หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 35 : หลักสูตรสร้างสัมพันธภาพ (1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


หลักสูตรสร้างสัมพันธภาพ

หลักสูตรสำหรับทารกและวัยเตาะแตะ ได้รวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กเล็กจะประสบ (จากมุมมองของเด็กเล็กเอง) จากเวลาที่เข้าสู่โปรแกรมจนถึงเวลากลับบ้าน ทุกๆ ประสบการณ์จะสร้างความประทับใจ (Impression) ในวิธีที่เด็กเล็กมอง (View) ตนเอง มองผู้อื่น และมองโลกภายนอก ผู้ดูแลเด็กเล็กวางแผนหลักสูตรที่จะ (1) สร้างสัมพันธภาพ (Relationship) กับเด็กเล็ก และ (2) สนองตอบต่อความจำเป็น ความสนใจ ระดับพัฒนาการ และจุดมุ่งหมาย (Goal) ของพ่อแม่ที่คาดหวังจากลูกน้อย

สัมพันธภาพเป็นสิ่งที่ผูกติด (Bond) ระหว่างสองบุคคลที่วิวัฒนาในช่วงเวลายาวนานในโปรแกรมที่เหมาะสม ผู้ดูแลเด็กเล็กจะสนับสนุนสัมพันธภาพทุกอย่างที่เป็นกุญแจสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับลูก ระหว่างผู้ดูแลเด็กเล็กกับเด็กเล็กเอง ระหว่างผู้ดูแลเด็กเล็กกับครอบครัว หรือระหว่างเด็กเล็กกับเด็กเล็กด้วยกันเอง

เด็กเล็กจำเป็นต้องดำรงไว้ (Sustain) ซึ่งสัมพันธภาพดังกล่าว เพื่อให้เกิดความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง (Sense of self-worth) ความไว้วางใจ (Trust) ต่อผู้อื่น และแรงจูงใจ (Motivation) ในการสำรวจและเรียนรู้ เด็กเล็กจำต้องได้รับความคุ้มครอง ความเอ็นดู (Affection) และโอกาสเรียนรู้ให้เจริญงอกงาม (Thrive) โดยผู้ดูแลเด็กเล็กมีแนวทางปฏิบัติ 3 ขั้นตอน ในการวางแผนหลักสูตรสนองตอบ (Responsive curriculum) ต่อความจำเป็นของเด็กเล็ก ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 - ให้เกียรติ (Respect)

ผู้ดูแลเด็กเล็กต้องให้เกียรติทารกและวัยเตาะแตะ ว่าเป็นผู้เรียนรู้ที่มี “สมรรถนะ” (Competency) และมีแรงจูงใจ (Motivation) รับรู้ว่า การเล่นเป็นวิธีที่เด็กเล็กเรียนรู้ ตลอดจนยอมรับ (Honor) ในความแตกต่างของเด็กเล็กแต่ละคน นอกจากจะเป็นผู้เรียนรู้ที่กระตือรือร้น (Active) แล้ว เด็กเล็กยังเป็นนักคิด (Thinker) ที่ใช้ยุทธวิธี (Strategy) ที่แตกต่างกันและหลากหลาย ในการเข้าใจการทำงานของสรรพสิ่งในสภาพแวดล้อมที่รองรับความรู้สึกของอารมณ์ (Emotionally supportive)

เด็กเล็กมีแรงจูงใจในการแก้ปัญหา แสวงหาเลือก (Choice) และเอื้ออาทรต่อผู้อื่น เมื่อเด็กและวัยเตาะแตะ มิได้นอนหลับ หรือกินอาหารอยู่ เขามักจะเล่นกับของเล่น (Toy) ผู้คน และวัตถุ เมื่อมีทางเลือก เขาจะมุ่งเน้นไปที่จุดมุ่งหมายที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ และการฟูมฟัก (Nurture) ตัวอย่างเช่น การเปิดและปิดประตูของเล่น เติมสิ่งของลงในรู หรือเล่นกับเพื่อน

ขณะที่เขาเล่น เขาจะสำรวจนานาแนวความคิด (Concept) อาทิ วัตถุที่สามารถเข้ากันพอดี (Fit) กับช่องว่าง (Space) เหตุและผล (Cause and effect) ความคงทนถาวรของวัตถุ (Object permanence) วิธีปลอบประโลม (Comfort) เพื่อน หรือจะทำอะไรกับขนาดของกระดาษที่แตกต่างกัน อาทิ การขยำ (Crumple) วางซ้อน (Stack) หรือการบีบให้กลมเป็นลูกบอล

ผู้ดูแลเด็กเล็กเพียงแต่อยู่ใกล้ๆ คอยสนับสนุนการเล่นของเด็ก และสนองตอบต่อความจำเป็นของเด็ก โดยให้เกียรติเด็กเล็กว่าเป็นปัจเจกชนที่มีวิถี (Individual style) ที่แตกต่างกัน อาทิ เด็กบางคนกินเร็ว เด็กบางคนก็เดินช้า ความสนใจก็แตกต่างกัน และบุคลิกภาพ (Personality) ที่ไม่ซ้ำแบบใคร (Unique) หรือเป็นหนึ่งเดียวในประเภทใดประเภทหนึ่ง (One-of-a-kind)

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Infant/Toddler Curriculum and Individualization - http://www.zerotothree.org/public-policy/state-community-policy/nitcci/multidisciplinary-consultant-module-3.pdf [2015, January 15].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน