หน้าหลัก » บทความ » ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก (Children’s Undesirable Habits)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก (Children’s Undesirable Habits) หมายถึง การที่เด็กหมกมุ่นอยู่กับพฤติกรรมบางลักษณะ เช่น กัดเล็บ (Nail Biting) ม้วนผม (Hair twirling) แคะจมูก (Nose picking) ดูดนิ้ว (Thumb sucking) ซึ่ง ในสายตาของพ่อแม่ถือว่าเป็นลักษณะการกระทำที่รบกวนจิตใจ ไม่เหมาะสม หรือเป็นปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกของเด็ก แม้ว่าปัญหาบุคลิกภาพดังกล่าวจะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเป็นกังวลหรือหนักใจไม่น้อย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กข้างต้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องปกติ รวมถึงไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายของความผิดปกติร้ายแรง โดยปกติ เด็กมักจะหยุดแสดงปัญหาบุคลิกภาพไปเองเมื่อโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลหรือเป็นสาเหตุของปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้เช่นกัน ทั้งนี้ ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการกัดเล็บ ดูดนิ้ว ม้วนผม หรือแคะจมูก อาจเรียกได้ว่าเป็นนิสัยหรือความเคยชิน (Habit) กล่าวคือ เป็นพฤติกรรมที่เด็กกระทำอย่างต่อเนื่องในลักษณะเดิม ซึ่งโดยส่วนใหญ่ เด็กมักกระทำไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ เด็กคนหนึ่งอาจมีปัญหาบุคลิกภาพร่วมกันหลายลักษณะได้อีกด้วย

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กมีลักษณะอย่างไร?

ปัญหาบุคลิกภาพที่สามารถพบได้มากที่สุดทั้งในเด็กและวัยรุ่น มีดังต่อไปนี้

  • การกัดเล็บ (Nail biting) รวมถึงการแคะเล็บ (Nail picking) งานวิจัยคาดคะเนไว้ว่าประมาณร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 60 ของเด็กและวัยรุ่นเคยมีประสบการณ์กัดและเคี้ยวเล็บจากนิ้วมือมากกว่า 1 นิ้ว นอกจากนี้เด็กบางคนอาจกัดเล็บเท้าด้วยเช่นกัน เด็กทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมการกัดเล็บตั้งแต่ยังเล็กในอัตราที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กโตขึ้น เด็กผู้ชายจะมีแนวโน้มการกัดเล็บที่สูงกว่า
  • การม้วนผม (Hair twirling) เด็กที่ชอบม้วน ลูบ และดึงผมนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเด็กผู้หญิง โดยพฤติกรรมการม้วนผมอาจปรากฏในช่วงแรกเริ่มของวัยเด็ก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุอันจะนำไปสู่พฤติกรรมการดึงผม ทั้งประเภทถอนและไม่ถอนผม ทั้งนี้ พฤติกรรมการม้วนผมหรือการดึงผมของเด็ก มักจะหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่หากพฤติกรรมดังกล่าวยังคงอยู่ การปรับปรุงพฤติกรรมอย่างง่ายๆ จะช่วยให้เด็กสามารถกำจัดปัญหาบุคลิกภาพไปได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กที่เริ่มแสดงพฤติกรรมการม้วน ลูบ และดึงผมเมื่อค่อนข้างโตหรือเป็นวัยรุ่นแล้ว การแก้ไขปัญหาก็จะยากขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความวิตกกังวล (Anxiety) ภาวะซึมเศร้า (Depression) รวมถึงโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder: OCD)
  • แคะจมูก (Nose picking) พฤติกรรมการแคะจมูกนั้น แม้ว่าจะเริ่มต้นในช่วงวัยเด็ก แต่ก็สามารถสืบเนื่องต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้ โดยสถิติหนึ่งในปี ค.ศ.1995 ระบุว่าประมาณร้อยละ 91 ของผู้ใหญ่แคะจมูกเป็นประจำ อีกทั้งร้อยละ 8 ของจำนวนดังกล่าวยังรายงานว่าได้รับประทานสิ่งที่ตนเองแคะออกมาด้วย
  • ดูดนิ้ว (Thumb sucking) เนื่องจากเมื่อครั้งยังเป็นทารก นิ้วหัวแม่มือเป็นนิ้วที่สัมผัสกับปากเด็กมากที่สุดในขณะที่เด็กดูดนม ดังนั้น โดยปกติแล้ว เด็กจึงนิยมดูดนิ้วหัวแม่มือเป็นหลัก ทั้งนี้ เด็กที่ดูดนิ้วส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็ก ซึ่งอาจเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2-4 ขวบ เด็กบางคนอาจดูดนิ้วอื่นๆ ดูดมือ หรือดูดทั้งกำปั้น โดยบางคนจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวร่วมกับการดูดนิ้วหัวแม่มือ หรือบางคนอาจจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวแทนการดูดนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งเหตุผลในการดูดนิ้วของเด็กส่วนใหญ่คือ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่หากเด็กดูดนิ้วบ่อยจนเกินไปทั้งที่อายุเกิน 4-5 ขวบไปแล้วอาจหมายถึงปัญหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน เช่น ฟันบนและฟันล่างเหลื่อมกัน (Overbite) หรือนิ้วติดเชื้อ รวมไปถึงการถูกล้อเลียนจนขาดความมั่นใจ

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กอื่นๆ ยังได้แก่ การกัดฟัน (Teeth grinding) และการโขกศีรษะ (Head banging) กัดริมฝีปาก (Lip biting) การทำเสียงจากลำคอ (Throat noises) เป็นต้น

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กมีสาเหตุมาจากอะไร?

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก เช่น การกัดเล็บ การม้วนผม การแคะจมูก หรือการดูดนิ้ว ถือเป็นพฤติกรรมที่สามารถทำให้เด็กรู้สึกดีได้ในทางใดทางหนึ่ง ดังนั้น เด็กจึงกระทำต่อเนื่องจนติดเป็นนิสัย ซึ่งความเคยชินเหล่านี้อาจช่วยเด็กในการแก้ไขปัญหา แต่ก็สามารถอาจก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นความบันเทิงรูปแบบหนึ่งสำหรับเด็กที่รู้สึกเบื่อ หรือสำหรับเด็กส่วนใหญ่แล้ว มักเป็นกลไกในการผ่อนคลายความกังวล ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ตรงของเด็ก เพราะฉะนั้นเด็กจึงสร้างพฤติกรรมการกัดเล็บหรือม้วนผมเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่ตึงเครียดในลักษณะเดียวกับที่ผู้ใหญ่ระบายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย ทั้งนี้ ในทางกลับกัน เด็กบางคนแสดงพฤติกรรมดังกล่าวเมื่อรู้สึกผ่อนคลาย เช่น เมื่อกำลังจะหลับ หรือกำลังฟังเพลงสบายๆ นอกจากนี้ ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กยังอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมสืบต่อจากช่วงวัยทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูดนิ้ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมการผ่อนคลายตนเองของเด็ก อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับความรู้สึกพึงพอใจที่ได้จากการดูดนม ดังนั้น พฤติกรรมการดูดนิ้วจึงสามารถพบได้ทั่วไป ด้วยเพราะช่วยมอบความรู้สึกทางด้านบวกให้แก่เด็ก หรือบางที สาเหตุของปัญหาบุคลิกภาพของเด็กอาจเกิดจากครอบครัว โดยมีงานวิจัยกล่าวว่าพฤติกรรมการกัดเล็บมีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางพันธุกรรม หรือแม้กระทั่งมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เด็กเห็นจากการสังเกตพฤติกรรมของคนในครอบครัว เพราะฉะนั้นหากในครอบครัวมีคนที่ชอบกัดเล็บ หรือมีประวัติการกัดเล็บ เด็กก็อาจมีปัญหาบุคลิกภาพตามไปด้วย อีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก ได้แก่ การพยายามเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง โดยหากเด็กรู้สึกว่าเมื่อใดผู้ปกครองมีท่าทีไม่ใส่ใจพวกเขา เด็กจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวให้ผู้ปกครองเห็น ทั้งนี้เพราะเด็กรู้ว่าจะเป็นการกระตุ้นผู้ปกครองให้มาสนใจ พร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือนหรือห้ามปรามพวกเขาไม่ให้กระทำพฤติกรรมดังกล่าว

ปัญหาบุคลิกภาพมีความสำคัญอย่างไร?

โดยปกติแล้ว ปัญหาบุคลิกภาพมักถูกมองว่าไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงในเด็ก อีกทั้งยังสามารถหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น แต่หากพ่อแม่มีความวิตกกังวล หรือปัญหาพฤติกรรมของลูกเรื้อรังติดตัวเด็กจนกระทั่งเข้าสู่วัยเรียน และสืบเนื่องไปจนถึงช่วงวัยรุ่น การปรึกษาแพทย์ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากปัญหาบุคลิกภาพอาจเป็นผลหรือสาเหตุของปัญหาสุขภาพและจิตใจบางลักษณะของเด็ก เช่น เด็กอาจแคะจมูกเพราะรู้สึกไม่สบายจมูกอันเกิดจากมีวัตถุติดอยู่ในโพรงจมูก อีกทั้งปัญหาบุคลิกภาพอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อาทิเช่น เลือดกำเดาไหล เล็บซึ่งฝังอยู่ภายในหรือติดเชื้อ ปัญหาเกี่ยวกับฟัน เช่น การสบฟันผิดปกติ (Malocclusion) รวมไปถึงการติดเชื้อของนิ้ว ฯลฯ โดยหากปัญหาบุคลิกภาพส่งผลกระทบในทางลบต่อพฤติกรรมทางสังคมของเด็ก หรือขัดขวางการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเด็ก ปัญหาบุคลิกภาพย่อมไม่ใช่ปัญหาบุคลิกภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป นอกจากนี้ เด็กโตที่ยังมีพฤติกรรมการดูดนิ้ว อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะความเครียดหรือความวิตกกังวลที่เด็กกำลังเผชิญอยู่ หากเด็กถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเวลาอยู่ที่โรงเรียน หรือมีความยากลำบากในการพูดเพราะไม่ยอมเอานิ้วออกจากปาก ย่อมถือว่ามีลักษณะพฤติกรรมที่เกินกว่าปัญหาบุคลิกภาพโดยทั่วไป ในลักษณะเดียวกัน เด็กที่ดึงผมหรือถอนผมออกอาจเกิดจากอาการถอนผม (Trichotillomania) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง และส่งผลให้เด็กมีปัญหาผมร่วง นอกจากนี้ปัญหาบุคลิกภาพอันเกิดจากความคิดหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder: OCD)

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพของลูกได้อย่างไร?

แม้ว่าปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการกัดเล็บ การม้วนผม การแคะจมูก และการดูดนิ้ว มักจะหายไปเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียน เนื่องจากเด็กไม่ต้องการกระทำพฤติกรรมดังกล่าวอีกต่อไป หรือเด็กโตเกินกว่าจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครองไม่อยากให้เด็กมีปัญหาบุคลิกภาพ สามารถช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพของเด็กได้ ดังนี้

  • ชี้ให้เด็กเห็นถึงปัญหาบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสามารถใช้วิธีนี้ได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบ เพื่อช่วยให้เด็กตระหนักถึงปัญหาพฤติกรรมของตนมากยิ่งขึ้น เมื่อเด็กแสดงปัญหาบุคลิกภาพ พ่อแม่อาจจะเริ่มจากการทักถึงพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมกับกระตุ้นให้เด็กหยุดการกระทำนั้นโดยการขอความร่วมมือจากเด็ก ที่สำคัญหากเด็กยังคงแสดงปัญหาบุคลิกภาพต่ออีก พ่อแม่ก็ไม่ควรดุ วิพากษ์วิจารณ์ สั่งสอน หรือใช้วิธีการเด็ดขาด เช่น การลงโทษ เพราะอาจทำให้ปัญหาแย่ลงไปกว่าเดิมอีก
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาบุคลิกภาพ โดยหากลูกกลับบ้านมาแล้วร้องไห้เพราะถูกเพื่อนล้อเลียนเรื่องพฤติกรรมการดูดนิ้วของตนเอง พ่อแม่ควรรับรู้ว่าลูกกำลังต้องการความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงควรถามลูกถึงวิธีการที่ลูกคิดว่าจะสามารถช่วยให้เขาหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้ หรือก่อนอื่นอาจจะถามถึงความสมัครใจว่าลูกอยากหยุดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์หรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ตริตรอง และแสดงความมุ่งมั่น จากนั้นพ่อแม่ควรช่วยกันคิดหาทางออกของปัญหาบุคลิกภาพ โดยให้ลูกมีส่วนร่วมด้วย
  • แนะนำพฤติกรรมหรือกิจกรรมอื่นให้แก่ลูก เช่น หากเห็นว่าลูกกำลังกัดเล็บ แทนที่จะห้าม พ่อแม่อาจจะชักชวนให้ลูกสะบัดมือไปมา ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ลูกตระหนักถึงพฤติกรรมของตนเองมากยิ่งขึ้น และจะเป็นสิ่งเตือนใจให้เด็กหยุดเมื่อเผลอกระทำพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ดังกล่าว นอกจากนี้พ่อแม่อาจหากิจกรรมให้ลูกทำ เพื่อให้เด็กได้จดจ่อกับสิ่งอื่นแทนการหมกมุ่นกับพฤติกรรมการกัดเล็บ ม้วนผม แคะจมูก หรือดูดนิ้ว เช่น ให้ลูกเป็นผู้ช่วยในการประกอบอาหาร หรือให้ลูกทำงานศิลปะ เป็นต้น
  • ตัดปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น หากเด็กมีพฤติกรรมการกัดเล็บ พ่อแม่ก็ควรตัดเล็บของลูกให้สั้น หรือให้ลูกทาโลชั่นชนิดไม่มีสารพิษที่มือบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กกัดเล็บแล้ว ยังช่วยให้เด็กมีผิวพรรณชุ่มชื้น โดยผู้ปกครองอาจสนับสนุนให้เด็กทาโลชั่นหลังล้างมือทุกครั้งด้วยก็ได้
  • ให้รางวัลและชื่นชมการควบคุมตนเองของลูก เช่น อนุญาตให้ลูกสาวใช้ยาทาเล็บถ้าลูกสามารถไว้เล็บให้ยาวได้ หรือหากลูกสามารถยับยั้งการดูดนิ้วได้ พ่อแม่อาจกระตุ้นให้ลูกมีพฤติกรรมทางบวกด้วยการชมเชย หรือให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ
  • หมั่นสังเกต พร้อมทั้งให้รางวัลและชมเชยลูกอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพราะหากพ่อแม่ไม่สังเกตเห็นในเวลาที่ลูกแสดงพฤติกรรมในทางบวก ทำให้พลาดการให้รางวัลหรือคำชมเชยแก่เด็ก ในกรณีนี้ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่กำลังเกิดขึ้นในเด็กก็อาจจะหายไป แล้วลูกก็อาจจะกลับไปมีปัญหาบุคลิกภาพดังเดิม ทั้งนี้เพราะพฤติกรรมที่พึงประสงค์ควรได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จะค่อยๆ ลดและหายไป

ในการแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก นอกเหนือจากการตักเตือนอย่างอ่อนโยนและคำชมเชย สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ “เวลา” การจะเปลี่ยนนิสัยซึ่งเป็นความเคยชินของเด็ก จำเป็นต้องให้เวลาพวกเขาค่อยๆ ปรับตัว แล้วจึงแทนที่ด้วยลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องอดทน แล้วในท้ายที่สุด ทุกอย่างย่อมผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามหากปัญหาบุคลิกภาพของเด็กกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และเด็กไม่มีท่าทีว่าจะหายขาดจากพฤติกรรมดังกล่าว ผู้ปกครองจำเป็นต้องหาสาเหตุของปัญหาของลูกให้พบ และควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการประเมินสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะของปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก สาเหตุ และผลกระทบที่อาจเป็นผลจากปัญหาบุคลิกภาพ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปัญหาเหล่านั้นสามารถหายไปได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ครูก็ไม่ควรปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยาพฤติกรรมเด็กเพียงอย่างเดียว ครูควรมีบทบาทในการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
  • สังเกตพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน และร่วมมือกับผู้ปกครองในการแก้ปัญหาบุคลิกภาพดังกล่าว ทั้งนี้เพราะความต่อเนื่องของการแก้ไขปัญหาทั้งที่บ้านและโรงเรียน ย่อมช่วยให้เด็กสามารถกำจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยครูอาจจะปฏิบัติตามวิธีการที่ผู้ปกครองเห็นว่าได้ผล หรือลองวิธีการอื่นๆ ร่วมด้วยหากเห็นว่าเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหากิจกรรมให้เด็กทำ เพื่อไม่ให้เด็กอยู่เฉย หรือมีโอกาสหมกมุ่นอยู่กับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์มากจนเกินไป ทั้งนี้หัวใจสำคัญในการช่วยเหลือเด็ก คือ การไม่ตำหนิ หรือเปิดเผยปัญหาของเด็ก เพราะอาจทำให้เด็กรู้สึกอับอาย อันจะส่งผลให้ปัญหายิ่งรุนแรงมากขึ้น
  • ให้ความรู้ที่ถูกต้องถึงอันตรายของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่เด็ก เพื่อให้เด็กตระหนักถึงโทษที่อาจเกิดต่อร่างกาย และระมัดระวังความประพฤติของตนเองมากขึ้น เช่น การสอนเด็กเกี่ยวกับเชื้อโรค ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หากเด็กกัดเล็บ นอกจากนี้ครูควรย้ำเตือนเด็กถึงความรู้ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคอยกระตุ้นสติของเด็ก เพราะบางครั้งเด็กก็อาจแสดงปัญหาบุคลิกภาพออกมาโดยไม่รู้ตัว
  • ค้นหาสาเหตุของปัญหาบุคลิกภาพที่เกิดกับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุที่อาจเกิดจากโรงเรียน อย่างน้อยที่สุด ครูที่ดีควรทราบว่าเด็กมีปัญหากับเพื่อนหรือไม่ หรือมีความวิตกกังวล ความเครียด รวมถึงความไม่สบายใจใดๆ หรือไม่ เนื่องจากปัญหาที่โรงเรียนก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งนำไปสู่ปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก เพราะฉะนั้นครูควรพูดคุยกับเด็กอย่างสม่ำเสมอ และร่วมแก้ปัญหาในโรงเรียนกับเด็กอย่างใกล้ชิด
  • ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดและความเรียบร้อย เพราะอาจช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดจากปัญหาบุคลิกภาพของเด็กได้ เช่น ส่งเสริมให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เด็กมีนิสัยรักความสะอาดแล้ว เด็กที่กัดเล็บก็อาจจะมีความเสี่ยงต่ออันตรายจากเชื้อโรค หรือสารพิษที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายน้อยลง รวมถึงการสนับสนุนให้เด็กแต่งกายให้เรียบร้อย และหมั่นเช็คเครื่องแต่งกายของตนเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็กตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ยังอาจช่วยป้องกันพฤติกรรมการม้วนผมที่ทำให้ผมเด็กยุ่งเหยิง ซึ่งเด็กจะต้องจัดการกับปัญหาดังกล่าวให้เรียบร้อยเมื่ออยู่ในสายตาของครู

บรรณานุกรม

  1. Habits - http://raisingchildren.net.au/articles/habits.html/context/734 [2013, May 24]
  2. Nail-Biting - http://www.webmd.com/anxiety-panic/tc/nail-biting-topic-overview [2013, May 24]
  3. Parenting and Child Health - http://www.cyh.com/HealthTopics/HealthTopicDetails.aspx?p=114&np=141&id=1656 [2013, May 24]
  4. Your Child’s Habits - http://kidshealth.org/parent/emotions/behavior/five_habits.html# [2013, May 24]
  5. Ways to Keep Kids from Biting Their Nails - http://voices.yahoo.com/ways-keep-kids-biting-their-nails-2510686.html?cat=25 [2013, May 24]
  6. Why Kids Bite Their Nails? - https://kidcompanions.com/why-do-kids-bite-their-nails-what-to-do-about-it/#.UZ4Sjqxoodg [2013, May 24]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน