หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 7 : ผลงานวิจัยด้านสมอง

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ผลงานวิจัยด้านสมอง

คำถามที่เป็นศูนย์กลางการโต้แย้งที่ไม่มีข้อยุติ (Never-ending) ก็คือ กรรมพันธุ์ตามธรรมชาติ (Nature) หรือสภาพแวดล้อมการฟูมฟัก (Nurture) มีบทบาทสำคัญกว่ากัน ในพัฒนาการเด็ก? ในปัจจุบัน ยังไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน

อุปนิสัย (Trait) หลายอย่าง กำหนดโดยพันธุกรรม (Heredity) ตัวอย่างเช่น สีตาเป็นผลิตผล (Product) จากการสืบทอดจากบรรพบุรุษ ความสูงของร่างกาย ส่วนใหญ่มักได้รับอิทธิพลมาจากพันธุกรรรม เช่นเดียวกับอารมณ์ (Temperament) และความขี้อาย (Shyness) แม้ว่าความสูงอาจได้รับอิทธิพลจากโภชนาการ (Nutrition) การเติบโตของฮอร์โมน (Hormone) และการแทรกแซง (Intervention) อย่างอื่น แต่โดยทั่วไปแล้ว ความสูงของแต่ละคน มักถูกกำหนดโดยกรรมพันธุ์

อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของการฟูมฟักในเด็กที่กำลังเติบโต ก็มีบทบาทสำคัญของพัฒนาการเด็ก อันได้แก่ โภชนาการ คุณภาพของสภาพแวดล้อม การกระตุ้น (Stimulation) ของสมอง ความรักและผูกพัน ความสัมพันธ์เชิงบวก และโอกาสการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย อาทิ ครอบครัว เพื่อนบ้าน โรงเรียน และเพื่อนฝูง

ประมาณ 2 ทศวรรษที่แล้ว เราเคยเชื่อกันว่า กรรมพันธุ์ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมการฟูมฟัก เป็น 2 ปัจจัยที่แข่งขันกันอยู่ ต่างพยายามแย่งการครอบงำ (Dominant) ซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้ เราเข้าใจว่า ปัจจัยทั้งสองมิได้แข่งขันกัน แต่จำเป็นสำหรับพัฒนาการตามปรกติ และปฏิกิริยา (Interaction) ระหว่างกันที่ประกอบกันขึ้นเป็นเด็กแต่ละคน

ผลงานวิจัยในปัจจุบัน แสดงถึงความสำคัญของสมองต่อการเจริญเติบและพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะใน 3 ขวบปีแรกของเด็ก และมีผลกระทบมหาศาล (Enormous implications) ต่อการศึกษาเด็กปฐมวัย และนโยบายสาธารณะเกี่ยวข้อง ในมิติของการตัดสินใจคัดเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมต่อเด็กเล็ก และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนการเด็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผลการวิจัยด้านสมอง (ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ยังตอกย้ำความสำคัญของประสบการณ์ในช่วงต้นของชีวิต และผลประโยชน์ของบริการแทรกแซง (Intervention) [เพื่อแก้ไขปัญหา] แต่เนิ่นๆ เพื่อให้เกิดผลตอบแทนในเชิงบวก จากการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ในเด็กเล็ก

ในหลายๆ กรณี ผลงานวิจัยยืนยันสิ่งที่นักการศึกษาปฐมวัยได้คาดเดาตามเหตุผลทางตรรกะ (Intuitive) ว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการเด็กได้แก่ การเลี้ยงดูที่ดีของพ่อแม่ ความรักและผูกพัน (Attachment) ที่อบอุ่น และการกระตุ้นในเชิงบวก (Positive stimulation) ที่เหมาะสมตามวัยตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจะสร้างความแตกต่างในพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กไปตลอดชั่วชีวิต (Life-time)

ผลลัพธ์จากการวิจัย ทำให้เราได้รับข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องพัฒนาการสมองของทารกและวัยเตาะแตะ อันมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของผู้ดูแล (Care-giver) มืออาชีพ

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. SimplyPsychology : Nature vs. Nurture in Psychology - http://www.simplypsychology.org/naturevsnurture.html [2014, November 10].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน