้น

ปัญหาการนอนหลับในเด็กมีหลายรูปแบบ เช่น การไม่ยอมเข้านอน การนอนหลับยาก การตื่นกลางดึก และการนอนไม่เพียงพอ

พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นด้วยการกำหนดกิจวัตรการเข้านอน ปฏิบัติตามกิจวัตรนั้นให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ การกำหนดกิจวัตรเช่นนี้จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของลูกพร้อมที่จะเข้านอน เด็กๆ จะหลับได้ง่ายขึ้นเมื่อได้เข้านอนเวลาเดิมทุกคืน และมีแนวโน้มที่จะตื่นเป็นเวลาด้วย ทั้งนี้ พ่อแม่ต้องไม่หวั่นไหวถ้าลูกยังห่วงเล่นเมื่อใกล้เวลาเข้านอน

กิจวัตรการเข้านอนเช่นนี้จะให้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มด้วยเวลาสงบสบายประมาณ 30-60 นาที โดยให้ลูกอยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือสิ่งอื่นใดที่กระตุ้นสมองมากจนเกินไป อาจเริ่มจากให้ลูกอาบน้ำ สวมชุดนอน ดื่มน้ำหรือนม แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ อ่านหนังสือก่อนนอน หอมแก้มราตรีสวัสดิ์ หรี่ไฟในห้องนอนลง และหากลูกแยกห้องนอนแล้ว ก็ให้พ่อแม่เดินออกจากห้องหลังจากหรี่ไฟลง กำหนดข้อจำกัดว่าให้ลูกทำอะไรได้บ้างในช่วงเวลานั้น พิจารณาเวลาที่จะหรี่หรือดับไฟในห้องให้เหมาะสม ขั้นตอนดังกล่าวจะช่วยให้เด็กๆหลับได้เพียงพอ และตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ส่งผลให้มีความประพฤติที่ดีขึ้น

กำหนดเวลาปิดไฟจะขึ้นอยู่กับความต้องการในการนอนของลูก และขึ้นอยู่กับเวลาตื่นของลูกด้วย เช่น ถ้าลูกต้องนอนทั้งหมด 11 ชั่วโมงต่อวัน และต้องตื่นนอนในเวลา 7.00 น. เวลาปิดไฟเข้านอนก็คือเวลาประมาณ 20.00 น.

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หลายท่านอาจวางกิจวัตรการเข้านอนให้ลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังหลับยากอยู่ วิธีดังต่อไปนี้อาจช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้น

  1. ต้องให้แน่ใจว่าลูกเตรียมตัวเข้านอนด้วยวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายและพร้อมที่จะนอน ให้พ่อแม่ลองคิดดูว่าสิ่งใดที่ควรหรือไม่ควรมีในห้องนอนบ้างเพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและสิ่งนั้นต้องไม่กระตุ้นลูกเกินไปนัก
  2. ไม่ควรมีเสียงดังรบกวนการนอน เช่น เสียงจากโทรทัศน์ เป็นต้น
  3. หลังปิดไฟแล้ว ต้องให้แน่ใจว่าลูกไม่มีเรื่องราวที่ต้องนำกลับไปคิดก่อนนอน พ่อแม่สามารถสอนให้ลูกกำหนดลมหายใจ หรือทำกายบริหารเพื่อผ่อนคลาย เพื่อเบี่ยงเบนความคิดและทำให้ใจเย็นขึ้น ลูกจะหลับง่ายขึ้น ช่วงเวลาที่สงบปราศจากเครื่องมือทางเทคโนโลยีมารบกวนนั้นช่วยให้หลับง่ายขึ้น การฟังเพลงเบาๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน
  4. ไม่ควรให้ลูกเข้านอนเร็วหรือดึกเกินไป เพราะจะทำให้หลับยากได้ทั้งคู่ ให้สังเกตว่าลูกมีอาการง่วงเมื่อใด เนื่องจากเป็นสัญญาณว่าลูกพร้อมเข้านอนแล้ว จะสังเกตได้ว่าลูกจะนอนดึกขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นด้วย
  5. พยายามอย่าให้ลูกนอนหลับต่อเมื่อมีพ่อแม่อยู่ด้วยเท่านั้น ลูกควรเรียนรู้ที่จะหลับได้เองโดยไม่ต้องมีพ่อแม่กล่อม
  6. หากลูกกลัวความมืด ให้หรี่ไฟไว้ ไม่ต้องปิดไฟให้มืดสนิท เมื่อลูกตื่นกลางดึกก็จะรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ใด และรู้สึกปลอดภัย อาจหาตุ๊กตาหรือสิ่งที่ทำให้ลูกรู้สึกอุ่นใจ เช่น ตุ๊กตาหมี ให้ลูกกอดนอนด้วย จะช่วยให้ลูกไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

วิธีต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกนอนหลับง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ยังไม่แน่ใจว่าลูกมีปัญหาการนอนหลับ หรือรู้สึกว่าจัดการกับปัญหาการนอนหลับของลูกไม่ได้ ให้พบแพทย์ เพราะเด็กบางคนอาจต้องให้แพทย์ช่วยให้นอนหลับง่ายยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล:

  1. Behavioral Sleep Problems in School Aged Children http://sleephealthfoundation.org.au/pdfs/Behavioural%20Sleep%20Problems%20in%20Children.pdf [May 7, 2014]
  2. Body Clock May be To Blame When Kids Fight Sleep, University of Boulder Research Suggests http://www.news.com.au/lifestyle/health/body-clock-may-be-to-blame-when-kids-fight-sleep-university-of-boulder-research-suggests/story-fneuz9ev-1226792269702 [May 7, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul