หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 11 : พัฒนาการจิต-สังคม

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการจิต-สังคม

เอริค เอริคสัน (Erik Erikson) เจ้าของทฤษฎี “พัฒนาการจิตสังคม” (Psycho-social development) ได้กล่าวถึงขั้นตอนพื้นฐาน (Basic) ของความเชื่อใจได้ (Trust) กับ ความเชื่อใจไม่ได้ (Mistrust) ว่าเริ่มต้น ณ แรกเกิด แล้วดำเนินต่อไปอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี

เด็กเล็กเรียนรู้รูปแบบ (Pattern) ของความเชื่อใจได้ หรือความเชื่อใจไม่ได้ ขึ้นอยู่กับ การดูแลที่ใส่ใจ (Sensitive care) ต่อความจำเป็นของทารกแต่ละคน และความรู้สึกมั่นคงของความน่าไว้ใจ (Trustworthiness) ภายในกรอบการทำงานที่เชื่อใจได้ของวิถีชีวิต (Lifestyle) ในวัฒนธรรมของตน

ความเชื่อใจได้ขั้นพื้นฐาน พัฒนาขึ้นเมื่อเด็กได้รับการเลี้ยงดู และการศึกษาในสภาพแวดล้อมของความรัก ความอบอุ่น และการสนับสนุน สภาพแวดล้อมของความเชื่อใจได้ จะทำให้โอกาสของความขัดแย้งระหว่างเด็กเล็กกับพ่อแม่หรือผู้ดูแล (Care-giver) ลดน้อยถอยลง

ความสัมพันธ์ทางสังคม เริ่มต้น ณ แรกเกิด และยิ่งเห็นชัดในปฏิสัมพันธ์ (Interaction) แต่ละวันระหว่างทารกกับพ่อแม่และครู ทารกเป็นสัตว์สังคม (Social-being) ที่ใช้พฤติกรรมสร้างและอำนวยความสะดวกการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น

ดังนั้น พัฒนาการทางสังคมที่เหมาะสม (Healthy) เป็นสิ่งจำเป็นแก่เด็กเล็ก ไม่ว่าอารมณ์ความรู้สึก (Temperament) จะเป็นอย่างไร ทารกทุกคนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้ และได้ประโยชน์จากปฏิสัมพันธ์ดังกล่าว ตัวอย่างเช่น การร้องเรียก (Crying) เป็นพฤติกรรมทางสังคมขั้นแรก (Primary) ของทารก ซึ่งจะเรียกร้องความใสใจจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล

การร้องเรียก เป็นการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในบางรูปแบบและความยาวนาน (Duration) ขึ้นอยู่กับทักษะและการรับรู้ (Awareness) ของผู้ดูแล การร้องเรียก มีคุณค่าของความอยู่รอด (Survival value) เพราะช่วยเตือนผู้ดูแลทราบถึงความจำเป็นของทารก

อย่างไรก็ตาม ลำพังการสนองตอบความจำเป็นขั้นพื้นฐานของทารก ไม่เพียงพอที่จะสร้างรากฐานให้มั่นคงสำหรับพัฒนาการทางสังคม ผู้ดูแลจำต้องสนองตอบทารก ด้วยความกระตือรือร้น ความใส่ใจ และความห่วงใยในเด็กเล็กแต่ละคนที่อาจไม่ซ้ำแบบกัน (Unique)

การเลียนแบบ (Imitation) เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมทางสังคมของทารก ซึ่งสามารถลอกเลียน (Mimic) การแสดงออกทางใบหน้า (Facial expression) และท่าที (Gesture) ของผู้ใหญ่ เมื่อแม่แลบลิ้นใส่ทารก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสัก 2 - 3 ครั้ง ทารกก็จะแลบลิ้นตอบ พฤติกรรมเลียนแบบนี้สร้างความพึงพอใจให้ทั้งเด็กเล็กและแม่ในเกมตอบโต้ [ปฏิสัมพันธ์] นี้ ความสัมพันธ์ทางสังคม พัฒนาจากปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แต่ทั้ง 2 ปัจจัยเกิดขึ้นในบริบท (Context) ทางสังคม หรือวัฒนธรรม

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Social behavior - http://en.wikipedia.org/wiki/Social_behavior [2014, November 20].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน