หน้าหลัก » บทความ » พัฒนาการด้านสติปัญญา: วัยอนุบาล (Kindergarten children cognitive development)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

เด็กวัยอนุบาล (3-6 ขวบ) เป็นวัยที่มีลักษณะเฉพาะของพัฒนาการทางสติปัญญา คือ เป็นวัยที่สามารถใช้สัญลักษณ์แทนสิ่ง ของ วัตถุ และสถานที่ได้ เริ่มมีทักษะในการใช้ภาษาที่จะอธิบายสิ่งต่างๆ มีความคิดคำนึง มีความตั้งใจทีละเรื่อง และยังไม่สามารถจะพิจารณาหลายๆเรื่องรวมกันได้ นอกจากนี้เด็กวัยนี้ยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับความคงตัวของสสาร พัฒนาการทางด้านสติปัญญา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความคิดและความเข้าใจของเด็ก เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาให้ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ด้วยการที่พ่อแม่ไม่ปิดกั้นหนทางในการสร้างสรรค์ของเด็ก แต่ครอบครัวหรือผู้ใหญ่รอบตัวจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างแรงจูงใจให้เด็กมีความใฝ่รู้ ได้แสดงความสามารถ กล้าแสดงความคิดเห็น โดยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนรู้จักคิด ฝึกให้สังเกตสิ่งรอบตัว ให้ความสนใจในสิ่งที่เด็กทำ ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกในเรื่องต่างๆ ให้เด็กได้ฝึกคิดแก้ปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง ทั้งนี้โดยอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผลและความถูกต้องเหมาะสม

พัฒนาการด้านสติปัญญาวัยอนุบาลสำคัญอย่างไร?

พัฒนาการด้านสติปัญญา แบ่งออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้

  1. การคิด หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการมอง ฟัง สัมผัส ชิมรส และดมกลิ่น การคิดเชื่อมโยงความสัม พันธ์สิ่งของต่างๆ การคิดสร้างสรรค์ และการคิดแก้ปัญหา
  2. การใช้ภาษาในการสื่อสาร ด้วยการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน
  3. การสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบ ได้แก่ การจำแนกเปรียบเทียบความเหมือน-ความต่าง การจัดหมวดหมู่สิ่ง ของ และการเรียงลำดับสิ่งต่างๆ
  4. จำนวน ทั้งการนับจำนวนและการรู้ค่าของจำนวน
  5. มิติสัมพันธ์ คือ การเข้าใจและการอธิบายในเรื่องพื้นที่ ตำแหน่ง ระยะทาง ทิศทาง
  6. เวลา ใช้ในการเปรียบเทียบเวลาต่างๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ และความเข้าใจเกี่ยวกับฤดูกาล

เด็กที่มีพัฒนาการด้านสติปัญญาเป็นอย่างดี หรือที่เรามักเรียกว่า เด็กฉลาด จะเป็นเด็กช่างสังเกต เรียนรู้เร็ว ชอบตั้งคำถาม ใช้คำศัพท์ได้มากและถูกต้อง มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความจำดี ชอบอ่านหนังสือ ชอบเป็นผู้นำ ชอบแสดงความคิดเห็น ชอบวาดภาพตามความคิดของตัวเอง มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจ ชอบทดลองสิ่งต่างๆ ชอบคิดแก้ปัญหา มีจินตนา การ และชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆอย่างเป็นอิสระ

ดังนั้น หากผู้ใหญ่รอบตัวให้ความสนใจพัฒนาลูกน้อยให้เติบโตเต็มศักยภาพ จะส่งผลให้ลูกมีศรัทธาต่อตัวเอง มีความเชื่อ มั่นในตัวเอง เห็นว่าตัวเองมีความสามารถ ทำสิ่งต่างๆได้สำเร็จ มีท่าทีต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม มีความสนใจที่จะเรียนรู้และหาวิธีแก้ปัญหา ไม่โวยวายหรือโทษผู้อื่น สามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้ตามความเป็นจริง เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ลองคิด ลองทำ โดยไม่สนใจกับคำพูดของผู้อื่นหรือความวิตกกังวลต่างๆของตัวเอง นอกจากนี้หากลูกได้มีการทบทวนพิจารณาสิ่งที่ได้ทำไป ด้วยการตรวจสอบการคิดแก้ปัญหาของตนเองอย่างเป็นขั้นตอน เมื่อพบข้อผิดพลาด ก็จะหาทางแก้ไข หรือพิจารณาปรับปรุงแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ลูกพัฒนาต่อไปได้ดี

เด็กวัยอนุบาลมีสมรรถนะและพัฒนาการด้านสติปัญญาอย่างไร?

ลักษณะเฉพาะของพัฒนาการด้านสติปัญญาในวัยนี้ สรุปได้ดังนี้

  1. เป็นวัยที่ใช้สัญลักษณ์ได้ ใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งของ วัตถุ และสถานที่ มีทักษะในการอธิบาย สามารถเล่าประสบการณ์ของตนได้
  2. สามารถวาดภาพในใจได้ ลักษณะพิเศษของเด็กวัยนี้ คือ การใช้ความคิดคำนึงหรือการสร้างจินตนาการและการประ ดิษฐ์ แต่บางครั้งอาจไม่สามารถแยกสิ่งที่ตนสร้างจากความคิดคำนึงออกจากความจริงได้ ผู้ใหญ่จะต้องพยายามช่วยเหลือ
  3. มีความตั้งใจทีละอย่าง ยังไม่มีความสามารถที่จะพิจารณาหลายๆอย่างผสมกัน ไม่สามารถแบ่งกลุ่มโดยใช้เกณฑ์หลายอย่างปนกัน จะแบ่งโดยใช้รูปร่างอย่างเดียว เช่น สามเหลี่ยมอยู่ด้วยกัน และวงกลมอยู่กลุ่มเดียวกัน
  4. ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปรียบเทียบน้ำหนัก ปริมาตร และความยาว ยังค่อนข้างสับสน ยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับความคงตัวของสสาร และความสามารถในการจัดลำดับ การตัดสินใจของเด็กในวัยนี้ขึ้นกับการรับรู้ ยังไม่รู้จักใช้เหตุผล

พัฒนาการด้านสติปัญญาในแต่ละช่วงวัย จากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาให้ลูกวัยอนุบาลได้อย่างไร?

ข้อแนะนำในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาให้กับลูก ได้แก่

  • จัดกิจกรรมที่ปลูกฝังการคิด ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (มอง ฟัง สัมผัส ชิมรส ดมกลิ่น) เลียนแบบการกระทำและเสียงต่างๆที่ได้ยิน พาลูกไปทัศนศึกษา ชวนลูกเขียนภาพ ระบายสี ปั้นดิน และให้ลูกได้มีโอกาสพูดอธิบายผลงานของตนเอง
  • ฝึกฝนการใช้ภาษาในการสื่อสาร ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ให้ลูกได้มีโอกาสเล่นกับเพื่อน ได้พูดแสดงความรู้สึก ความคิดเห็น อธิบาย เล่านิทานให้ลูกฟัง อ่านคำคล้องจอง คำกลอนต่างๆ
  • ส่งเสริมทักษะการสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบ ด้วยการพาลูกสำรวจ อธิบายความเหมือน-ความต่างของสิ่งต่างๆ สนทนากับลูกเกี่ยวกับลักษณะของวัตถุสิ่งของนั้นๆ นำสิ่งของมาจับคู่ จำแนก จัดกลุ่ม เปรียบเทียบ เรียงลำดับ คาด คะเน ตั้งสมมติฐาน ทำการทดลอง สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ฯลฯ
  • สอนเรื่องจำนวน ทั้งการนับจำนวนและการรู้ค่าของจำนวน ด้วยการฝึกเปรียบเทียบจำนวน มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน นับสิ่งของต่างๆ จัดโต๊ะอาหาร จับคู่อุปกรณ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ช้อนกับส้อม จานกับผ้ารองจาน เป็นต้น
  • อธิบายเรื่องมิติสัมพันธ์ คือ ความเข้าใจในเรื่องตำแหน่ง ระยะทาง ทิศทาง และพื้นที่ ด้วยการเล่นทราย กรอกน้ำ ต่อบล็อก ปีนป่ายเครื่องเล่นสนาม สำรวจสถานที่ อธิบายตำแหน่งที่อยู่ ทิศทางของสิ่งต่างๆ
  • เชื่อมโยงระยะเวลากับการกระทำ ทบทวนกิจวัตรประจำวันที่ทำ เปรียบเทียบเวลาต่างๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ ด้วยการให้ลูกทำกิจกรรมประจำวันตามลำดับอย่างสม่ำเสมอทุกวัน และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล โดยสังเกตอากาศแต่ละวัน และสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศนั้น

ประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกวัยอนุบาลได้อย่างไร?

พ่อแม่สามารถประเมินลูก ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ดังนี้

  1. ลูกใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย
    • ลูกสามารถสนทนา โต้ตอบ เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจเป็นประโยคอย่างต่อเนื่องได้
    • ลูกฟังและปฏิบัติตามคำสั่งที่ต่อเนื่อง ฟังแล้วนำมาพูดถ่ายทอดเป็นเรื่องราวได้
    • ลูกอ่านเขียนภาพและสัญลักษณ์ได้
    • ลูกเปิดหนังสือ ทำท่าอ่าน พร้อมทั้งเล่าเรื่องไปด้วย
    • ลูกสามารถขีดเขียนเป็นเส้นคล้ายตัวหนังสือ และเขียนชื่อตนเองตามแบบได้
  2. ลูกมีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย
    • ลูกมีความคิดรวบยอดในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
    • ลูกสามารถจำแนกสิ่งของได้ตามสี รูปทรง ขนาด
    • ลูกบอกจำนวน แสดงค่าจำนวน 1-5 และสามารถนับได้ถึง 10
    • ลูกบอกความสัมพันธ์ของตำแหน่งของสิ่งของ (หน้า หลัง ขวา ซ้าย ใกล้ ไกล) ได้
    • ลูกพยายามแก้ปัญหาด้วยตนเอง หลังจากได้รับคำชี้แนะในการทำกิจกรรมต่างๆ
    • ลูกรู้จักตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และเริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น
  3. ลูกมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
    • ลูกสามารถสร้างผลงานศิลปะตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น
    • ลูกแสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามความคิดจินตนาการของตนเองอย่างสร้างสรรค์
    • ลูกสามารถเล่าเรื่องจากผลงานศิลปะหรือนิทานตามความคิดของตนเองได้
  4. ลูกมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
    • ลูกสนใจที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว
    • ลูกสามารถร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจได้นานขึ้นอย่างมีความสุข
    • ลูกมีความสนใจในการอ่าน เขียน
    • ลูกสนุกกับการค้นหาคำตอบด้วยวิธีต่างๆ
    • ลูกมีความรักหนังสือและสนใจในการอ่านเขียน
    • ลูกชอบถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ
    • ลูกมีการคิดหาเหตุผล
    • ลูกสามารถเชื่อมโยงความรู้และทักษะต่างๆ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เด็กควรได้รับโอกาสในการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้สำรวจ เล่น ทดลอง ค้นพบสิ่งต่างๆด้วยตนเอง ได้มีโอกาสคิดแก้ปัญหา เลือก ตัดสินใจ ใช้ภาษาสื่อความหมาย ได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้เล่นกับเพื่อน กิจกรรมเหล่านี้จะส่งเสริมให้เด็กน้อยมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเองและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ครูจึงมีหน้าที่ในการอบรมดูแลและจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ตามศักยภาพ ส่งเสริมให้เด็กสังเกต สำรวจ สร้างสรรค์ และยิ่งเด็กมีความกระตือรือร้น จะยิ่งทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ครูจึงควรส่งเสริม สนับสนุน ให้ความรัก ความเข้า ใจ ความเอาใจใส่เด็กวัยนี้เป็นพิเศษ เพราะจะเป็นพื้นฐานที่ช่วยเตรียมพร้อมให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนและในชีวิตของเด็กต่อไป ดังนั้น ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ครูจึงจัดกิจกรรมประจำวันให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งรอบตัว ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ผ่านการคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนกและเปรียบเทียบ จำนวน มิติสัมพันธ์ และเวลา ดังนี้

  1. การพัฒนาการคิด เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอด สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับเหตุการณ์ แก้ปัญหา จึงควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนา อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทดลอง ศึกษานอกสถานที่ ประกอบอาหาร เล่นเกมการศึกษา ฝึกการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ทั้งที่เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
  2. การพัฒนาภาษา เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสใช้ภาษาสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เด็กมีประสบการณ์ ครูควรจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน และมีครูเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา
  3. การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่างๆรอบตัว โดยใช้กิจกรรมศิลปะและดนตรีเป็นสื่อ ใช้การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ให้ประดิษฐ์สิ่งต่างๆอย่างอิสระตามความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็ก เล่นบทบาทสมมติในมุมเล่นต่างๆ เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นก่อสร้างสิ่งต่างๆ เช่น แท่งไม้รูปทรงต่างๆ ฯลฯ
  4. นอกจากนี้ ทางโรงเรียนควรจัดให้มีการพบปะทำกิจกรรมร่วมกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เพื่อผู้ปกครองจะได้สร้างความเข้าใจและสนับสนุนการเรียนการสอนของลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง

บรรณานุกรม

  1. ศึกษาธิการ,กระทรวง. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 .กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา
  2. สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้. ลักษณะของเด็กฉลาด. แหล่งที่มา http://www.toyth.com/ toysarticle/28-the-childs-intelligence.html (1 ธันวาคม 2555)
  3. บวรพรรณ 2, โรงเรียนอนุบาล. แนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้ง 4 ด้าน สำหรับผู้ปกครอง. http://www.borwornpun.ac.th/LeftPage/Knowledge/Menu2.html
  4. ธรรมเทศนาสัปดาห์วันวิสาขบูชา ปี (2547) โดยพระอาจารย์ชยสาโร. “นักเรียนคือปัจจุบันของชาติ” จัดโดย กรมการศาสนาและกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร วันที่ 29 พฤษภาคม 2547.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน