หน้าหลัก » Blogs » ทดสอบเด็กไทย ในระดับโลก (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การทดสอบของ PISA ได้รับการพัฒนาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 และเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2543 การประมวลผลลัพธ์ ใช้เวลาประมาณปีครึ่ง และตีพิมพ์ผลลัพธ์ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 การเปิดเผยข้อมูลดิบและรายงานทางเทคนิค ตลอดจนคู่มือข้อมูลเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 หลังจากนั้น จะเข้าสู่กระบวนการนี้ซ้ำทุกๆ 3 ปี โดยที่ทุกๆ ครั้งของวงจร PISA จะใช้เวลาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ โดยครอบคลุม 3 วิชา กล่าวคือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน

ในการคัดเลือกตัวอย่างนั้น PISA พิจารณาเฉพาะนักเรียนระหว่างอายุ 15 ปีกับ 3 เดือน ถึงอายุ 16 ปี กับ 2 เดือน ณ จุดเริ่มต้นของช่วงระยะเวลาทดสอบ และจะทดสอบนักเรียนที่อยู่โรงเรียนเท่านั้น ไม่ทดสอบนักเรียนที่อยู่ในการศึกษาโดยครอบครัว (Home-school) ตามข้อกำหนดของ OECD แต่ละประเทศที่เข้าร่วมทดสอบจะต้องคัดเลือกตัวอย่างนักเรียนในวัยดังกล่าวไม่น้อยกว่า 5,000 คน

ในประเทศเล็กๆ อย่างไอซ์แลนด์ และ ลักเซ็มเบอร์ก ซึ่งมีนักเรียนวัยดังกล่าว ต่ำกว่า 5,000 คนต่อปี ก็จะรวมนักเรียนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน (Cohort) ทั้งหมดเข้าทดสอบ ในบางประเทศขอใช้ตัวอย่างที่ใหญ่กว่าข้อกำหนด เพราะต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างภาคต่างๆ ของประเทศ

นักเรียนแต่ละคนที่เข้าทดสอบ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง ในการทำแบบข้อสอบ มีทั้งส่วนที่เป็นปรนัยแบบเลือกข้อ (Multiple-choice) และแบบเติมคำตอบที่ถูกต้อง แต่นักเรียนแต่ละคนไม่ต้องเข้ารับการทดสอบในทุกๆ ส่วน หลังการทดสอบการรับรู้ (Cognitive test) นักเรียนใช้เกือบ 1 ชั่วโมงในการตอบแบบสอบถาม (Questionnaire) ในเรื่องภูมิหลังของนักเรียน อาทิ นิสัยการเรียนรู้ แรงจูงใจ และครอบครัว

ผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ต้องกรอกแบบสอบถาม สาธยายถึงข้อมูลประชากรศาสตร์ (Demographics) การแสวงหาแหล่งเงินทุนของโรงเรียน (Funding) ฯลฯ ในบางประเทศ PISA ได้เริ่มต้นทดลอง (Experimentation) กับการทดสอบการปรับตัวให้เข้ากับคอมพิวเตอร์ (Computer adaptive testing)

ประเทศต่างๆ ได้รับอนุญาตให้รวมข้อสอบ PISA เข้ากับการทดสอบแห่งชาติ (National tests : NT) อาทิ เยอรมัน กำหนดว่า ในวันหลังการทดสอบแห่งชาติ นักเรียนต้องทดสอบ PISA-E (E=Ergänzung หรือส่วนเสริม) ขณะที่นักเรียนเยอรมันเพียง 5,000 คน เข้าทดสอบทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติ (NT) ยังมีนักเรียนที่เข้าทดสอบในระดับชาติ (NT) อีก 45,000 คน การมีตัวอย่างขนาดใหญ่นี้ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ที่แยกประเภทเป็นรัฐสหพันธ์ (Federal states)

ASTV ผู้จัดการ LIVE ให้ความคิดเห็นในหัวข้อ “มหากาพย์ปฏิรูประบบการศึกษา” ว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาประเทศคือระบบการศึกษา ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ไทยมีความพยายามจะปฏิรูประบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยความพยายามครั้งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ระบบการศึกษาที่เน้นการทำกิจกรรมรวมกลุ่ม เพื่อให้เด็ก “คิดเป็น” มากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นไปในทางที่เลวร้ายลง ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า มาจากวัฒนธรรมการศึกษาของไทยและครูไทยที่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้ตรงตามหลักการอย่างแท้จริง ดังนั้น การศึกษาไทยจึงมุ่งสู่วิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ จากผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (NT) ที่ชี้ชัดว่า นักเรียนไทยส่วนใหญ่มีความรู้ต่ำกว่ามาตรฐานในทุกรายวิชา

แหล่งข้อมูล

  1. การศึกษาไทย ประชานิยมฉบับควายเซ็นเตอร์! - http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000012563 [2013, February 4].
  2. Programme for International Student Assessment - http://en.wikipedia.org/wiki/Programme_for_International_Student_Assessment [2013, February 4].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน