หน้าหลัก » Blogs » ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


แม้ว่าการปฏิรูปการศึกษาในระดับประเทศ จะเกิดขึ้นหลากหลายด้วยกันตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ความรู้ความเข้าใจของยุคใหม่เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ก็ยังผูกติดกับการขยายตัวของการศึกษาภาคบังคับ กล่าวคือ การปฏิรูปการศึกษานั้นยังไม่สามารถแพร่กระจาย จนกว่าการศึกษากระแสหลัก (Mainstream education) จะได้รับการจัดระบบให้เข้าที่ก่อน

ในโลกยุคใหม่ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของประชาธิปไตย ได้ทำให้เห็นคุณค่าของการศึกษา และเพิ่มความสำคัญของการทำให้แน่ใจว่า ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงได้ การปฏิรูปการศึกษาในยุคใหม่จึงถูกขับเคลื่อนโดยความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่ “ได้ผล” ในการศึกษา และวิธีการที่จะมุ่ง พัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จ

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 มีประเด็นร่วมสมัยหลายประเด็นที่มีความสำคัญโดดเด่น ที่มาจากการถกเถียงเกี่ยวกับ การปฏิรูปการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนี้ :

  • การติวพิเศษนอกห้องเรียน รวมทั้งการกวดวิชาในวันสุดสัปดาห์ และเวลาเย็นของวันธรรมดา
  • ชั้นเรียนที่ควรมีขนาดเล็กลง เพื่อเพิ่มประสิทธิผลของการเรียนการสอน
  • คุณภาพของครูสูงขึ้น เพื่อให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนภายในชั้นเรียน
  • มาตรฐานรับรองคุณภาพของโรงเรียนที่สูงขึ้น [อาทิ ตาม สมศ. ประเมิน]
  • การรับรองมาตรฐานครู (Certification) เป็นช่วงระยะเวลา [อาทิ ทุกๆ 3 - 4 ปี]
  • การจ่ายค่าตอบแทนครูที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นครูมากขึ้น
  • การจ่ายเงินโบนัสตามผลงาน เพื่อความกระตือรือร้นของครู
  • การไล่ครูที่ผลงานต่ำออกจากวงการ มิใช่เฉพาะออกจากโรงเรียน
  • การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน
  • การติดตามผลเพื่อลดอัตราการพักการเรียน และขาดเรียนของนักเรียน
  • การศึกษาที่เน้นภาษาอังกฤษกับการศึกษาสองภาษาควบคู่กันไป
  • การจัดให้มีชั้นเรียนพิเศษสำหรับเด็กพิเศษ แยกจากการศึกษากระแสหลัก
  • การปรับปรุงเนื้อหาของมาตรฐานหลักสูตรและหนังสือเรียน
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และความเพียงพอของอุปกรณ์การศึกษา
  • การสอนให้นักเรียนยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ [อาทิ ในประชาคมอาเซียน]

ในประเทศไทย มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากระบบการศึกษาของรัฐมานานมาแล้ว โรงเรียนเอกชนนั้นถือว่าเป็น ทางเลือกสำหรับคนที่สามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้ ซึ่งรวมถึงโรงเรียนในเครือคาธอลิคและคริสเตียน และโรงเรียนนานาชาติ นอกจากนี้โรงเรียนที่ยึดหลักปรัชญาทางเลือกและการศึกษาที่บ้าน (ซึ่งพ่อแม่ต้องการรับผิดชอบการศึกษาของลูกเองโดยตรง) ก็เป็นตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษา [กำลังเกิดขึ้น] เช่นกัน

แหล่งข้อมูล

  1. Education reform - http://en.wikipedia.org/wiki/Education_reform [2013, February 17].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน