หน้าหลัก » Blogs » นมปนเปื้อน อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในช่วงที่ผ่านมานี้ ข่าวใหญ่ที่ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวลอย่างมาก คงหนีไม่พ้นข่าวนมผงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียจากบริษัทฟอนเทอร์ร่า (Fonterra) ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับสากล เนื่องจาก ฟอนเทอร์ร่า ได้ชื่อว่าเป็นสหกรณ์โคนมรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก และเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ส่งออกวัตถุดิบผลิตภัณฑ์นมไปยังหลายประเทศทั่วโลก

เหตุการณ์นมปนเปื้อนครั้งนี้ เริ่มมีการเสนอข่าวในประเทศไทยเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ ส่งหนังสือไปยังองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขในออสเตรเลีย จีน มาเลเซีย ซาอุดิอาระเบีย เวียดนาม และไทย ให้เฝ้าระวังและตรวจสอบผลิตภัณฑ์นมที่นำเข้าจากบริษัทฟอนเทอร์ร่า (Fonterra) ประเทศนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะนมผง ซึ่งมีส่วนประกอบของโปรตีนเวย์เข้มข้น (Whey Protein Concentrate: WPC) เนื่องจากมีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารพิษเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจทำให้เกิดโรคโบทูลิซึม (Botulism)

ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์ ได้เข้าควบคุมการดำเนินการแก้ปัญหานมปนเปื้อนของบริษัทฟอนเทอร์ร่า หลังจากที่ทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับมือกับวิกฤติได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของนิวซีแลนด์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสะอาดและเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

นายสตีเฟ่น จอยซ์ (Stephen Joyce) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังโรงงานของบริษัทฟอนเทอร์ร่า ทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อแบคทีเรียที่พบในวัตถุดิบในการผลิตนมผงสูตรสำหรับทารกนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่รัฐบาลต้องเข้าไปตรวจสอบทางบริษัท ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินักที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จะกระทำเช่นนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกต่อผลิตภัณฑ์นมของนิวซีแลนด์กลับคืนมา ซึ่งผลิตภัณฑ์นมครองส่วนแบ่ง 1 ใน 4 ของรายได้จากการส่งออกของประเทศ

ด้านฟอนเทอร์ร่า ออกแถลงการณ์ว่ายังไม่พบผู้ป่วยหรือเสียชีวิตจากการบริโภคนมผงของบริษัทฯที่ผลิตตั้งแต่เดือน พ.ค. ปีที่แล้ว พร้อมย้ำว่า บริษัทฯ ไม่ได้ประกาศเตือนล่าช้า เนื่องจากเพิ่งทราบผลการวิเคราะห์จากห้องทดลองเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา และได้ประกาศเรื่องนี้ออกไปภายใน 24 ชั่วโมง รวมทั้งยังได้สั่งระงับการผลิตและเรียกคืนสินค้า ส่วนสาเหตุการปนเปื้อนนั้น อาจมาจากเชื้อโรคที่มากับท่อบำบัดของเสียในโรงงานบนเกาะเหนือ

อย่างไรก็ตาม ความวิตกของคนทั่วโลกเรื่องนมปนเปื้อนนี้ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์นมของนิวซีแลนด์ไปจีน ทางการจีนกล่าวว่า บริษัทแอ็บบอต ผู้ผลิตยาชื่อดังของสหรัฐ ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์บางชนิดในจีน ในขณะเดียวกันบริษัท

ดูเม็กซ์ (Dumex) และคาริแคร์ (Caricare) ได้เรียกคืนสินค้าในจีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และนิวซีแลนด์อีกด้วย นอกจากนั้น นิวซีแลนด์และเวียดนามได้แจ้งเตือนให้ผู้ปกครองหลีกเลี่ยงการซื้อนมผง คาริแคร์ ส่วนรัสเซียสั่งเรียกเก็บพร้อมแจ้งเตือนผู้บริโภคไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของฟอนเทอร์ร่าทุกชนิดอีกด้วย

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) แจ้งว่า อย.ได้ส่งเจ้าหน้าเข้าไปตรวจสอบคลังนมผงดังกล่าวแล้ว และจะให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เก็บตัวอย่างจากโรงงานผลิตนมผงเพื่อนำไปตรวจว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ ส่วนนมสดพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurized) ที่ผลิตภายในประเทศนั้นไม่ได้ผลิตจากนมผง แต่เป็นนมสด จึงไม่มีการปนเปื้อนดังกล่าว

แหล่งข้อมูล:

  1. นมผงปนเปื้อนอีกแล้ว! รีบเช็คข้อมูล ก่อนอันตรายถึงลูกน้อย http://www.dailynews.co.th/article/440/224230 [2013, August 11]
  2. นิวซีแลนด์คุม!'ฟอนเทอร์ร่า' แก้นมปนเปื้อน http://www.komchadluek.net/detail/20130806/165206/นิวซีแลนด์คุม!ฟอนเทอร์ร่าแก้นมปนเปื้อน.html [2013, August 11]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน