หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 26 : พัฒนาการภาษา (4)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการภาษา3

การศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ แสดงว่า แม่และผู้ดูแลอื่นๆ พูดกับทารกและวัยเตาะแตะ ในลักษณะที่แตกต่างจากผู้ใหญ่พูดกับผู้ใหญ่ วิธีการปรับ (Adapt) การพูดในชีวิตประจำวันให้เข้ากับเด็กเล็ก เรียกว่า “แม่เอื้อน” (Motherese) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ (Characteristics) ดังต่อไปนี้

  • ประโยคสั้น ถัวเฉลี่ยแล้วประกอบด้วย 4 คำต่อประโยค สำหรับทารก เมื่อเด็กเล็กเติบโตขึ้น ประโยคจะยาวขึ้น การสนทนาของแม่กับลูกเล็กมักสั้นและอ่อนหวาน
  • ประโยคเข้าใจง่าย (Highly intelligible) โดยมีแนวโน้มที่จะไม่ทอดเสียงคลุมเครือ (Slur) หรือไม่พูดพึมพำ (Mumble) เพราะแม่จะพูดกับลูกน้อยในอัตราที่ช้ากว่าปรกติ เมื่อเทียบกับแม่สนทนากับผู้ใหญ่อื่น
  • ประโยคส่วนใหญ่เป็นเชิงบังคับ (Imperative) และคำถาม อาทิ “เอาลูกบอลให้แม่ซิ” หรือ “ลูกต้องการน้ำผลไม้เพิ่มไหมคะ?” เนื่องจากแม่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับลูกน้อยมากนัก จึงมักใช้วิธีสั่ง (Direct) การกระทำของลูกน้อย
  • ประโยคที่ใช้สิ่งอ้างอิง (Referent) แทนวัตถุหรือผู้คน ตัวอย่างเช่น “นี่คือขวดนมของลูก” “นั่นคือตุ๊กตาทารกของลูก” และ “หมาของลูกอยู่ที่นั่น”
  • ประโยคจะได้รับการขยายความในมิติของผู้ใหญ่เมื่อสื่อสารกับเด็กเล็ก ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กชี้ไปที่ตุ๊กตาทารกบนเก้าอี้ แม่อาจตอบโต้โดยพูดว่า “ใช่แล้ว ตุ๊กตาทารกของลูก อยู่บนเก้าอี้”
  • ประโยคซ้ำ (Repetitive) [เพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้เร็ว] ตัวอย่างเช่น “นำลูกบอลมาให้แม่ซิ” และ “ไปเก็บลูกบอลมาซิ”

ลองพิจารณาวิธีการหนึ่งที่เราใช้สัญลักษณ์ (Sign) ตัวอย่างเช่น เรามีอากัปกิริยา (Gesture) เพื่อสื่อความต้องการหรืออารมณ์ เรา “ส่งจูบ” เพื่อสื่อ (Convey) ความรักใคร่ (Affection) ไปยังผู้อื่น และเรากางนิ้วโป้งและนิ้วก้อยโดยกำนิ้วที่เหลือ พร้อมกับแนบไว้ข้างหู เพื่อสื่อว่ากำลังพูดโทรศัพท์อยู่ เราสามารถนำหลักการนี้ ไปประยุกต์ใช้กับเด็กเล็กในกรณีอื่นๆ

เด็กมีความจำเป็น ความต้องการ และความรู้สึกทางอารมณ์ ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีพูดด้วยซ้ำ จึงมีการเคลื่อนไหว (Movement) เพื่อเรียกร้องให้สอนเด็กใช้สัญลักษณ์และอากัปกิริยาในการสื่อสารสิ่งที่ปรารถนา หรือบ่งชี้ (Signify) วัตถุและสภาวะ (Condition) เพราะทารกสามารถเริ่มใช้สัญลักษณ์เมื่ออายุ 5 เดือน ในการแทน (Stand for) อย่างอื่น อาทิ การแตะปากเบาๆ เพื่อขออาหาร และการบีบมือเพื่อขอนม

ปัจจุบัน ยังไม่มีความเห็นร่วม (Universal agreement) ว่า ควรจะสอนทารกในเรื่องกลุ่มสัญลักษณ์ร่วม (Common set of signs) หรือไม่? หรือควรใช้สัญลักษณ์ที่พ่อแม่และลูกร่วมกันสร้างขึ้นมา มีผู้สร้างความนิยม (Popularize) ของ “สัญลักษณ์ทารก” (Baby signing) โดยอ้างถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ อันได้แก่ ลดความผิดหวัง (Frustration) ของพ่อแม่ เสริมความผูกติด (Bond) ระหว่างพ่อแม่กับลูกให้แข็งแกร่ง ทำให้การเรียนรู้การพูดง่ายขึ้น กระตุ้นพัฒนการด้านสติปัญญา (Intellectual) เพิ่มพูนการประเมินคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) และสร้าง “หน้าต่างเข้าสู่โลกของเด็ก” (Window into Child’s World)

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Baby talk - http://en.wikipedia.org/wiki/Baby_talk [2014, December 25].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน