หน้าหลัก » Blogs » ผู้ใหญ่ขี้ลืมกับชีวิตของเด็กเล็กบนรถ (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ข่าวต่างๆ ที่ผู้เขียนนำเสนอไปเมื่อตอนที่ผ่านมาทำให้เห็นได้ว่า ผู้ปกครองสามารถมีโอกาสลืมลูกน้อยไว้ในรถยนต์ได้เสมอ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผู้ปกครองเหล่านั้นเป็นผู้ที่ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะแหล่งข้อมูลต่างๆ บอกตรงกันว่า ความหลงลืมถึงขั้นลืมเด็กไว้ในรถยนต์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้เพราะความเหน็ดเหนื่อยและ/หรือเมื่อกิจกรรมที่ต้องนำเด็กไปด้วยไม่ใช่กิจวัตรประจำวัน

Dr. David Mitchel นักจิตวิทยา กล่าวว่า ความจำระยะสั้นของคนเราจะสามารถจำสิ่งต่างๆ ได้เต็มที่เพียงเจ็ดอย่างในแต่ละครั้งเท่านั้น และเมื่อเราต้องการจำหลายสิ่งหลายอย่างให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาอันสั้น ผลที่ตามมาก็คือ เราจะจำได้ไม่หมด และจะต้องลืมบางสิ่งไป

Pamela Fuscelli รองผู้อำนวยการของกลุ่ม Parachute ในแคนาดากล่าวเสริมว่า การลืมเด็กเล็กไว้ในรถยนต์นั้น เกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อเด็กหลับสนิทเพราะเด็กจะไม่ทำเสียงดังใดๆ

Gene Weingarten นักข่าวประจำ Washington Post ได้ทำการวิจัยซึ่งได้รับรางวัล Pulitzer Prize-winning investigation ในปี พ.ศ. 2552 ถึงเหตุผลที่ผู้ปกครองลืมลูกน้อยไว้ในรถยนต์ ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นน้อยครั้งกว่าในปัจจุบัน ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มขึ้นในช่วงปี 1990 เมื่อมีกฎหมายในหลายๆ ประเทศบังคับให้เด็กๆ ต้องนั่งคาร์ซีทในเบาะหลังและคาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อนจะต้องหันหน้าไปทางท้ายรถเท่านั้น ผลที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากการต้องให้เด็กเล็กนั่งที่เบาะหลังก็คือ เด็กถูกลืมได้ง่ายกว่าการที่เด็กได้นั่งหน้ารถคู่กับคนขับ

Amber Rollins จากเว็บไซต์ KidsandCars.org เห็นตรงกันว่า เมื่อมีกฎหมายที่บังคับให้เด็กเล็กนั่งที่เบาะหลังแล้ว อัตราของเด็กที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกลืมไว้ให้อยู่กับความร้อนในรถยนต์นั้นเพิ่มมากขึ้น ในเรื่องนี้ Janette Fennell ประธานและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ เดียวกันนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ง่ายโดยเฉพาะกับเด็กทารกซึ่งต้องนั่งในคาร์ซีทหันหลังให้คนขับ เพราะเมื่อมองจากตำแหน่งของคนขับแล้ว จะไม่สามารถบอกได้ว่ามีเด็กอยู่ในคาร์ซีทหรือไม่ ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ว่า กฎหมายนี้มีจุดประสงค์จะลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กเล็กจากการถูกถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งในบริเวณตอนหน้าของรถกระแทกถูกตัวเด็ก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มีหลายบริษัทที่ได้นำเสนออุปกรณ์ที่ช่วยเตือนว่ามีเด็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถยนต์ แต่รายงานขององค์กรทดสอบความปลอดภัยทางบอกของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Admisistration - NHTSA) แสดงให้เห็นว่า ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่เที่ยงตรงเท่าใดนัก

นักวิจัยของ NHTSA ได้ทำการทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าว 18 ชนิดด้วยกัน พบว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่ไม่มีความเที่ยงตรง เนื่องจากไม่สามารถทำการเตือนได้เมื่อเด็กพลิกตัว และอยู่ในท่านั่งที่ผิดไปจากเดิม หรือมีน้ำหกใส่อุปกรณ์ นอกจากนั้น เด็กมักเล่นกับอุปกรณ์จนพังเสียหายอีก และบางชนิดยังไม่สามารถส่งสัญญาณได้เมื่ออยู่พ้นเขตสัญญาณอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความพยายามในการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเตือนบรรดาคุณพ่อคุณแม่ขี้ลืมให้มั่นใจว่าจะไม่ลืมลูกน้อยไว้ในรถ แต่ระหว่างรอเวลาที่อุปกรณ์เหล่านี้จะใช้การได้อย่างสมบูรณ์และแม่นยำ ผู้ปกครองควรหาวิธีที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าจะไม่ลืมลูกน้อยไว้ในรถยนต์ จะมีวิธีใดบ้างนั้น ผู้เขียนจะได้นำเสนอในตอนต่อไป

แหล่งข้อมูล

  1. Where’s the Baby? Forgotten in the Car http://www.cbn.com/cbnnews/healthscience/2012/july/wheres-the-baby-forgotten-in-the-hot-car/ [January 25, 2014]
  2. Even the Most Loving Parents can Forget Children in the Car, Experts Say http://www.ctvnews.ca/business/even-the-most-loving-parents-can-forget-children-in-cars-experts-say-1.1353474 [January 25, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน