หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 20 : การเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดของ 2 ขั้นตอนแรก ใน 6 ขั้นตอน ของพัฒนาการ “สติปัญญาจากการเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส” (Sensorimotor intelligence)

1. ขั้นตอนสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 1 เดือน โดยเด็กจะดูด (Suck) และไขว่คว้า (Grasp) ทุกสิ่งทุกอย่าง [ที่ขวางหน้า] เด็กถูกครอบงำ (Rule) โดยปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexive action) ที่สนองตอบต่อวัตถุ และยังไม่อาจแยกแยะความแตกต่างได้ (Undifferentiated)

“แบบแผนการเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส” (Sensorimotor scheme) ช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีใหม่ในเรื่องปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ซึ่งส่งเสริมพัฒนาการการรับรู้ของเด็ก ประสบการณ์ทำให้การสะท้อนกลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ ปริมาณของการดูดที่จำเป็นเพื่อให้ได้สารอาหาร

การไขว่คว้าก็เป็น “แบบแผนหลัก” (Primary scheme) ของการเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส เมื่อแรกเกิด โดยประกอบด้วยการใช้นิ้วมือล้อมรอบวัตถุที่ถูกนำมาวางบนฝ่ามือ เด็กเริ่มเรียนรู้สนองตอบต่อประสบการณ์แบบแผนการไขว่คว้าของเขา พร้อมกิจกรรมที่น่ารื่นรมย์ (Delightful) ของการไขว่คว้าแล้วปลดปล่อยออกจากมือไป

เด็กจะแสดงความผิดหวัง (Frustration) สูง หรือมีความอดทน (Tolerance) ต่ำ ต่อการไม่ได้รับการสนองตอบตามความต้องการ (Gratification) และเริ่มมีการ “ดัดแปลง” (Modify) การสะท้อนกลับ เพื่อรองรับสนันสนุน (Accommodate) สภาพแวดล้อมภายนอก

2. ขั้นตอนสำหรับทารก ที่มีอายุ 1 ถึง 4 เดือน โดยพฤติกรรมของเด็กเริ่มมุ่งเน้น (Focus) ไปที่ร่างกายของตนเอง เป็นการแสดงพฤติกรรมขององค์ประกอบทั้งหมด (Repertoire) ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ เริ่มถูกทดแทนด้วยการกระทำอย่างเสรี (Voluntary) อาทิ การเอามือเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่า กล่าวคือเด็กเริ่มกำหนดพฤติกรรมของตนเอง แทนที่จะปล่อยไปตามปฏิกิริยาสะท้อนกลับ

เด็กแสดงการปรับตัว (Adaptation) ตัวอย่างเช่น การดูดหัวนิ้วโป้งจนเป็นนิสัย (ซึ่งแสดงถึงการประสานระหว่างมือกับปาก [Hand-mouth coordination]) การใช้สายตามองตามวัตถุที่เคลื่อนไหว และการหันศีรษะไปตามเสียงที่ได้ยิน (ซึ่งแสดงถึงการเริ่มต้นรับรู้ของต้นเหตุ [Causality])

เด็กเริ่มมีปฏิกิริยาสนองตอบซึ่งกันและกัน (Circular response) ในระดับที่ 1 (Primary) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อการกระทำหนึ่งของเด็กเอง เป็นสาเหตุให้เด็กตอบโต้ หรือเมื่อมีผู้อื่นกระตุ้น (Prompt) ให้เขากระทำซ้ำอีก (Repeat) ปฏิกิริยาดังกล่าว คล้ายกับความสัมพันธ์ของ “เหตุและผล” (Cause-and-effect relationship) ผลลัพธ์ก็คือ การดัดแปลง (Modification) ของ “แบบแผน” ที่มีอยู่ (Existing scheme)

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Motor skill - http://en.wikipedia.org/wiki/Motor_skill [2014, December 11].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน