หน้าหลัก » Blogs » ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นักปฏิรูปบางคนก็มีแรงจูงใจหลายอย่างรวมกัน อย่างเช่น มาเรีย มอนเทสซอรี่ (Montessori) ผู้สนับสนุน “การศึกษาเพื่อให้เกิดสันติสุข” (ซึ่งถือเป็นจุดมุ่งหมายทางสังคม) และ “เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็ก” (อันถือเป็นจุดมุ่งหมาย ทางมานุษยวิทยา) ส่วน ฌอง จ๊าค รุสโซ่ (Jean-Jacques Rousseau) ก็ได้ชื่อเป็น “บิดาแห่งการเคลื่อนไหว เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับเด็ก” (Father of the child-study movement)

ในปรัสเซียเมื่อครั้งอดีต แรงจูงใจที่สำคัญของการคิดค้นชั้นอนุบาล (Kindergarten) ขึ้น ก็เพื่อทำนุบำรุง ความ สามัคคีของชาติ ด้วยการ สอนภาษาประจำชาติให้ ในขณะที่เด็กๆ ยังสามารถเรียนภาษาได้อย่างง่ายดาย การปฏิรูป นั้นได้ เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ และทิศทาง ตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ความหมายและวิธีการของการศึกษานั้น ได้เปลี่ยนแปลง มาตลอด ผ่านการโต้วาทีต่างๆ ที่ถกเถียงกันถึงว่า เนื้อหา หรือประสบการณ์ใดที่ให้ผลเกิดต่อสังคมที่มีการศึกษา การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจได้รับการนำไปปฏิบัติ โดยนักการศึกษา ที่เป็นปัจเจกบุคคล และโรงเรียนที่เปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาและพ่วงด้วยการประเมินผลหลักสูตร

การปฏิรูปการศึกษานั้นได้รับการปฏิบัติให้ลุล่วงเพื่อจุดประสงค์หลากหลาย แต่โดยภาพรวมแล้ว การปฏิรูป หลาย ครั้งมักเกิด จากนักคิด ผู้มุ่งเยียวยาสังคม ผ่านทางความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาของคนแต่ละชนชั้น เช่น การเตรียมตัวปกครองของชนชั้นปกครอง หรือการเตรียมตัวทำงานของชนชั้นแรงงาน

นอกจากนี้ การปฏิรูปยังเกิดขึ้นเพื่อการเตรียมตัวของพลเมืองในสังคม ประชาธิปไตยหรือสาธารณรัฐ ความคิดที่ว่า เด็กๆ ทุกคนควรได้รับการศึกษาขั้นสูงนั้น ถือเป็นความคิดที่ค่อนข้างใหม่ และเพิ่งปรากฎตัวขึ้นอย่างกว้างขวาง ในบริบทของ ประชาธิปไตยในโลกตะวันตกช่วงยุคศตวรรษที่ 20

การปฏิรูปการศึกษาตามหลักประชาธิปไตยที่มาจากแรงผลักดันทางการเมืองนั้น มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงยุคสมัย สาธารณรัฐของเพลโต (Plato) ในประเทศสหรัฐอเมริกา การปฏิรูปการศึกษาแบบประชาธิปไตย ได้รับการ สืบทอดโดยโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ผู้ซึ่งสนับสนุนหลักการทะเยอทะยานของ Plato เพื่อให้เกิดโรงเรียนของรัฐขึ้น

แรงผลักดันของการปฏิรูปอีกอย่างหนึ่งในสมัยนั้น ก็มาจากความปรารถนาที่จะแก้ไขปัญหาทางสังคม-เศรษฐกิจ ซึ่งคนจำนวนมากมองว่าเป็นปัญหาที่มาจากการขาดการศึกษา ผู้คนเริ่มเห็นว่า การพัฒนาทางการศึกษา สามารถแก้ไข ความความยากจน การเลือกปฏิบัติทางเพศ (Gender discrimination) หรือความไม่เทียมกัน ทางสังคม

ตัวอย่างเช่น ใน Kerala ประเทศอินเดีย ช่วงยุค ค.ศ. 1950 การที่ผู้หญิงอินเดียมีความเป็นอยู่ (รวมทั้งสุขภาพ) ที่ดีขึ้นนั้นมีส่วนโยงกับ อัตราการรู้หนังสือที่สูงขึ้นของผู้หญิง เช่นเดียวกับประเทศอิหร่าน การศึกษาแค่ชั้นประถมก็มี ส่วน เกี่ยวโยงกับประสิทธิภาพ และรายได้ทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น เพราะการเข้าถึงแหล่งข้อมูลในเรื่องราคาและวิธีการวิทยาศาสตร์ในการทำกสิกรรม

ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อ้างถึงการพัฒนาการศึกษา เพื่อปรับปรุงกองทัพ ให้มีความรู้ควาสามารถในการสงคราม และในยุโรป การปฏิรูปการศึกษาเป็นกลไกในการรวมเข้าด้วยกันของประชากรหลากหลายภาษาและวัฒนธรรม เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี และสเปน

แหล่งข้อมูล

  1. Education reform - http://en.wikipedia.org/wiki/Education_reform [2013, February 17].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน