หน้าหลัก » Blogs » ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ตอนที่ 4 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ที่มีมากขึ้นในวงการศึกษา ในขณะที่แนวความคิดและวิธีการของการสอนก็มีหลากหลาย จึงเกิดมีการใช้งานนานัปการของคอมพิวเตอร์ในยุคดิจิตัล ตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์สามารถใช้กับการคำนวณได้ดี จึงนำไปสู่การทดแทนเครื่องคิดเลขในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

การสร้าง “ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial intelligence) นำนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ไปสู่ความคิดที่ว่า คอมพิวเตอร์สามารถทดแทนครูได้ ผ่าน “ระบบผู้เชี่ยวชาญ” (Expert system) เป็นต้น แต่ความพยายามดังกล่าวมานานหลายสิบปี ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นจริงได้ คอมพิวเตอร์เป็นได้เพียงเครื่องมือหรือผู้ช่วยครูและนักเรียนเท่านั้น

การสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต ก็ทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อการประสานงานและการเรียนภาษาต่างประเทศ และ ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการจำลองระบบทางกายภาพ ก็ช่วยในการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ได้ดี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มักเป็นประเด็นถกเถียงกันบ่อยๆ ก็คือ จะปฏิรูปการศึกษาดิจิตัลในเรื่องการเรียนและสอบออนไลน์ได้อย่างไร?

เทคโนโลยีเป็นเอกลักษณ์อันทรงพลังที่มักมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะยังคงเดินหน้าทำลายกรอบเก่าๆ ของความคิดและทัศนคติของมนุษย์ต่อนวัตกรรม สิ่งนี้ก็สะท้อนให้เห็นช่องว่างที่เพิ่มขึ้นมาหลายปีแล้ว ระหว่างครูกับนักเรียน

ผลลัพธ์ก็คือ ชั้นเรียนแบบดั้งเดิมจะ “ตกรุ่น ล้าสมัย” ไปในที่สุด โดยเฉพาะหากครูผู้สอนไม่หัดทำตัวให้ชินกับ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและประสิทธิผล บรรดาครูทั้งหลายต้องตระหนักถึงตัวตนของครูรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อย เกิดในช่วงยุคดิจิตัล และมีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีอย่างช่ำชอง

เมื่อ “รุ่นเก่า” มาเจอ “รุ่นใหม่” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การสอน ก็หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่พ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับครูที่ไม่ยอมล้าสมัย ก็สามารถอาศัยช่องทางผ่านทางอินเทอร์เน็ต ติดต่อกับครูทั่วโลก ก็จะพบว่า ในโลกของอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์(Creativity) สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชั้นเรียนในนานาประเทศได้

ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการปรับปรุงและปฏิรูปการศึกษา ทั้งครูและนักเรียนต้องได้รับการสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์ (Harness) สูงสุดจากเทคโนโลยีในการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานในชั้นเรียน พอๆ กับเพื่อความเข้าใจในบทเรียนยิ่งขึ้นและเร็วขึ้น

การเรียนรู้ในสหรัฐอเมริกาประกอบด้วย 3 วิธีการ กล่าวคือ การศึกษาแบบออนไลน์ล้วน แบบผสมผสาน และแบบ ดั้งเดิม ผลการวิจัยพบว่า การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเกิดขึ้นในรูปแบบผสมผสาน ซึ่งทำให้เด็กสามารถรับชมการบรรยาย ได้ล่วงหน้าก่อนเข้าชั้นเรียน และใช้เวลาในชั้นเรียนในการฝึกฝน กล่อมเกลา (Refine) และประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนหรือรับรู้ ก่อนหน้านั่นเอง

สิ่งที่ปรากฏเด่นชัดก็คือ การเรียนรู้แบบผสมผสาน ใน ปี พ.ศ. 2552 นั้น มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสหรัฐอเมริกา กว่า 3 ล้านคนลงเรียนวิชาออนไลน์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2543 ที่มีเพียง 45,000 คน นับเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่รวดเร็วมาก จากผลกระทบของเทคโนโลยีในยุคดิจิตัล

แหล่งข้อมูล

  1. Education reform - http://en.wikipedia.org/wiki/Education_reform [2013, February 19].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน