หน้าหลัก » Blogs » ทารกและวัยเตาะแตะ - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 9 : พัฒนาการของสมอง (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พัฒนาการของสมอง

เด็กเล็กจำเป็นต้องได้ประสบการณ์ที่ดีในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเรียกกันว่า “ช่วงเวลาวิกฤต” (Critical period) อันเป็น “หน้าต่างเวลาที่สั้น” (Narrow window of time) ที่บางส่วนของร่างกายมีความเสี่ยงสูง (Vulnerable) หาการขาดการกระตุ้น (Absence of stimulation) หรือได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม

ช่วงเวลาวิกฤตของพัฒนาการการเรียนภาษา คือขวบปีแรกของชีวิต เมื่อเส้นทางของการได้ยิน (Auditory pathway) สำหรับการเรียนภาษาได้ก่อร่างขึ้น เมื่อแรกเกิด ทารกสามารถแยกแยะเสียงของทุกภาษาในโลกนี้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป 6 เดือนเขาจะสูญเสียความสามารถดังกล่าว หากไม่ได้ยินเสียงภาษาที่เราต้องการให้เรียนรู้ เพราะเซลล์สมองจะฝ่อไป (Wither) ดังที่เรียกว่า Neural shearing หรือ pruning

เมื่อเด็กอายุได้ 1 ขวบปี “แผนที่ของการได้ยิน” (Auditory map) ก็จะปักหลักอยู่กับที่ เป็นกรณีของการ “ใช้หรือไม่ก็สูญไปเลย” (Use it or lose it) ทารกที่มีแม่ หรือผู้ดูแลอื่น คอยพูดกรอกหูอยู่ประจำ มีแนวโน้มที่เรียนรู้ประมวลคำศัพท์ (Vocabulary) ได้มากกว่า ทารกที่แม่หรือผู้ดูแลอื่นมิได้พูดให้ได้ยินมากนัก

การมีประสบการณ์ที่ดีในเวลาที่เหมาะสม ยังสัมพันธ์กับ “หน้าต่างแห่งโอกาส” (Window of opportunity) ของพัฒนาการ หรือที่เรียกว่า “ช่วงเวลาที่อ่อนไหว” (Sensitive periods) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรียนรู้ภาษาได้ง่ายและเร็วกว่าช่วงเวลาอื่น แต่ มีความแม่นยำในการพยากรณ์น้อยกว่า และมักยาวนานกว่า เมื่อมีอิทธิพลของทักษะเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ การเรียนรู้ภาษาที่สอง

อย่างไรก็ตาม หากโอกาสสำหรับการเรียนรู้ไม่เกิดขึ้น โอกาสของการแสวงหาทักษะใหม่ อาจมิได้ถูก “ปิดตาย” ตลอดไป เพียงแต่อาจยากขึ้นในการเรียนรู้ หรือไม่ก็เรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ ในคริสต์ทศวรรษที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษา ได้ใช้เวลาและพลังงานไปมากมาย เพื่อสำรวจสิ่งเชื่อมโยง (Link) ระหว่างพัฒนาการของสมองกับการเรียนรู้ในชั้นเรียนสำหรับเด็กเล็ก และวิธีการที่ให้เด็กเล็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จะช่วยเขาให้เรียนรู้ และพัฒนาไปสู่ระดับสุดยอด (Optimal) สิ่งสำคัญก็คือ ผลงานวิจัยด้านสมองได้ทำให้นักการศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการให้เด็กเล็กได้ทำกิจกรรม ในช่วงต้นของชีวิต

ผลงานวิจัยด้านสมอง ยังบอกเราอีกหลายอย่างเกี่ยวกับการกระตุ้น (Stimulation) และการพัฒนาในบางอาณาบริเวณของสมอง ตัวอย่างเช่น การฟังดนตรีหรือเรียนรู้การเล่นเครื่องดนตรีเมื่อยังเยาว์วัย จะกระตุ้นอาณาบริเวณของสมองที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ (Mathematics) และการใช้เหตุผลตามเทศะ (Spatial reasoning)

ผลงานวิจัยด้านสมอง ยังแสดงว่า กิจกรรมการเคลื่อนไหวโดยรวม (Gross-motor) และพลศึกษาควรรวมอยู่ในตารางการเรียนประจำวันของเด็กเล็กตลอดหลักสูตรของประถมศึกษา น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ระบบของโรงเรียนบางแห่งได้ตัดวิชาพลศึกษาหรือดนตรีออกจากวิชาภาคบังคับ ทั้งที่ๆ โปรแกรมเหล่านี้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพัฒนาการการรับรู้ (Cognitive) ที่สมบูรณ์ของเด็กเล็ก

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Neural development - http://en.wikipedia.org/wiki/Neural_development [2014, November 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน