หน้าหลัก » Blogs » ปัญหาใหญ่ ในโรงเรียนขนาดเล็ก (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ผการศึกษาของ University of California at Los Angeles (UCLA) ยังบอกว่า โรงเรียนขนาดเล็กทำให้เกิดสายใยที่แน่นแฟ้น ทำให้บ้านกับชุมชนได้มีส่วนร่วมกันด้วย รวมทั้งช่วยพัฒนาคุณภาพของหลักสูตร พัฒนาการทำงานของครู และ ทำให้ครูเกิดความพอใจในงานที่ทำด้วย

Dr. Stuart Grauer ผู้นำในการสนับสนุนแนวคิดโรงเรียนขนาดเล็ก กล่าวว่า “ผลการวิจัยพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กส่งผลให้เด็กมีผลการเรียนที่ดีกว่า และสามารถปรับตัวได้ง่ายกว่าด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มีมาหลายสิบปีแล้ว แต่ผู้ออกกฎต่างๆ ไม่ยอมใส่ใจ เพราะเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่าย และแน่นอนเหตุผลทางการเมืองด้วย . . .

. . . ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือที่รุนแรงหรือวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงได้ ผลก็คือ เราต้องมองหาวิธีแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ และเราก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อแนวคิดการสร้างโรงเรียนขนาดเล็กได้อีกต่อไปแล้ว เราจะสร้างโรงเรียนใหญ่โตมหึมาต่อไปอีกทำไม ในเมื่อมีหลักฐานให้เห็นอยู่แล้วว่าให้ผลแย่กว่าโรงเรียนขนาดเล็ก”

Dr. Grauer ยังให้เหตุผลอีกว่า สิ่งที่ต้องสนใจไม่ใช่แค่เรื่องทางการเงิน แต่เป็นเรื่องของการรักษาตำนานของโรงเรียนตามแบบฉบับอเมริกันไว้ด้วย [เหมือน] “ความทรงจำเกี่ยวกับสมัยเรียนของพวกเรานั้นรวมไปถึงเรื่องงานฉลองการสำเร็จการศึกษา (Prom) เกม [อเมริกัน] ฟุตบอล ชีวิตที่น่าตื่นเต้น เรื่องโรแมนติค และรถคันแรก แม้ว่าความทรงจำของเรื่องเหล่านั้นจะใช้ไม่ได้กับทุกคนก็ตาม”

นักเรียนโดยเฉลี่ยจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่ในโรงเรียนขนาดเล็กกว่า จำนวนเปอร์เซนต์ของเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้จะเพิ่มขึ้น นักเรียนส่วนใหญ่มองว่าสภาพทางสังคมในโรงเรียนขนาดใหญ่นั้นโหดร้าย อันเป็นผลมาจากความแตกต่างอย่างมากระหว่างคนกลุ่มน้อยที่เข้าร่วมกิจกรรมกับคนกลุ่มมากที่ไม่เข้าร่วม

ความทรงจำเกี่ยวกับโรงเรียนมักไม่ค่อยดีในเรื่องความสำคัญทางวิชาการ จนเด็กๆ ที่มีความสามารถด้านวิชาการถูกหลงลืมไปเลย หรือจะกล่าวในอีกแง่ก็คือ กิจกรรมส่วนมากของโรงเรียนที่ทุกคนพูดถึงด้วยความภาคภูมิใจ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงโยธวาทิต และกองเชียร์ (Cheerleaders)

กิจกรรมที่จับต้องได้เหล่านี้กลายเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของโรงเรียนไปแล้ว และก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ด้วย แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมสำหรับนักเรียนเพียงกลุ่มน้อยก็ตาม และกิจกรรมเหล่านี้แทบจะไม่สัมพันธ์กับสิ่งพื้นฐานที่ควรมีในโรงเรียน นั่นก็คือ การเน้นไปที่การเรียนรู้ของนักเรียนเลย

โรงเรียนขนาดเล็กไม่เพียงได้รับความนิยมจากนักเรียนในสหรัฐอเมริกา แต่ยังได้รับความนิยมจากผู้บริจาคทั้งหลายด้วย รายงานของ Neal Peirce Column ในกลุ่มนักเขียน Washington Post นั้นบอกไว้ว่าองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในการช่วยสนับสนุนโรงเรียนเหล่านี้ คือ Bill and Melinda Gates Foundation มูลนิธิที่ได้บริจาคเงินมากกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญ [ประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี]

มูลนิธิดังกล่าว ได้ช่วยสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กในเมือง Boston, Chicago, Milwaukee และเมืองอื่นๆ เนื่องจากผลการวิจัยและข้อมูล เกี่ยวกับโรงเรียนขนาดเล็กได้ชี้เห็นหลักฐานต่างๆ ที่บ่งบอกว่าโรงเรียนขนาดเล็กนั้นส่งผลให้เกิดคุณภาพทางวิชาการที่ดีกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่จริงๆ

แหล่งข้อมูล:

  1. Small school movement - http://en.wikipedia.org/wiki/Small_schools_movement [2013, June 24].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน