หน้าหลัก » Blogs » ทักษะเด็กไทย ในอนาคต (ตอนที่ 6)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นายภาวิช ทองโรจน์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เปิดเผย เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงโครงสร้างหลักสูตรใหม่ เพื่อรองรับการสร้างทักษะที่ต้องการจะเห็นในเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 แต่เป็นสิ่งที่เด็กไทยยังขาดอยู่ และ 1 ใน 3 ของทักษะพื้นฐานดังกล่าว ก็คือทักษะของความคิดและความสามารถในการสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) หมายถึงปรากฏการณ์ (Phenomenon) ซึ่งก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่า (Value) อาทิ วรรณกรรม (Literary works) ภาพสี (Painting) หรือการประพันธ์ดนตรี (Musical composition) คำตอบโจทย์ (Solution) และสิ่งประดิษฐ์ (Invention) อีกมิติหนึ่งความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวข้องกับการกำเนิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ (Novel) ที่มีประโยชน์ใช้สอย

ความคิดสร้างสรรค์ยังรวมถึงกระบวนการต่าๆ ในการผลิตสิ่งริเริ่มเป็นครั้งแรก (Original) และควรค่า (Worthwhile) อันที่จริง ความคิดสร้างสรรค์เป็นแรงกระตุ้น (Impetus) และแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ (Creation) และเป็นที่เข้าใจกันว่า เกี่ยวข้องกับสติปัญญา (Intelligence) และการรับรู้ (Cognition)

ขอบเขตของความสนใจเชิงวิชาการ (Scholarly) ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ได้รวมถึงนิยามและวิธีการหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับนานาสาขาวิชา อาทิ จิตวิทยา การศึกษา ปรัชญา (โดยเฉพาะปรัชญาทางวิทยาศาสตร์) เทคโนโลยี ศาสนศาสตร์ (Theology) สังคมวิทยา ภาษาศาสตร์ ธุรกิจ และและเศรษฐศาสตร์

ความคิดสร้างสรรค์ ยังรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับสติปัญญา ระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับกระบวนการทางจิตใจ (Mental) และประสาทวิทยา (Neurological) ระหว่างความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์กับประเภทของบุคลิกภาพ (Personality) ตลอดจนระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับสุขภาพจิต (Mental health)

นอกจากนี้ ความคิดสร้างสรรค์ยังครอบคลุมถึง ศักยภาพการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการศึกษาและการฝึกอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเอื้ออำนวยอรรถประโยชน์โดยเทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ทรัพยากรสร้างสรรค์ (Creative resources) เพื่อปรับปรุงประสิทธิผล (Effectiveness) ของกระบวนการการเรียนการสอน

ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ (เพื่อค้นหาว่า ทำไมบางคนจึงมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าผู้อื่น) ได้มุ่งเน้นปัจจัยครอบงำ (Dominant) 4 ประการ อันได้แก่ Process (กระบวนการ) Product (ผลิตภัณฑ์) Person (บุคคล) และสถานที่ (Place)

การมุ่งเน้นในเรื่องกระบวนการ แสดงออกมาในวิธีการรับรู้ (Cognitive) ที่พยายามอธิบายกลไกของความคิด (Thought mechanism) ที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และทฤษฎีที่กระตุ้นการแยกกระจาย (Divergent) ความคิด มากกว่าการรวมกระจุก (Convergent) ความคิด ส่วนการมุ่งเน้นในเรื่องผลิตภัณฑ์ สะท้อนออกมาในความพยายามวัดผลทางจิตวิทยาของความคิดสร้างสรรค์ (Psychometrics) และความคิดสร้างสรรค์ในกรอบของการส่งผ่านข้อมูลทางวัฒนธรรม (Memetics)

การมุ่งเน้นในเรื่องบุคคล คำนึงถึงอุปนิสัยเชิงปัญญา อาทิ การเปิดใจรับ ระดับกระบวนการสร้างความนึกคิด (Ideation) การพึ่งพาตนเอง (Autonomy) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) และพฤติกรรมนักสำรวจ (Exploratory behavior) ส่วนการมุ่งเน้นในเรื่องสถานที่ พิจารณาถึงสถานการณ์ที่หล่อเลี้ยงให้ความคิดสร้างสรรค์เจริญงอกเงย อาทิ ขอบเขตของการพึ่งพาตนเอง การเข้าถึงทรัพยากร และผู้เปิดปิดประตู (Gatekeeper) [กล่าวคือผูกำหนดโอกาส] ตลอดจนวิถีชีวิต Lifestyle) ที่สร้างสรรค์ อันเกิดจากพฤติกรรมและทัศนคติแบบนอกกรอบ (Non-conforming) รวมทั้งความยืดหยุ่น (Flexibility)

แหล่งข้อมูล

  1. คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตร วางเป้า 12 ทักษะ เด็กไทยในอนาคต - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1363769292&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, April 2].
  2. Creativity - http://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2013, April 2]. ].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน