หน้าหลัก » บทความ » ปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคม (Children with Disrespect of Social Norms)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคม

ระเบียบทางสังคมหรือปทัสถานทางสังคม (Social Norms)หมายถึง บรรทัดฐานหรือมาตรฐานที่สังคมได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์และอยู่อาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข มีระเบียบเรียบร้อย การเรียนรู้และปฏิบัติตามระเบียบทางสังคมถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบของบุคคลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

การเรียนรู้ระเบียบทางสังคมจะช่วยฝึกฝนให้เด็กรู้จักภาระหน้าที่ที่เขาพึงปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของครอบครัว ชุมชน สถาบันการศึกษาไปจนถึงข้อกำหนดต่างๆที่คนในสังคมยอมรับร่วมกัน การลงโทษให้เด็กบอบช้ำไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระเบียบวินัยให้แก่ตัวเด็ก อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดผลในทางตรง กันข้าม (Backfire Results) การปลูกฝังวินัยและความตระหนักรู้เรื่องระเบียบทางสังคมนั้นเป็นงานที่ต้องใช้เวลา เป็นกระ บวนการที่ละเอียดอ่อนและเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน รวมทั้งต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย

เมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ปกครองต้องลำบากใจ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวินัยและความถูกต้องเหมาะสมตามกฎเกณฑ์ของสังคม ผู้ปกครองอาจพยายามใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เด็กทำผิดซ้ำสอง เช่น ตำหนิด้วยถ้อยคำรุนแรง ทำร้ายร่างกายหรือกักบริเวณ ความท้าทายของพ่อแม่ผู้ปกครองคือการเลี้ยงดูลูกให้รู้จักเคารพระเบียบทางสังคมด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความกระทบกระเทือนทางร่างกายและจิตใจให้กับเด็ก

ปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคมมีลักษณะอย่างไร?

เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆอาจแสดงพฤติกรรมท้าทายพ่อแม่และบุคคลรอบข้างบ้างในช่วงวัยหนึ่ง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของพัฒนาการที่ทำให้เด็กได้พัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง (Sense of Autonomy) ความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ถึงขอบเขต ความเหมาะสมตามความความคาดหวังของพ่อแม่และกฎเกณฑ์ของสังคม รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับการควบคุมตนเอง (Self-control) อย่างไรก็ตาม การท้าทายหรือต่อต้านที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากเกินไปโดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจเป็นปัญหาพฤติกรรมที่มีความซับซ้อนและอาจทวีความรุนแรงหรือกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากในภายหลัง

กฎระเบียบของสังคมในแต่ละแห่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานแล้วทุกสังคมย่อมคาดหวังให้สมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ก่อปัญหาหรือความขัดแย้ง รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและช่วยกันพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรได้รับการปลูกฝังตั้ง แต่วัยเด็ก

สำหรับเด็กปฐมวัยการแสดงออกที่ถือเป็นการต่อต้านหรือไม่เคารพระเบียบทางสังคม มักจะเป็นปัญหาเรื่องวินัยและการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ดีพอ ทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆที่ทำให้พ่อแม่และคนใกล้ชิดต้องทุกข์ใจ และอาจทำให้ผู้อื่นเดือนร้อนจากพฤติกรรมของตนเอง ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่นหรือเข้ากับผู้อื่นได้ยาก ในระยะยาวอาจทำให้เติบโตเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีปัญหาในหลายๆด้าน

ปัญหาพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวินัยและการควบคุมตนเองในเด็กปฐมวัยที่พบเห็นได้บ่อยๆมีดังนี้

  • การแสดงออกทางคำพูด (Verbal Expression)ที่ไม่เหมาะสม เช่น ร้องงอแง (whining) ในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังช่วย เหลือเขาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ใส่เสื้อผ้า ทำการบ้าน ป้อนอาหาร พาออกไปข้างนอก ตะโกนโวยวายเสียงดัง (welling) ทั้งในบ้านและที่สาธารณะเมื่อรู้สึกไม่พอใจหรือต้องการบางสิ่งบางอย่าง โต้เถียง (arguing) ด้วยอากัป กิริยาที่ไม่เหมาะสมหรือใช้คำหยาบคาย ไม่ยอมพูดจา (non-verbalization) เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสิ่งแวดล้อมหรือบุคคลรอบข้างเพื่อทำให้คนรอบข้างมาปลอบโยนหรือตามใจ
  • การแสดงออกทางกายภาพ (Physical Expression)ที่ไม่เหมาะสม เช่น ตบตีพี่น้อง ทำร้ายสัตว์เลี้ยง (hitting) ทำ ลายและขว้างปาสิ่งของภายในบ้าน (throwing) วิ่งหนี (running away) แสดงอาการกระสับกระส่าย (fidget and squirm) ปิดประตูกระแทกให้เกิดเสียงดัง (door-slamming) ปฏิเสธการแสดงความอบอุ่นจากบุคคลรอบข้าง (refusal to handhold or hug) ลงไปนอนดิ้นกับพื้น (full-body flop) โดยเด็กๆมักทำพฤติกรรมนี้ในสถานที่โล่งแจ้งและมักแสดงออกให้ผู้คนมากมายในที่สาธารณะเห็นเพื่อให้ผู้ปกครองตามใจและปลอบประโลม
  • การติดสื่อบันเทิง (Addiction to all Sorts of Entertainment) เช่น ติดโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน เกม และสื่อออน ไลน์ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ไม่ตั้งใจเรียน ขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและส่ง ผลเสียต่อสุขภาพ
  • ลูกไม่ยอมประกอบกิจวัตรประจำวันเพื่อรักษาสุขอนามัย (Hygienic Misbehavior) เช่น ขี้เกียจล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ ร้องไห้ไม่ยอมตัดผมสั้น ปฏิเสธการตัดเล็บมือเล็บเท้า ไปจนถึงไม่ยอมรับประทานอาหารประเภทผักใบเขียว รับประทานแต่อาหารขยะ (junk food) เป็นประจำและไม่ยอมเข้านอนให้ตรงเวลา
  • ลูกแสดงภาวะเครียดและวิตกกังวล (Anxiety)เก็บตัว ไม่พูด มักฝันร้ายและมีภาวะหลงลืมบ่อยครั้ง
  • ลูกไม่สุภาพหรือก้าวร้าว (Disrespectful Children)เช่น ไม่ยอมแสดงความเคารพผู้ใหญ่หรือคุณครูที่โรงเรียน พูด จาแข็งกระด้าง ไม่ให้เกียรติผู้อื่น
  • ลูกปฏิเสธโรงเรียน (School Refusal) ไม่ยอมตื่นเช้าและแต่งตัวไปโรงเรียน แกล้งตื่นสายเพื่อจะได้เข้าเรียนไม่ทัน ไม่ยอมพูดจากับคุณครูที่โรงเรียน ไม่เข้าสังคมกับเพื่อนร่วมชั้น ไม่ยอมรับประทานอาหารที่โรงเรียน ร้องไห้อยากกลับบ้าน ไม่ยอมทำการบ้าน แกล้งป่วยเพื่อจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน หากเป็นภาวะกลัวขั้นรุนแรงที่เรียกว่า school phobia จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางจิตเวช

ปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคมมีสาเหตุมาจากอะไร?

ระเบียบทางสังคมเป็นเรื่องของกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเด็กสามารถเรียนรู้จากการสังเกตและการอบรมสั่งสอนโดยตรง ดัง นั้นพ่อแม่ผู้ปกครองและคนใกล้ชิด เช่น ญาติพี่น้อง ครูและเพื่อนจึงมีความสำคัญต่อเด็กในเรื่องนี้ นอกจากนั้นการประพฤติตัวของเด็กยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการควบคุมตนเอง (self-control) ของเด็กด้วย กล่าวได้ว่าสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่ง ผลต่อพฤติกรรมของเด็กแบ่งได้เป็นปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม

  • ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ ความบกพร่องทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็ก เช่น เด็กมีภาวะเครียดและวิตกกังวล (stress and anxiety) จากสาเหตุบางอย่าง เด็กในกลุ่มผู้ป่วยโรคดื้อและต่อต้าน (oppositional defiant disorder–ODD) เด็กเหล่านี้มักไม่เชื่อฟัง โมโหร้าย มีความคิดขัดแย้งกับกฎระเบียบที่สังคมสร้างขึ้น กลุ่มผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder–ADHD) เด็กในกลุ่มอาการนี้มักมีอารมณ์หุนหันพลันแล่นบ่อยครั้ง ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งได้นานเท่าเด็กปกติทั่วไป แสดงท่าทีกระวนกระวายเวลาที่ต้องจดจ่อกับสิ่งใดนานๆ
  • ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอิทธิพลจากครอบครัว เช่น การเลี้ยงดูที่บกพร่อง ขาดการเอาใจใส่ดูแล พ่อติดสุรา แม่ติดการพนัน พ่อแม่ทะเลาะกัน ฯลฯ ทำให้เด็กขาดแบบอย่างและการเรียนรู้ที่เหมาะสมในเรื่องพฤติกรรมที่พึงประสงค์ นอกจากนี้อิทธิพลจากเพื่อน เช่น เพื่อนมีพฤติกรรมเกเร ไม่เคารพกฎระเบียบ พูดคำหยาบ ก็เป็นสา เหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเด็กไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลและการชี้แนะอย่างใกล้ชิดจากพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครู

การแก้ไขปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคมมีความสำคัญอย่างไร?

หากปล่อยให้เด็กแสดงพฤติกรรมไม่เคารพระเบียบทางสังคมอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการแก้ไข จะเกิดปัญหาตามมาในหลายๆด้าน ซึ่งเป็นผลเสียทั้งต่อตัวเด็กเองรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและสังคมโดยรวม อาทิ

  • เด็กไม่ตั้งใจเรียน
  • เด็กไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง เช่น คนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ
  • เด็กเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เพื่อนๆ
  • บรรยากาศภายในครอบครัวตึงเครียด ครอบครัวขาดความรักความอบอุ่น
  • เกิดผลกระทบทางจิตใจต่อพ่อแม่หรือที่เรียกว่า Parent Guilt กรณีที่ปัญหาของลูกบานปลายจนแก้ไขได้ยาก ทำให้พ่อแม่รู้สึกเสียใจและอยากย้อนเวลากลับไปเลี้ยงดูให้เขาเป็นเด็กที่ดี
  • สังคมขาดประชากรที่มีคุณภาพ มีปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ความรุนแรง คุณภาพการศึกษาต่ำ ขาดการพัฒนาระเบียบวินัยและความสามารถในการควบคุมตนเองตั้งแต่วัยเยาว์

หากพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องสามารถช่วยดูแลป้องกันไม่ให้บุตรหลานมีปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ หรือสามารถให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม เด็กก็จะมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความ สุข และเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคม

พ่อแม่ผู้ปกครองจะช่วยแก้ไขปัญหาลูกไม่เคารพระเบียบทางสังคมได้อย่างไร?

Dr. Katherine C. Kersey จากศูนย์ Child Study Center มหาวิทยาลัย Old Dominion ได้นำเสนอแนะหลักการฝึกระเบียบวินัยทางสังคมของเด็กในระดับปฐมวัยไว้ 10 ประการ ดังนี้

  • เคารพและให้เกียรติ (Demonstrate Respect Principle) คือ ปฏิบัติต่อลูกเหมือนที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อบุคคลสำคัญอื่นๆในชีวิต หรือแบบที่ต้องการให้ลูกทำกับพ่อแม่
  • ให้ความสำคัญกับสิ่งดีๆที่ลูกทำ (Make a Big Deal Principle) คือ ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมพึงประสงค์ ความรับผิดชอบ ความมีวิจารณญาณที่เหมาะสมของลูก ด้วยการแสดงความใส่ใจ ใช้สายตา ขอบคุณ ยกนิ้วชื่นชม กอดหรือให้รางวัลตามสมควร
  • ขอร้องให้ทำอีกสิ่งที่สวนทางกัน (Incompatible Alternative Principle) คือ บอกให้ลูกทำสิ่งที่สวนทางกับพฤติ กรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ขอให้ลูกช่วยหยิบส้ม 6 ลูก (แทนการวิ่งไปทั่วซูเปอร์มาเก็ต)
  • ให้ตัวเลือก (Choice Principle) คือ การให้ลูกทำบางสิ่งโดยให้ตัวเลือกแก่ลูกซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีและพ่อแม่พอใจทั้งสองข้อ เช่น ให้ลูกเลือกว่าจะเดินเขย่งปลายเท้าขึ้นไปนอนหรือกระโดดแบบกระต่ายขึ้นไปนอน (ให้ลูกเลือก ไม่ เช่นนั้นแม่ก็จะเลือกให้ เอาอย่างไรดี?)
  • ให้เงื่อนไขว่าลูกจะทำ....ได้ก็ต่อเมื่อ.... (When/Then – Abuse it/Lose it Principle) เช่น ถ้าทำการบ้านเสร็จแล้วจึงจะได้ดูโทรทัศน์ (ถ้าการบ้านไม่เสร็จก็ไม่ได้ดูโทรทัศน์)
  • ใช้ใจก่อนแก้ไข (Connect Before You Correct Principle) คือ การแสดงความใส่ใจ พูดคุย ทำความเข้าใจก่อนพยายามปรับเปลี่ยนแก้ไขพฤติกรรมเด็ก
  • แสดงการยอมรับ (Validation Principle) คือ การแสดงออกว่าพ่อแม่รับรู้และเข้าใจความรู้สึกและความต้อง การของลูก เช่น บอกกับลูกว่าพ่อแม่รู้ว่าลูกโกรธครูที่โรงเรียนจึงไม่อยากไปโรงเรียน พ่อแม่ไม่ดุว่าลูกแต่เดี๋ยวอีก 45 นาทีรถโรงเรียนก็จะมารับแล้ว
  • ให้ความเชื่อมั่น (Good Head on Your Shoulders Principle) คือ การบอกลูกอยู่เสมอว่าลูกมีความสามารถ มีศักย ภาพและพ่อแม่เชื่อมั่นในตัวลูก
  • ให้ลูกมีหน้าที่และรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ (Belonging and Significance Principle) คนทุกคนล้วนต้องการรู้สึกว่าตนเองมีความหมายมีความสำคัญ พ่อแม่ควรมอบหมายงานให้ลูกทำ ให้ลูกได้รับผิดชอบและสอนให้รู้ว่าถ้าเขาไม่ทำงานเหล่านั้นก็จะไม่สำเร็จ
  • ใช้นาฬิกาตั้งเวลา (Timer Says it’s Time Principle) คือ การใช้การตั้งเวลาช่วยเตือนเด็กในการเปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปสู่อีกกิจกรรมหนึ่ง เช่น บอกลูกว่าถ้าเสียงเตือนของนาฬิกาดังขึ้น ลูกจะต้องหยุดเล่นหรือกำหนดเวลาว่า ในอีกห้านาทีจะถึงเวลารับประทานอาหาร

ทั้งนี้หากสงสัยว่าปัญหาพฤติกรรมของลูกอาจมีสาเหตุมาจากความบกพร่องทางอารมณ์และสติปัญญา พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาลูกไปรับคำปรึกษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อจะได้รับการบำบัดอย่างเหมาะสม

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • รณรงค์ให้เด็กมีกิจกรรมตกแต่งอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนร่วมกัน และจัดการประกวดเพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในผลงานและตระหนักถึงความสามัคคี
  • วิชาจริยธรรมเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยขัดเกลาเด็กให้เรียนรู้เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะที่ควร โดยไม่จำ เป็นต้องเป็นหลักการของศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นหลัก เพราะทุกศาสนาล้วนมุ่งหมายความสงบสุขและความดีงาม
  • วางเงื่อนไขกฎระเบียบของโรงเรียนโดยการให้เหตุผลที่น่าเชื่อถือ กล่าวคือ กฎระเบียบของโรงเรียนจะต้องไม่ตั้ง อยู่บนพื้นฐานของขนบธรรมเนียมโดยปราศจากการให้เหตุผล ควรสอนให้เด็กเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามกฎ
  • กิจกรรมกลุ่มสามารถช่วยให้เด็กตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม โดยควรเน้นกิจกรรมสันทนาการที่สนุกสนานน่าสนใจ เพื่อให้เด็กรู้สึกมีแรงจูงใจและไม่รู้สึกถูกบังคับหรือต่อต้าน
  • จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว คุณครูและตัวนักเรียนเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

บรรณานุกรม

  1. The 101 Positive Principles of Discipline. http://ww2.odu.edu/~kkersey/101s/101principles.shtml. [ค้นคว้าเมื่อ 10 ธันวาคม 2557].
  2. Discipline Strategies. http://life.familyeducation.com/parenting/discipline/34413.html. [ค้นคว้าเมื่อ 2 ธันวาคม 2557].
  3. ADHD Behavior Problems: Smart Discipline Strategies. http://www.additudemag.com/adhd/article/771.html. [ค้นคว้าเมื่อ 3 ธันวาคม 2557].
  4. Extreme Disobedience in Children. http://www.livestrong.com/article/514280-extreme-disobedience-in-children/. [ค้นคว้าเมื่อ 3 ธันวาคม 2557].
  5. The Disobedient Child. http://www.healthychildren.org/English/ages-stages/gradeschool/Pages/The-Disobedient-Child.aspx. [ค้นคว้าเมื่อ 5 ธันวาคม 2557].
  6. School Refusal. http://www.adaa.org/living-with-anxiety/children/school-refusal. [ค้นคว้าเมื่อ 5 ธันวาคม 2557].
  7. Young Children Enforce Social Norms. http://www.eva.mpg.de/psycho/staff/marco_schmidt/pdf/Schmidt_Tomasello_2012_YoungChildrenEnforceSocialNorms.pdf. [ค้นคว้าเมื่อ 6 ธันวาคม 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน