หน้าหลัก » Blogs » นิทาน: ปลาบู่ทอง

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สวัสดีจ้ะพ่อแม่ที่แสนดีและลูก ๆ ที่แสนน่ารักทุกคน

วันนี้ขอเล่านิทานพื้นบ้านไทยสมัยก่อน เป็นเรื่องที่ลุงตุ๊บปองชอบมาก

หลายคนบ่นดัง ๆ ว่าไม่เหมาะที่จะเล่าให้เด็กฟัง เพราะเป็นเรื่องที่โหดร้าย แต่ถ้าคิดตามดี ๆ จะเห็นว่า นิทานเรื่องนี้ นำเสนอถึงความกตัญญูและความสัมพันธ์ที่งดงาม

นิทานเรื่องที่ว่า คือ ปลาบู่ทอง เรื่องมีอยู่ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่มีเศรษฐี ชื่อ ทารกะ เป็นชายที่มี 2 เมีย

เมียคนแรกชื่อ นางขนิษฐา ผู้มีจิตใจดี อ่อนโยน มีลูกสาวแสนสวย เรียบร้อยเหมือนแม่ ชื่อ เอื้อย

เมียอีกคนหนึ่งชื่อนางขนิษฐี เป็นผู้มีจิตริษยาอาฆาต มารยาสาไถ ยุแหย่สามีให้เกลียด นางขนิษฐา และลูกสาวตลอดเวลา มีลูกสาวนิสัยเหมือนแม่ 2 คนชื่ออ้าย กับอี่

วันหนึ่ง เศรษฐีทารกะพา นางขนิษฐา และนางขนิษฐี นั่งเรือออกไปหาปลา ทอดแหจนเหนื่อยล้าทั้งวันได้ปลาบู่ทองเพียงตัวเดียว นางขนิษฐาจึงขอไปให้เอื้อยเลี้ยง เศรษฐีมีความเกลียดชังเป็นทุนอยู่แล้วจึงโมโหคว้าพายได้ ก็ฟาดจนนางขนิษฐาสลบ และผลักตกน้ำจมตาย

เมื่อขาดแม่ เอื้อยจึงถูก 3 แม่ลูกกลั่นแกล้ง ทรมานด้วยการใช้ทำงานอย่างหนักไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ได้พักไม่ได้ผ่อนตลอดทั้งวัน

เย็นวันหนึ่งเอื้อยมานั่งที่ท่าน้ำแล้วร้องไห้คิดถึงแม่ นางขนิษฐาที่เมื่อตายแล้วไปเกิดเป็นปลาบู่ทอง จึงว่ายน้ำมาหาเอื้อยพร้อมกับร้องเรียกลูกสาว เอื้อยจำเสียงแม่ได้จึงรู้ว่าแม่เกิดมาเป็นปลาบู่ทอง จึงนำรำข้าวมาโรยและพูดคุยกับแม่ทุกวัน ความรู้ถึงนางขนิษฐี จึงจับปลาบู่ทองมาทำเป็นอาหาร เอื้อยเก็บเกล็ดปลาบู่ทองนำไปฝังดิน แล้วอธิษฐานจนเกล็ดปลาบู่ทองกลายเป็นต้นมะเชือเปราะ เอื้อยดีใจ มาพูดคุยกับแม่ และเฝ้ารดน้ำทุกวันน้ำ จนต้นมะเขือเปราะมีลูกเต็มต้น ความรู้ถึงนางขนิษฐี จึงฟันต้นมะเขือเปราะทิ้ง เอื้อยเก็บเม็ดมะเขือเปราะไปปลูกและอธิษฐานจนกลายเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง งอกงามเป็นประกายระยิบระยับ

ท้าวพรหมทัตเสด็จมาพบต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองของเอื้อย เกิดถูกพระทัย จึงสั่งให้ทหารนำไปปลูกในพระราชวัง แต่ไม่มีทหารคนใดถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองถวาย ท้าวพรหมทัตจึงแต่งตั้งให้เอื้อยเป็นพระมเหสี

นางขนิษฐีรู้ข่าวเกิดความอิจฉาจึงเข้าเมืองหลอกเอื้อยออกไปฆ่า แล้วให้อ้ายแต่งตัวเป็นเอื้อยเข้าไปในวัง วิญญาณของเอื้อยเกิดใหม่มาเป็นนกแขกเต้า บินมาเกาะที่หน้าต่างและเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท้าวพรหมทัตฟัง ท้าวพรหมทัตจึงพระราชทานกรงทองให้นกแขกเต้าเอื้อยอยู่ นางอ้ายรู้เรื่องจึงจับนกแขกเต้าออกจากกรงทองมาถอนขนจนหมด แล้วให้แม่ครัวนำไปทำแกงคั่ว แต่นกแขกเต้าหนีรอดมาได้ ซ่อนตัวอยู่ในรู รอจนขนขึ้นเต็มตัว จึงบินไปอยู่กับพระฤาษี พอพระฤาษีทราบเรื่อง จึงชุบนกแขกเต้าให้กลายเป็นเอื้อยเหมือนเดิม พร้อมทั้งชุบร่างกุมารน้อย ชื่อ ลบกุมาร มาเป็นลูกของเอื้อย กุมารน้อยเดินทางไปพบท้าวพรหมทัตแล้วเล่าเรื่องแม่เอื้อยให้ฟัง ท้าวพรหมทัตจึงจัดขบวนเสด็จรับเอื้อยเข้าพระราชวัง

นางอ้ายกลัวถูกประหารชีวิตจึงชิงฆ่าตัวตาย

ท้าวพรหมทัตและนางเอื้อยพร้อมลบกุมารก็อาศัยอยู่ด้วยกัน ปกครองบ้านเมืองอย่างมีความสุข

เห็นไหมล่ะว่า ความกตัญญูรู้คุณ และความสัมพันธ์ที่งดงาม เกิดขึ้นได้ในทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างคนกับคน คนกับสัตว์ หรือคนกับธรรมชาติ ดูได้จากนางเอื้อยที่เมื่อมีชีวิตอยู่ แม่กับลูกก็ผูกพันรักใคร่ดูแลกัน เมื่อแม่เกิดเป็นปลาบู่ทองลูกก็เฝ้าดูแลให้อาหาร เมื่อแม่เกิดเป็นต้นมะเขือ ลูกก็เฝ้าดูแลรดน้ำพรวนดินจนงอกงาม เมื่อแม่เกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง ลูกก็เฝ้าดูแลจนเติบใหญ่แข็งแรง ทำให้เห็นว่าโลกจะรอดเพราะความกตัญญู และอีกประเด็นหนึ่งคือ คนบางคนเป็นทุกข์ เพราะความดีของคนอื่น ไม่ชื่นชมในความดีงามของคนอื่น จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสาร เพราะคนเหล่านี้จะอยู่และตายเพราะโลกมืด

ดังนั้น เมื่อดำรงชีวิตอยู่ร่วมกัน เราต้องรักใคร่ ดูแลและกตัญญูรู้คุณกัน

พบกันใหม่ ในวันพุธหน้า สำหรับวันนี้สวัสดีจ้ะ


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน