หน้าหลัก » บทความ » ปฏิบัติตามข้อตกลง (Commitment)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การปฏิบัติตามข้อตกลง (Commitment) หมายถึง การที่เด็กปฏิบัติตนตามกฏ ระเบียบ กติกา หรือข้อตกลงที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน ส่วนการสร้างข้อตกลง (Commitment Approach) เป็นการที่ครูใช้คำถามให้เด็กร่วมกันคิดถึงการปฏิบัติตนที่แสดงถึงลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ในการเล่นหรือทำงานร่วมกัน ทั้งนี้เพราะเด็กเริ่มมีการติดต่อกับสังคมแวดล้อมแห่งแรกคือ สังคมครอบครัว ต่อมาเมื่อเด็กเข้าสู่โรงเรียนก็จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวในสภาพสังคมใหม่ ที่แตกต่างไปจากสังคมเดิม เด็กในช่วงอายุ 3 – 5 ปี เป็นวัยที่มีลักษณะเด่นคือ เป็นวัยที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง (egocentric) ทั้งในด้านความรู้สึก การคิดและการปฏิบัติ เด็กจะยึดความคิดของตนเองเป็นหลัก โดยมิได้คำนึงถึงผู้อื่นว่าจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร การสร้างข้อตกลงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ให้กับเด็กปฐมวัย เป็นการตกลงร่วมกันว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างการเล่นและการทำงานร่วมกัน

ปฏิบัติตามข้อตกลง

การปฏิบัติตามข้อตกลงมีความสำคัญอย่างไร?

เป็นที่ยอมรับกันว่าเด็กวัย 0 – 6 ขวบ เป็นวัยที่ควรได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมในทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในช่วงวัยนี้จะส่งผลต่อพัฒนาการโดยรวมของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังที่ฟรอยด์ (Freud) และอีริกสัน (Erikson) นักจิตวิทยาพัฒนาการทางด้านสังคมและบุคลิกภาพต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่า พัฒนาการทางด้านสังคมและบุคลิกภาพของเด็กจะเป็นไปอย่างราบรื่นถ้าเด็กได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม การอบรมเลี้ยงดู การให้ความรักความอบอุ่น และตอบตอบสนองเด็กตามขั้นพัฒนาการมีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก ในทางกลับกันถ้าเด็กไม่ได้รับการตอบสนองหรือขาดความอบอุ่น อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการด้านบุคลิกภาพโดยรวมของเด็กและอาจทำให้เด็กเกิดการชะงักงัน (Fixation) ของพัฒนาการได้

ปัญหาทางด้านสังคมในปัจจุบันทั้งปัญหาด้านอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย การปล้นเงินธนาคาร การฉกชิงวิ่งราว ปัญหายาเสพติด ปัญหาการทะเลาะวิวาทชกต่อยกันของวัยรุ่น ฯลฯ ปัญหาต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของสถาบันสังคมและการจัดการศึกษา โดยเฉพาะพัฒนาทางด้านสังคมที่มีความบกพร่อง การที่เด็กไม่เข้าใจกัน ไม่สามารถสื่อสารระหว่างกันด้วยสันติวิธี มีความขัดแย้งและแก้ปัญหาในทางที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น การแก้ปัญหาทางด้านสังคมควรเริ่มตั้งแต่วัยแรกเริ่ม นั่นคือการจัดการศึกษาในช่วงปฐมวัย ที่ควรให้การศึกษาควบคู่กับการอบรมเลี้ยงดู ฟูมฟัก และขัดเกลาบุคลิกภาพลักษณะนิสัย และทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข ให้เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม (Social Development) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบุคลอื่น มีทักษะการปรับตัวอยู่ในสังคม รวมทั้งความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ตลอดจนคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม พัฒนาการทางด้านสังคมมีความสัมพันธ์กับกับพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ซึ่งบางครั้งอาจจะพูดถึงพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมไปด้วยกัน พัฒนาการทางสังคมจึงเป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคม และการปรับตัวตนเองเข้ากับบุคคลต่างๆ ตลอดจนเรื่องของสภาพแวดล้อม ที่ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้แนวทางในการพัฒนาพฤติกรรมทางสังคมโดยเฉพาะคุณลักษณะทางด้านคุณธรรม จริยธรรมและลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัย เช่น พฤติกรรมความเอื้อเฟื้อ ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และการมีวาจาที่ไพเราะอ่อนหวาน ซึ่งเป็นคูณลักษณะสำคัญที่จะทำให้เด็กอยู่ร่วมกันกับเพื่อนและสังคมได้อย่างมีความสุข การเล่นและการทำงานเป็นกลุ่มเป็นการเรียนรู้ทางสังคมของเด็กวัยอนุบาล ซึ่งจะทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความคิด การรู้จักรอคอย การช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อต่อเพื่อน ฝึกความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และใช้วาจาที่ไพเราะในการสื่อสารทางบวก อีกทั้งยังทำให้เด็กรู้จักปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกติกาง่ายๆ เด็กควรที่จะได้เรียนรู้การเล่นและทำงานร่วมกับเพื่อน เพราะเด็กจะใช้กิจกรรมการเล่นและการทำงานร่วมกันในการปรับตัวเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ช่วยให้เกิดความอบอุ่นมั่นคง เป็นสุข มีโอกาสตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง ซึ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสังคมและด้านอื่นๆ ซึ่งการเล่นและการทำงานร่วมกับเพื่อนจะช่วยทำให้เด็กคลายการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง และทำให้เด็กได้รับการยอมรับจากเพื่อน

การจัดประสบการณ์การเล่นและการทำงานกลุ่มทำให้เด็กได้รับการพัฒนาไปตามความต้องการ การจัดประสบการณ์ในแต่ละครั้งที่ใช้วิธีการสร้างข้อตกลงและให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงจะทำให้เด็กมีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและมีพฤติกรรมตามที่ตกลงกันไว้ก่อนการทำกิจกรรม และการใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กคิดสร้างข้อตกลงด้วยตัวของเด็กเองก่อนการทำกิจกรรมทุกครั้งจะทำให้เด็กสามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองและนำไปสู่การสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ได้ โดยครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการจัดประสบการณ์ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ การพัฒนาให้เด็กบรรลุจุดมุ่งหมายนั้นขึ้นอยู่กับบทบาทของครู จากการศึกษางานวิจัยพบว่า บทบาทของครูมีความสำคัญที่จะช่วยให้พฤติกรรมของเด็กเป็นไปตามความต้องการ เพราะครูเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กสามารถสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ นอกจากนี้บทบาทของครูยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการในด้านอื่นๆของเด็กด้วย

การปฏิบัติตามข้อตกลงมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นประสบการณ์ที่เด็กได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัว จากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม ได้แก่ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น การวางแผน ตัดสินใจเลือก และลงมือปฏิบัติ การมีโอกาสได้รับความรู้สึก ความสนใจ และความต้องการของตนเองและผู้อื่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น การแก้ปัญหาในการเล่น และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย ในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งที่ให้โอกาสเด็กได้รับการพัฒนาทางด้านสังคมในด้านลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ควรจัดกิจกรรมให้เด็กร่วมกันคิดสร้างข้อตกลงก่อนและให้เด็กได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นมีประโยชน์แก่เด็กปฐมวัยในการช่วยส่งเสริมให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ ได้แก่

  • มีพฤติกรรมความเอื้อเฟื้อ จากการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เด็กกำหนดขึ้นว่าควรแบ่งปันของเล่นหรืออุปกรณ์ต่างๆ เมื่อเล่นหรือทำงานด้วยกัน ทำให้เด็กต้องปฏิบัติตามโดยการแบ่งปันวัสดุหรือของเล่นแก่เพื่อน ยอมให้เพื่อนเข้ามาเล่นด้วย หรือช่วยเหลือเพื่อนขณะทำงานหรือเล่น แนะนำวิธีเล่นให้เพื่อน หรือเสียสละสิ่งของให้เพื่อน
  • มีระเบียบวินัย การที่เด็กสร้างกฎข้อตกลงก่อนการทำกิจกรรม จะช่วยทำให้เด็กต้องรักษาวินัยทั้งวินัยในตนเอง และวินัยต่อผู้อื่น รู้จักการรอคอย ลำดับก่อนหลัง การเก็บของเล่นหรือวัสดุอุปกรณ์หลังทำกิจกรรมเสร็จ โดยที่ครูไม่ต้องสั่งหรือเตือน
  • มีความรับผิดชอบ การสร้างข้อตกลงของเด็กที่ร่วมกันคิดขึ้น จะทำให้เด็กมีความรับผิดชอบในงานที่ทำ เด็กจะรู้บทบาทและหน้าที่ของตนเอง ทำให้กิจกรรมที่ทำสำเร็จลุล่วงได้ดี เก็บของเล่นเข้าที่ทุกครั้งเมื่อเล่นเสร็จ หรือทำกิจกรรมที่ตนเองเลือกให้เสร็จก่อนที่จะไปทำกิจกรรมอื่น
  • มีวาจาไพเราะอ่อนหวาน รายการข้อตกลงจะเกี่ยวข้องกับการพูดและการสื่อสารระหว่างกันขณะทำงานหรือเล่น ดังนั้นเด็กจะแสดงพฤติกรรมโดยมีมารยาทในการพูด การใช้คำสุภาพ ครับ ค่ะ ขอบคุณ ขอบใจ ขอโทษ ไม่เป็นไร
  • ช่วยให้เด็กเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริงในเรื่องที่เรียนรู้ เนื่องจากได้ลงมือปฏิบัติจริงในขณะเล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อน
  • ช่วยฝึกให้เด็กเกิดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • ช่วยให้เด็กรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น
  • ฝึกให้เด็กมีสังคมนิสัยที่ดี สามารถเล่น ทำงานและอยู่ร่วมกับเพื่อนได้
  • ช่วยปลูกฝังให้เด็กรู้จักการปฏิบัติตามกฎและระเบียบของสังคม
  • ช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคม และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ครูจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงให้กับเด็กที่โรงเรียนอย่างไร?

การสร้างข้อตกลงที่เด็กร่วมกันสร้างขึ้นภายใต้การสนับสนุน ช่วยเหลือของครู และเด็กได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นสามารถนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆตามตารางกิจกรรมประจำวันของเด็กปฐมวัยได้ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระตามเสียงเพลง จังหวะ ทำนอง ฯลฯ ซึ่งในกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานทุกครั้ง ครูอาจให้เด็กได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวตามข้อตกลงหรือคำสั่ง เช่น ถ้าครูให้จังหวะเร็วหรือเคาะเร็ว เด็กจะต้องเคลื่อนไหวแบบเร็ว หรือเคลื่อนไหวแบบช้าตามจังหวะ หรือเมื่อครูให้จังหวะ 2 ครั้งติดต่อกัน ให้เด็กหยุดการเคลื่อนไหว ในกิจกรรมการเคลื่อนไหวครูอาจเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการสร้างข้อตกลง เช่น ให้เด็กออกมาแสดงบทบาทแทนครู ให้เด็กสร้างข้อกำหนดขึ้นใหม่ในการเคลื่อนไหวก็ได้
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่เด็กได้เรียนรู้ความคิดรวบยอดและทักษะต่างๆ จากหน่วยหรือหัวเรื่องที่เรียนรู้ประจำสัปดาห์ เด็กจะต้องนั่งเป็นรูปวงกลมหรือครึ่งวงกลมเพื่อสนทนากับครู การเรียนรู้ดังกล่าวครูจะให้เด็กได้ร่วมกันสร้างข้อตกลงขณะปฏิบัติกิจกรรม เช่น การยกมือขออนุญาตก่อนพูด ไม่พูดแซงครู ใช้คำถามที่สุภาพ ไม่คุยหรือส่งเสียงดัง บางครั้งกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่ต้องจัดในรูปแบบของการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือประกอบอาหาร เด็กอาจร่วมกันสร้างข้อตกลงในเรื่องการใช้อุปกรณ์ที่อาจเกิดอันตราย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านการคิดและจินตนาการผ่านงานด้านศิลปะประเภทต่างๆ ครูอาจจัดให้ทำเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะจัดไว้ให้เด็กทำร่วมกันเป็นกลุ่มและมีวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ร่วมกัน ดังนั้นการสร้างข้อตกลงและให้เด็กปฏิบัติตามจึงมีหลายประการ เช่น การแบ่งปันสิ่งของที่ใช้ทำศิลปะ การรอคอยลำดับก่อน- หลังในการทำกิจกรรม ความรับผิดชอบในงานที่ทำ ส่งงานที่ทำเสร็จก่อนไปเล่น ฯลฯ
  • กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นในมุมประสบการณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามความสนใจของเด็กแต่ละคน ซึ่งจะพบว่ามีมุมประสบการณ์บางมุมที่เด็กจะสนใจเป็นพิเศษ และเด็กต่างก็จะแย่งเข้าไปเล่นที่มุมนั้นๆ หลายคน เช่น มุมบทบาทสมมติ มุมบล็อก มุมดนตรี มุมพลาสติกสร้างสรรค์ แต่เนื่องจากมีวัสดุอุปกรณ์จำกัด ดังนั้น ก่อนการเล่นตามมุมครูจะให้เด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงแล้วให้ปฏิบัติตามจะช่วยแก้ปัญหาในการเล่นได้ เช่น เด็กที่เข้าไปถึงมุมนั้นก่อนควรได้เล่นก่อน เด็กคนไหนทำงานศิลปะเสร็จก่อนจะได้เล่นบล็อกก่อน มุมหนึ่งๆ ไม่ควรเข้าไปเล่นเกิน 5 คน เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่างๆ จากการเล่นเครื่องเล่นสนามหรือการเล่นเกมต่างๆ การสร้างข้อตกลงจะเริ่มตั้งแต่การเดินออกจากห้องไปในสนามเด็กเล่น ครูจะให้เด็กได้รวมกันสร้างข้อตกลง เช่น การเดินต่อแถวไปสนาม การไม่ส่งเสียงดังรบกวนเด็กห้องอื่น และเมื่อถึงสนามเด็กเล่นแล้วก็มีกฎกติกาในการเล่นที่เด็กต้องร่วมกันกำหนด เช่น ให้ช่วยรักษาความสะอาดบริเวณสนามเด็กเล่น ให้รู้จักระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เล่นหรือใช้เครื่องเล่นให้ถูกวิธี นอกจากนี้ กิจกรรมการเล่นประเภทแข่งขันที่ครูให้เด็กร่วมกันกำหนดกติการก่อนเล่น โดยให้เด็กปฏิบัติตามกฎกติกาของเกมการเล่นนั้น เพื่อที่จะได้ฝึกลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ให้เกิดกับเด็ก
  • เกมการศึกษา เป็นกิจกรรมที่ฝึกฝนในด้านการคิดและสติปัญญาของเด็กจากการเล่นเกมทั้งเป็นรายบุคคลและการเล่นเป็นกลุ่ม ก่อนทำกิจกรรมการเล่นเกมทุกครั้งครูจะอธิบายสาธิตวิธีเล่นเกมใหม่ และให้เด็กได้สร้างข้อตกลงในการเล่น เช่น ให้รู้จักแบ่งปันเกมให้เพื่อนเล่นบ้าง สอนวิธีการเล่นให้เพื่อน เมื่อเล่นเสร็จควรจัดเก็บให้เรียบร้อย เป็นต้น นอกจากครูจะส่งเสริมให้เด็กสร้างข้อตกลงก่อนปฏิบัติกิจกรรมตามตารางกิจกรรมประจำวันวันแล้ว ครูอาจให้เด็กสร้างข้อตกลงในกิจกรรมอื่นๆ ได้เช่น การรับประทานอาหารกลางวัน การดื่มนม การปฏิบัติตนในการใช้ห้องพิเศษ การปฏิบัติตนในการศึกษานอกสถานที่ ฯลฯ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะส่งเสริมให้ลูกปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างไร?

นอกจากเด็กจะปฏิบัติตามข้อตกลงขณะอยู่ที่โรงเรียนแล้ว ลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ควรได้รับการปลูกฝังและส่งเสริมให้เกิดขณะอยู่ที่บ้านด้วย พ่อแม่ ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการที่จะส่งเสริมให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการกำหนดการกระทำต่างๆ ซึ่งเป็นความต้องการของเด็ก และเด็กสามารถปฏิบัติได้และการปฏิบัติในสิ่งที่เด็กต้องการจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่กับเด็กได้ สำหรับแนวทางในการปฏิบัติของพ่อแม่ในเรื่องการให้เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงมีดังนี้

  • พ่อแม่ควรฝึกหัดให้ลูกปฏิบัติตามข้อตกลงในการเล่นของเล่น พ่อแม่อาจซื้อของเล่นให้ลูกเล่นที่บ้านและมีที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ การฝึกหัดให้เด็กมีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบด้วยการให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดเป็นข้อตกลง เช่น การจัดเก็บของเล่นประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน เล่นของเล่นอย่างระมัดระวังไม่ให้พังเสียหาย เก็บของเล่นให้เรียนร้อยเมื่อเล่นเสร็จ
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเด็ก พ่อแม่ควรให้ลูกกำหนดการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันทั้งในเรื่องของเวลาและแนวทางในการปฏิบัติ เช่น ต้องตื่นนอนเวลา 6.00 น. ทุกวัน เก็บอุปกรณ์เครื่องนอนต่างๆ หลังจากนั้นต้องล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัวไปโรงเรียน และรับประทานอาหารด้วยตนเองกลับจากโรงเรียนต้องทำการบ้านก่อนไปเล่นหรือโทรทัศน์ หรือการดูโทรทัศน์ได้ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ฯลฯ
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงในเรื่องการช่วยเหลืองานบ้านตามความสามารถของเด็ก เช่น การจัดเก็บอุปกรณ์การรับประทานอาหาร การดูแลให้อาหารสัตว์เลี้ยง การช่วยรดน้ำต้นไม้หรือทำความสะอาดบ้านเท่าที่ทำได้ ฯลฯ
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีแขกมาเยี่ยมบ้าน เช่น การรู้จักทักทาย การไหว้ การต้อนรับและบริการแขก มารยาทและการใช้คำพูดที่สุภาพอ่อนโยนต่อผู้ใหญ่
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อไปเที่ยวหรือออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น การไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ หรือการไปรับประมานอาหารนอกบ้าน เด็กควรสร้างข้อตกลงเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามได้ เช่น การไม่มีพฤติกรรมงอแง ร้องไห้ หรือก้าวร้าว แสดงพฤติกรรมร้องขอให้พ่อแม่ซื้อของให้โดยไม่จำเป็น มารยาทในการเข้าสังคม เช่น การรับประทานอาหารที่ถูกต้องและสุภาพ การไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ฯลฯ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ในการฝึกฝนเด็กให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อให้มีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ครูควรมีบทบาทและหน้าที่ดังนี้

  • การปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามข้อตกลง เช่น การมาทำงาน การจัดกิจกรรมประจำวัน ความรับผิดชอบต่อเด็กและการทำตามสัญญาต่างๆ
  • ครูควรเป็นผู้มีความมั่นคงทางอารมณ์และควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ไม่แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้เด็กเห็นหรือปฏิบัติตาม
  • ครูควรเป็นผู้มีเหตุผลและมีความเป็นประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นของเด็ก ให้ความยุติธรรมกับเด็กโดยการให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมอย่างทั่วถึง และเอาใจใส่เด็กทุกคนอย่างเสมอกันโดยไม่มีความลำเอียงหรือมีอคติกับเด็ก
  • ให้ความเป็นอิสระกับเด็กในการคิดหรือปฏิบัติเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีลักษณะนิสัยแบบประชาธิปไตย

บรรณานุกรม

  1. ทัศนา แก้วพลอย. (2535). การคลายการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นน้ำเล่นทราย ในกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ถ่ายเอกสาร.
  2. ภรณี คุรุรัตนะ. (2535). การเล่นของเด็ก เอกสารคำสอนวิชา ปว. 333. กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลักสูตรและการสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
  3. Thomas,H.U. (1985). Comparing Theories of Child Development. California : Wadsworth Publishing.
  4. Worchel,S.and Shebilske.W. (1986). Psychology : Principles and Applications. New Jersey : Prentice – Hall.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน