หน้าหลัก » Blogs » นิทาน: นกอินทรีเลี้ยงลูก

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สวัสดีจ้ะพ่อแม่ที่แสนดีและลูก ๆ ที่แสนน่ารักทุกคน

วันนี้ลุงตุ๊บปองยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเล่านิทานธรรมะ ที่ได้เค้าโครงมาจากแม่ชีรัญจวน อินทรกำแหง เรื่อง นกอินทรีเลี้ยงลูกให้ฟัง ไม่พูดพล่ามทำเพลงหละนะ..เล่าเลยดีกว่า เรื่องมีอยู่ว่า..

กาลครั้งนานมาแล้ว... ในป่าใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้อยใหญ่อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ป่าจึงมีแต่ความสงบ ร่มเย็นเป็นสุข

บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ..มีนกอินทรี 2 ตัว ที่ก่อร่างสร้างรังอยู่ร่วมกันด้วยความรัก จนถึงวันที่แม่นกอินทรีจะมีอินทรีน้อยมาเป็นสมาชิกใหม่ในชีวิต..พ่อนกอินทรีหนุ่มดีอกดีใจมาก พ่อแม่นกอินทรีมือใหม่ตั้งอกตั้งใจหาที่สร้างรังใหม่ จนได้ต้นไม้ใหญ่ใบดก ลำต้นใหญ่แข็งแรง อยู่กลางใจป่า บินไปไหนมาไหนสะดวก

พอได้แล้ว จึงช่วยกันสร้างรัง เริ่มจากการบินออกไปจิกหินแผ่น ๆ บ้าง กลม ๆ บ้าง จิก แล้วคาบเอามารองเป็นพื้นรังชั้นล่าง คาบกิ่งไม้มาวางลงบนหิน คาบหนามแหลมๆ มาวางลงทับกิ่งไม้ คาบใบไม้มาวางทับหนามแหลมๆ

จากนั้น ทั้งคู่ก็ตั้งอกตั้งใจสลัดขนใต้ปีกที่อ่อนนุ่มของตน นำมาวางลงบนใบไม้ปูเป็นพื้นชั้นบนจนเหมาะใจ ทำไว้เป็นที่นอนอันอ่อนนุ่มของลูกน้อย

จนถึงวันที่ นกอินทรีน้อยโผล่หัวออกมาเป็นนกอินทรีตัวอ่อน นอนให้แม่กก พ่อแม่นกอินทรีเฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกตัวน้อยด้วยความทะนุถนอม ฟูมฟักด้วยความรักและเสียสละ

พ่อนกอินทรีรับหน้าที่บินออกไปหาอาหารมาป้อน วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า กระทั่ง..ลูกนกอินทรีโตขึ้น แม่จึงจิกขนอันอ่อนนุ่มที่ปูไว้ให้ลูกน้อยนอนอย่างอบอุ่น..จิกทิ้งทีละเส้น..ทีละเส้นจนหมด หลังของลูกนกอินทรีจึงสัมผัสกับใบไม้ ซึ่งแห้งกรอบไปหมดแล้ว พอลูกนกอินทรีขยับตัวแต่ละที จะมีเสียงดังกราก ๆ แกรก ๆ ลูกนกต้องนอนบนใบไม้แห้งกรอบที่ไม่อ่อนนุ่มเหมือนขนใต้ปีกของพ่อแม่ ขยับตัวแต่ละครั้งต้องระมัดระวัง จะเกลือกกลิ้งทิ้งตัวแต่ละทีต้องค่อย ๆ เพราะมีเสียงดังกราก ๆ แกรก ๆ เตือนสติอยู่ตลอดเวลา

ครั้นเมื่อลูกนกอินทรีโตขึ้นมาอีกหน่อย แม่นกอินทรีจึงจิกใบไม้ที่แห้งกรอบนั้นทิ้ง หลังของลูกนกอินทรีจึงสัมผัสกับหนามแหลมคมที่แห้งแข็ง ขยับซ้ายก็ถูกทิ่ม ขยับขวาก็ถูกแทง จะดิ้นไปทางใดก็ถูกหนามเกี่ยว ลูกนกอินทรีจึงต้องเรียน รู้ว่า จะเคลื่อนไหวหรือใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะเจ็บปวดน้อยที่สุด

ครั้นเมื่อลูกนกอินทรีโตขึ้นมาอีกหน่อย แม่นกอินทรีจึงจิกหนามอันแหลมคมนั้นออกทิ้ง หลังของลูกนกอินทรีจึงสัมผัสกับกิ่งไม้ ซึ่งแห้งกรอบไปหมดแล้ว ตอนนี้ ลูกนกอินทรีเริ่มหัดเดินบนกิ่งไม้แห้ง เดินตรงบ้าง เซบ้าง ยืนได้บ้าง ล้มบ้าง เพียรฝึก เพียรทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

ครั้นเมื่อลูกนกอินทรีโตขึ้นมาอีกหน่อย แม่นกอินทรีจึงจิกกิ่งไม้ทิ้งจนหมด หลังของลูกนกอินทรีจึงสัมผัสกับแผ่นหินที่แข็งกระด้าง ยามเมื่อแสงแดดแผดจ้า ช่างร้อนเหมือนไฟไหม้ผลาญผิว ยามเมื่อลมพัดแรง ฝนมา พายุกระหน่ำทำให้เปียกฉ่ำปีก ยามกลางคืน อากาศเยียบเย็น ยะเยือกก็หนาว สะท้านสั่น

เมื่อผ่านการฝึกใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทขาดสติแล้ว พ่อแม่นกอินทรีจึงเริ่มสอนลูกบิน โดยที่แม่นกอินทรีจะคาบลูกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า สูงที่สุด สูงลิบ..สุดแรงบิน แล้วปล่อยลูกน้อยให้หล่น เคว้งคว้าง ลงมาจากกลางอากาศ ขณะที่ลูกน้อยลอยดิ่งทิ้งตัว จนเกือบจะถึงพื้น แม่ก็จะบินโฉบมารับลูกโดยเร็ว คาบขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง แล้วปล่อยลงมาลงมาอีกหน..ทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนลูกนกอินทรีบินได้ด้วยตัวเอง

เมื่อมั่นใจในการบินของลูกว่าเข้มแข็งแล้ว จึงสอนลูกหาอาหารเลี้ยงตน จนแน่ใจว่าสามารถเลี้ยงตนเองได้แล้ว พ่อแม่นกอินทรีก็จะบินไปลับ ไม่กลับมาให้ลูกได้เห็นหน้าอีกเลย..

ชีวิตของพ่อนกแม่นกอินทรีสอนใจพ่อคนแม่คนได้มากว่า การเลี้ยงลูกให้โต และได้ดีนั้น ต้องให้โอกาสลูกได้เผชิญกับปัญหาเล็ก ๆ เผชิญกับความเครียดน้อย ๆ บ้าง เมื่อเติบใหญ่จะได้เข้มแข็ง แต่ในเวลานั้นพ่อแม่ต้องอยู่ใกล้ ๆ ลูกนะ ลูกจะได้คลายใจว่า ถ้ามีอะไรที่ยากเกินกำลังเกิดขึ้น เขาจะรอดปลอดภัย เพราะมีพ่อมีแม่คอยปกคุ้ม

พบกันใหม่ ในวันพุธหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีจ้ะ


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน