หน้าหลัก » Blogs » ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ) ตอนที่ 2

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ “พาลูกเรียนรู้โลกกว้าง” สัปดาห์นี้ ครูชมพูยังคงหลบลมร้อนอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือ “ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ” ค่ะ สัปดาห์ที่แล้วครูชมพูพาเที่ยวชมไป 2 อาคารแล้ว คุณพ่อคุณแม่พร้อมที่จะพาลูกไปเรียนรู้ในอาคารถัดไปหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เชิญเลยค่ะ

อาคาร 3: อาคารโลกใต้น้ำ ลูกจะได้พบเรื่องราวของความสัมพันธ์และความมหัศจรรย์ของชีวิตสัตว์และพืชที่น่าพิศวงของโลกใต้น้ำที่จะสร้างความรู้สึกรัก เข้าใจธรรมชาติ และอยากรักษาทรัพยากรอันทรงคุณค่าไว้ตลอดไปเลยค่ะ ลองพาลูกเดินชมนิทรรศการมหัศจรรย์ชีวิตในสายน้ำ กิจกรรมอนุรักษ์ โลกนิเวศของสิ่งมีชีวิต ชีวิตในแนวปะการัง ห้องปฏิบัติการหรือคลินิกของปลา แม้ว่าโลกใต้น้ำที่นี่จะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับอควาเรี่ยมในหลายๆ ประเทศ แต่ครูชมพูว่า เด็กๆ ก็ยังสนุกที่ได้ชมสัตว์น้ำนานาชนิดค่ะ

อาคาร 4: อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในอาคารนี้ ลูกจะได้เรียนรู้ว่า ทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติล้วนมีความสัมพันธ์ซึ่งกันละกัน ทั้งยังเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างไม่สามารถแยกจากกันได้ เรื่องความเป็นไปในธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้ อาคารนี้ประกอบด้วยนิทรรศการ 8 ชั้น ดังนี้ค่ะ

  • ชั้นที่ 1 พฤกษศาสตร์พื้นบ้านของไทย ลูกจะได้รู้จักพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ ในประเทศไทยที่มีประโยชน์มากมาย
  • ชั้นที่ 2 โลกดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ พาลูกท่องเอกภพอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ประกอบด้วยกาแล็กซีนับแสนแห่ง กาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นกาแล็กซีหนึ่งและเป็นที่อยู่ของระบบสุริยะของเรา ซึ่งโลกเป็นดาวเคราะห์สมาชิกเล็กๆ ดวงหนึ่งเท่านั้น ลูกจะได้รู้ว่า โลกของเรา เมื่อแรกเกิดนั้น ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยเป็นเวลาหลายล้านปี ไม่มีน้ำ ไม่มีอากาศหายใจ ไม่มีอะไรปกป้องรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ ภูเขาไฟพ่นหินเหลวที่ร้อนแดง และพื้นผิวของโลกถูกกระหน่ำไปด้วยหินยักษ์ที่ตกลงมาจากอวกาศ เรียกว่า อุกาบาต ในอากาศเต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนและไอน้ำ ครูชมพูรับรองว่า ลูกๆจะสนุกสนานไปกับการตะลุยโลกในยุคไทรแอสซิก (Triassic Period) หรือเมื่อประมาณ 220 ล้านปีก่อน ซึ่งเริ่มมีไดโนเสาร์ และแผ่นดินยังเป็นผืนเดียวกัน เรียกว่า มหาทวีปพันเจีย พาลูกเรียนรู้เรื่องการกำเนิดโลกและไดโนเสาร์ในยุคต่างๆ ได้ในนิทรรศการรู้จักโลกรู้จักตัวเอง โลกไดโนเสาร์ มหัศจรรย์ไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์ไทย พืชและสัตว์ร่วมยุคค่ะ
  • ชั้นที่ 3 นิทรรศการฟอสซิล (Fossil) ฟอสซิล คือ ซากดึกดำบรรพ์ เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขให้เรารู้จักรูปแบบของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของโลกในอดีต ที่ถูกกระบวนการของธรรมชาติเก็บรักษาไว้ในชั้นหินที่ประกอบเป็นเปลือกโลก พาลูกเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในอดีต เพื่อทำความเข้าใจในปัจจุบันและนำไปสู่แนวทางอนุรักษ์เพื่ออนาคตได้จากนิทรรศการฟอสซิลกุญแจไขอดีตของโลก กำเนิดฟอสซิลจากสิ่งมีชีวิตกลายเป็นหิน และการจำแนกฟอสซิล
  • ชั้นที่ 4 นิทรรศการวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อม คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพล เกี่ยวโยง เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องกันไปทั้งระบบ มนุษย์มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างแยกกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างหรือผู้ทำลาย มาปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติให้ลูกและร่วมกันค้นหาแนวทางป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จากนิทรรศการสิ่งมีชีวิตรอบตัวเรา การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมมือแก้ไข ร่วมใจปกป้อง โลกสมดุลกันค่ะ
  • ชั้นที่ 5 นิทรรศการ โลกของแมลงซากดึกดำบรรพ์ของแมลง การศึกษาวิวัฒนาการของแมลงทำได้ยากเพราะร่างกายของแมลงย่อยสลายได้ง่าย มีร่องรอยเหลือเป็นซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ให้ศึกษาน้อย หลักฐานที่ดีสำหรับการศึกษาเรื่องราวของแมลงในอดีต คือ ซากแมลงในอำพัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแมลงตายไปแล้วมียางไม้มาเคลือบทับช่วยปกป้องซากแมลงจากการย่อยสลายของแบคทีเรีย แมลงในแท่งอำพันจึงมีลักษณะสมบูรณ์ แม้ว่าแมลงนั้นตายมาเป็นเวลานับล้านปีแล้วก็ตาม ลูกจะเรียนรู้เรื่องราวของแมลง สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์ที่สุดได้จากนิทรรศการความเป็นมาของแมลง ฉันคือแมลง ร่างกายของฉัน แล้วอย่าลืมสนุกกับการถ่ายภาพลูกกับแมลงยักษ์นะคะ
  • ชั้นที่ 6 เมืองมหัศจรรย์ เด็กๆ มักจะชอบที่จะสัมผัส และลงมือทดลองสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ที่เมืองมหัศจรรย์ เด็กๆ สามารถเรียนรู้เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ผ่านการทดลองเล่นที่สนุกสนานได้จากนิทรรศการมากมายเลยค่ะ
  • ชั้นที่ 7 นิทรรศการเทคโนโลยีชีวภาพกับชีวจริยธรรม เทคโนโลยี หมายถึงการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ชีวิตมั่นคง ปลอดภัยและสะดวกสบายด้านหนึ่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดก็สามารถก่อให้เกิดหายนะอันใหญ่หลวงได้ เช่น มลพิษจากอุตสาหกรรม ปรากฏการณ์โลกร้อน สงครามนิวเคลียร์ ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพเปรียบเสมือนดาบสองคม การจะเลือกใช้เทคโนโลยีชีวภาพใดๆ ต้องอาศัยชีวจริยธรรมเป็นตัวกำหนด แล้วชีวจริยธรรมคืออะไร? พบคำตอบได้จากนิทรรศการ รู้จักกับเทคโนโลยีชีวภาพและชีวจริยธรรม เทคโนโลยีชีวภาพด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพนาโน เทคโนโลยีชีวภาพด้านการแพทย์ สเต็มเซลล์ โคลนนิ่ง ยีน บำบัด โภชนพันธุศาสตร์ เภสัชพันธุศาสตร์ และต้นไม้ชีวจริยธรรมค่ะ
  • ชั้นที่ 8 นิทรรศการมรดกธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นเรื่องน่าพิศวง ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์ สิ่งของ เครื่องใช้ อาหารและยารักษาโรคล้วนประกอบขึ้นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งที่ปรากฏให้เห็นและที่อยู่เบื้องหลัง พาลูกไปพบกับสาระความรู้จากนิทรรศการความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิดพันธุ์ และความหลากหลายทางพันธุกรรมได้ที่ชั้นนี้ค่ะ

อาคาร 5 และ 6: อาคารวิทยาศาสตร์สุขภาพ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง วิทยาศาสตร์สุขภาพให้ความรู้ในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาอย่างถูกวิธี พาลูกไปเล่นกีฬาและหาความรู้เรื่องความเป็นมาของวิทยาศาสตร์สุขภาพ ลองทดสอบสมรรถภาพทางกายได้ที่นี่เลยค่ะ เพราะเขาให้บริการอุปกรณ์เพื่อการออกกำลังกาย แถมด้วยการปีนหน้าผา ออกกำลังกายกลางแจ้ง และยังมีการฝึกอบรมเทนนิสเบื้องต้น ว่ายน้ำ เทควันโดเบื้องต้น ฯลฯ ด้วยนะคะ

นิทรรศการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์เยาวชน (กระจ่าง บริรักษ์นิติเกษตร)

เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย สังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ที่นี่เขาจัดกิจกรรมเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสื่อนิทรรศการโดยทำบทปฏิบัติการประกอบการเล่นเพื่อการเรียนรู้สำหรับลูกอายุ 3-6 ปีค่ะ ให้บริการสื่อนิทรรศการภายในอาคารจำนวน 10 ฐาน และสื่อนิทรรศการภายนอกอาคารอีก 13 ฐาน ดังนี้

  • นิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วยนิทรรศการผึ้งกับเสือ การผจญภัยของหยดน้ำ ชีวิตในน้ำ ต้นไม้ ใบหญ้า พืช ผัก ผลไม้ กินให้ฉลาดและโตเร็ว รู้จักตนเองและเพื่อน จักรวาลและอวกาศ สุขสบายคลายเหนื่อย มุมรักการอ่าน และฝากอะไรไว้ให้โลก
  • นิทรรศการภายนอกอาคาร ประกอบด้วยเครื่องเล่นสนาม ฐานการเรียนรู้แรงดันน้ำ เรียนรู้เรื่องสูตรคูณ วาดฝันกับเม็ดทราย เรียนรู้การทรงตัว บ้านต้นไม้ เรียนรู้เลขคู่และคี่ เรียนรู้รูปทรงเรขาคณิต ฐานสะกดรอย เรียนรู้เรื่องมุม เรียนรู้เรื่องจำนวน เรียนรู้การขนส่งทางน้ำ และลานนวดเท้าค่ะ

เป็นอย่างไรคะ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือ ท้องฟ้าจำลองในวันนี้ เปลี่ยนไปจากสมัยที่เราเคยไปตอนเด็กๆ อย่างที่ครูชมพูบอกไว้เมื่อตอนที่แล้วไหมคะ วันหยุดนี้ คุณพ่อคุณแม่ลองพาลูกไปเที่ยวชมนะคะ ศูนย์นี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีขนส่งเอกมัย บนถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครค่ะ มีที่จอดรถสะดวกสบาย หรือจะชวนลูกนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงที่สถานีเอกมัยก็สะดวกเช่นกันค่ะ เขาเปิดให้บริการตั้งแต่วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.30 น. ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมสำหรับเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท ชมได้ทั้งพิพิธภัณฑ์และท้องฟ้าจำลองเลยค่ะ โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-2392-0544 และ 0-2392-1773 ค่ะ แล้วพบกับครูชมพูได้ใหม่ในสัปดาห์หน้านะคะ สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม

  1. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา. (2556). นิทรรศการวิทยาศาสตร์. http://www.sci-educ.nfe.go.th/main.php?filename=index (25 มีนาคม 2556).

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน