หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 30 : ผลการวิจัยเด็กเล็ก

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ผลการวิจัยเด็กเล็ก

การหลับไม่ตื่นในเด็กทารก หรือโรคตายเฉียบพลันในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome : SIDS) หมายถึง การหยุดหายใจของเด็กทารกที่ไม่สามารถจะกลับมาหายใจเองได้อีกครั้ง มักเกิดขึ้นตอนกลางคืนช่วงที่เด็กนอนหลับอยู่ สมาคมวิชาการกุมารเวชแห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatrics : AAP) ได้แนะนำพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กเล็ก ในปี พ.ศ. 2554 ในความพยายามลดอัตราและป้องกัน SIDS ว่า ให้รวมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการนอนของเด็กเล็ก ดังต่อไปนี้

  • ให้วางทารกบนเตียงในท่านอนหงาย (Supine)
  • ใช้พื้นนอน (Sleeping surface) ที่แน่นหนา (Firm)
  • หลีกเลี่ยงการใช้เตียงนิ่ม (Soft bedding)
  • ใช้ห้องนอนร่วม [กับพ่อแม่/ผู้ดูแล] แต่ไม่ใช้เตียงร่วม [กับพ่อแม่/ผู้ดูแล]
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามปรกติ (Routine immunization)
  • พิจารณาใช้หัวนมหลอก (Pacifier) [ตามความจำเป็น]
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่มอุณหภูมิในห้องที่สูงเกินไป (Overheating)
  • หลีกเลี่ยงโอกาสสูดดมควันบุหรี่ กลิ่นแอลฮอล์ และยาเสพติดผิดกฎหมาย

ดังนั้น ผู้ดูแลเด็กเล็กพึง . . .

  • แนะะนำพ่อแม่ในเรื่องท่านอนของเด็กเล็ก และความปลอดภัย
  • ได้รับการฝึกอบรม และสามารถปฏิบัติตามกฎกติกาและแนวทางของ AAP ข้างต้น

ทีมงานนักวิจัยหนึ่ง ได้รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การอ่านริมฝีปาก (Lips reading) และการเฝ้าสังเกตปาก (Mouth watching) มีบทบาทสำคัญต่อการพูด ทีมงานวิจัยดังกล่าวได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการภาษาของทารก โดยใช้เครื่องมือพิเศษติดตามการทำงานของลูกตา (Eye-tracking) ซึ่งแสดงทิศทางที่ทารกส่ายตาตาม เมื่อผู้ใหญ่พูด แนวโน้มของทารกที่จ้องมองริมฝีปากของผู้ใหญ่ที่พูดอยู่ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในขวบปีแรกของชีวิต ดังนั้น ผู้ดูแลเด็กเล็กพึง

  • <พูดและอ่านให้ทารกฟังอย่างสม่ำเสมอ ในการพูดต่อหน้าทารก ให้จับหน้าทารกห่างจากผู้ดูแลระหว่าง 12 ถึง 18 นิ้ว เพื่อให้เขามองเห็นริมฝีปากผู้ดูแล ในขณะที่พูดอยู่
  • เด็กที่เป็นออทิสติก จะมองที่ริมฝีปากผู้พูดมากกว่าที่ใบหน้า ดังนั้น หากพบทารกที่ใช้เวลานานกว่าปรกติในการอ่านริมฝีปากผู้พูด ก็เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่เด็กอาจจะเป็นออทิสติก ในที่สุด
  • ส่งเสริมให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และผู้ดูเด็กเล็กอื่นๆ ให้โอกาสเด็กเล็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น พ่อแม่บางคนคิดว่า ไม่มีพัฒนาการเกิดขึ้นมากนักในขวบปีแรกของชีวิต แต่ผลการวิจัยแสดงว่า ขวบปีแรกของชีวิต มีบทบาทที่ทรงพลัง (Powerful) ต่อพัฒนการทางภาษาของเด็กเล็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Sudden infant death syndrome - http://en.wikipedia.org/wiki/Sudden_infant_death_syndrome -psychology [2015, January 1].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน