หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 21 : การเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดของขั้นตอนที่ 3 และ 4 ใน 6 ขั้นตอน ของพัฒนาการสติปัญญาจาก “การเคลื่อนไหวตามประสาทสัมผัส” (Sensorimotor intelligence)

3. ขั้นตอนสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ถึง 8 เดือน โดยเด็กจะใช้มือในการเล่น (Manipulate) กับวัตถุ แสดงการประสานระหว่างการเห็นด้วยสายตากับประสาทสัมผัส (Tactile) เป็นการเพิ่มการรับรู้ และสนองตอบต่อผู้คนและวัตถุในสภาพแวดล้อม

“หลักหมุดของสติปัญญา” (Intellectual milestone) ในขั้นตอนนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของ “ความคงทนถาวรของวัตถุ” (Object permanence) ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ว่า สิ่งที่ไม่เห็นด้วยสายตา ยังคงมีตัวตนอยู่ ในขณะเดียวกันเด็กมีความสามารถในการริเริ่มกิจกรรมใหม่ๆ

เด็กเริ่มมีปฏิกิริยาสนองตอบซึ่งกันและกัน (Circular response) ในระดับที่ 2 (Secondary) โดยเขาจะสร้างเหตุการณ์ซ้ำ (Reproduce event) ด้วยจุดมุ่งหมายของการดำรงไว้ (Sustain) ซึ่งการตอยโต้ซ้ำ (Repetitiveness) จากวัตถุหรือบุคคล ที่กำหนดลักษณะเฉพาะ (Characterize) ของกระบวนการ

ตัวอย่างเช่น เด็กจะเขย่าของเล่นเป็นเสียงรัว (Shake a rattle) ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้เกิดเสียงซ้ำๆ กัน อนึ่งคำว่า “ระดับที่ 2” ในที่นี้หมายถึงปฏิกิริยาที่มาจากแหล่งที่มิใช่ทารกเอง กล่าวคือเด็กจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับผู้คนและวัตถุ เพื่อทำให้การเห็น (Sight) เสียง (Sound) และเหตุการณ์ (Event) เป็นที่น่าทึ่ง และเกิดขึ้นยาวนาน

เมื่อพบเห็นวัตถุ เด็กจะใช้ “แนวทาง” (Scheme) ที่มีอยู่ทั้งหมด (Available) อาทิ การกัด (Mouthing) การกระทบ (Hitting) และการทุบเสียงดัง (Banging) หากแนวทางใด ให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง เด็กก็จะใช้แนวทางนั้น ในการสร้างผลตอบโต้ซ้ำ การเลียนแบบกลายเป็นความตั้งใจ (Intentional) ให้ “ยืด” (Prolong) ความน่าทึ่งออกไป

4. ขั้นตอนสำหรับทารก ที่มีอายุ 8 ถึง 12 เดือน โดยการประสาน (Coordination) แนวทางใน “ชั้นรอง” ซึ่งเป็นตัวกำหนดลักษณะพิเศษ (Characterize) เด็กใช้วิธีการ (Means) ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ (End) อาทิ การเคลื่อนย้ายวัตถุหนึ่งออกจากเส้นทาง (วิธีการ) เพื่อเข้าถึงอีกวัตถุหนึ่ง (ผลลัพธ์)

เด็กรวบรวมพฤติกรรมใหม่ในเส้นทางเฉพาะ เพื่อนำพาไปสู่การบรรลุจุดมุ่งหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น การค้นหาเส้นทางไปสู่วัตถุที่ซ่อนเร้นอยู่ (แม้ว่าวัตถุนั้นอาจไม่อยู่ในสถานที่ซ่อนเร้นแล้วก็ตาม) เด็กมีความรู้ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล (Cause-and-effect relationship) พร้อมทั้งเริ่มรู้จักการใคร่ครวญอย่างรอบคอบ (Deliberation) ในการสนองตอบต่อผู้คน (อาทิ พ่อแม่) และวัตถุ (อาทิ ของเล่นดัน-ดึง [Push-and-pull toy])

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Motor skill - http://en.wikipedia.org/wiki/Motor_skill [2014, December 14].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน