หน้าหลัก » Blogs » ทักษะเด็กไทย ในอนาคต (ตอนที่ 7)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


วิธีการของ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ได้รับการพัฒนาและนำเสนอจากวงการวิชาการ (Academia)และอุตสาหกรรม (Industry) ดังนี้

  1. กำหนดจุดมุ่งหมาย และปณิธาน
  2. สร้างทักษะพื้นฐาน
  3. ส่งเสริมการแสวงหาความรู้สาขาเฉพาะ (Domain-specific knowledge)
  4. กระตุ้นและให้รางวัลความอยากรู้อยากเห็น (Curiosity) และการสำรวจ (Exploration)
  5. สร้างแรงจูงใจ โดยเฉพาะจากภายใน
  6. สนับสนุนความเชื่อมั่น และความเต็มใจกล้าเสี่ยง
  7. มุ่งเน้นความรอบรู้ (Mastery) และการแข่งขันกับตนเอง
  8. ส่งเสริมความเชื่อมั่นที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์
  9. สร้างโอกาสให้มีทางเลือกและการค้นหา (Discovery)
  10. พัฒนาทักษะการบริหารจัดการตนเอง
  11. สอนวิธีการและกลยุทธ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดผลงานสร้างสรรค์
  12. รักษาความสมดุล [กล่าวคือเดินสายกลาง]

บางคนเห็นระบบการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม (Conventional) เป็นอุปสรรค (Stifling) ต่อความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ในวัยก่อนเข้าโรงเรียนและวัยอนุบาล อันที่จริงการศึกษาในปฐมวัยควรได้รับการเอื้ออำนวยให้ง่ายต่อการคิดสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ในการสนับสนุนจินตนาการ

ในขณะที่เทคโนโลยี ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าให้สังคม ในอัตราความเร็วสูงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ก็กลายเป็นความจำเป็นในการรับมือกับปัญหา [ที่นำมาโดยเทคโนโลยี] ซึ่งท้าทายความสามารถไม่น้อย นอกจากนี้ ความคิดสร้างสรรค์ ยังช่วยในการค้นหาปัญหา โรงเรียนวอล์ดอร์ฟ (Waldorf School) เป็นตัวอย่างของโปรแกรมการศึกษาที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

นักเรียนจะมีความคิดสร้างสรรค์ หากมองการบ้านที่ได้รับมอบหมายเป็นสิ่งจูงใจจากภายใน (Intrinsic motivation) และให้คุณค่าในงานที่ทำ ดังนั้น นักการศึกษา (Educator) จึงควรค้นหาว่า อะไรคือแรงจูงใจนักเรียน แล้วพัฒนาโครงสร้างการสอนมารองรับ ให้นักเรียนมีโอกาสเลือกกิจกรรมหลากหลาย เพื่อช่วยให้นักเรียนสัมฤทธิ์ผล [ตามความคาดหวัง]

การสอนนักเรียนให้แก้ปัญหาได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการนิยามคำตอบให้ชัดเจนก่อน คืออีกหนทางหนึ่งของการหล่อหลอมความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งกระทำได้โดยยอมให้นักเรียนสำรวจปัญหาแล้วให้คำนิยามใหม่ด้วยตนเอง อาจเป็นเพียงดึงเอาความรู้ออกมาใช้ ซึ่งแรกเริ่มอาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลย [แต่ในที่สุดจะเห็นผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรม]

บรรดานักวิจัย ต่างได้นำเสนอวิธีการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ็ดเวอร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono) แพทย์และนักประดิษฐ์คิดค้น เจ้าของ “ความคิดทางอ้อม” (Lateral thinking) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จากหนังสือยอดนิยม (Best seller) ที่เขาประพันธ์เองชื่อ “ความคิดแบบหมวก 6 ใบ” (Six Thinking Hats)

แหล่งข้อมูล

  1. คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตร วางเป้า 12 ทักษะ เด็กไทยในอนาคต - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1363769292&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, April 3].
  2. Creativity - http://en.wikipedia.org/wiki/Creativity [2013, April 3].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน