หน้าหลัก » Blogs » พาลูกน้อยไปทำฟัน (ตอนที่ 3 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พาลูกน้อยไปทำฟัน

เมื่อตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงความสำคัญในการพาเด็กไปพบทันตแพทย์และได้เกริ่นถึงวิธีการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้ลูกน้อยไปบ้างแล้ว ในตอนนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงวิธีการดูและรักษาสุขภาพฟันของลูกน้อยต่ออีกสักเล็กน้อย เพราะการดูแลรักษาสุขภาพฟันอย่างต่อเนื่องให้ลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็กเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองสามารถทำได้โดยไม่ยุ่งยากและไม่เสียค่าใช้จ่ายมากนัก

นอกจากที่ผู้ปกครองควรรักษาสุขภาพของช่องปากของตนเองให้ดี และไม่ให้ลูกหลับคาขวดนมหรือหลับไปพร้อมกับการดื่มเครื่องดื่มหวานๆ แล้ว วิธีการรักษาสุขภาพฟันของลูกน้อยมีดังต่อไปนี้

  • ปรึกษาทันตแพทย์เรื่องการให้ฟลูโอไรด์เสริม หากลูกน้อยต้องรับฟลูโอไรด์เสริม ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เพิ่มฟลูโอไรด์ ซึ่งต้องให้เด็กรับประทานตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น และเก็บให้พ้นมือเด็ก การให้ฟลูโอไรด์มากเกินไปอาจเป็นพิษและทำให้ฟันของเด็กมีคราบสีผิดปกติ
  • ให้ลูกน้อยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อรักษาสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง เพื่อการพัฒนาที่ดีของฟัน และเพื่อเป็นการป้องกันฟันผุ อาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารประเภทโฮลเกรน ผัก และผลไม้ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและมีคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านกรรมวิธี เช่น ขนมอบ อาหารเส้น และขนมปังขาว
  • อย่าให้เด็กใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ หากเด็กมีอายุ 6 ขวบขึ้นไป และมีฟันผุ ให้ปรึกษาทันตแพทย์เรื่องการให้เด็กป้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูโอไรด์ แต่ต้องดูแลไม่ให้เด็กกลืนกินลงไป เพราะจะเกิดอันตรายจากฟลูออไรด์ทึ่ถูกดูดซึมเข้าร่างกายมากเกินไปได้
  • ให้ลูกน้อยอยู่ห่างจากควันบุหรี่ เพราะควันจากบุหรี่อาจทำให้ฟันผุกร่อน เกิดโรคเหงือก และปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆได้ นอกจากนี้ ควรสอนให้บุตรหลานทราบถึงอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่และการอยู่ใกล้ชิดควันบุหรี่
  • เด็กๆมักชอบเล่นแรงๆ ซึ่งการเล่นแรงๆนี้อาจทำให้ฟันของเด็กๆ ถูกกระแทกจนบิ่นหรือหลุดได้ ผู้ปกครองควรเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อบุตรหลานได้รับบาดเจ็บจนฟันบิ่นหรือหลุดด้วย
  • ฝึกให้ลูกน้อยชินกับการแปรงฟันตั้งแต่ยังเล็ก โดยเริ่มใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดฟันให้ตั้งแต่ฟันซี่แรกเริ่มโผล่พ้นจากเหงือก เมื่อมีฟันน้ำนมมากขึ้น ให้ใช้แปรงสำหรับเด็กแปรงฟันให้ลูก และฝึกให้ลูกแปรงฟันและบ้วนปากจนกระทั่งลูกสามารถแปรงฟันเองได้ (อายุประมาณ 3 ขวบ) จึงควรให้ลูกแปรงเองวันละสองครั้ง เช้าหลังตื่นนอน-เย็นก่อนนอน โดยมีผู้ปกครองคอยกำกับดูแลความสะอาด
  • ควรเริ่มใช้ไหมขัดฟันเมื่อมีฟันขึ้นมาเรียงชิดติดกัน โดยปรึกษาทันตแพทย์ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มใช้ไหมขัดฟันกับลูกน้อย

จะเห็นได้ว่าการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้ลูกน้อยนั้น เป็นเรื่องไม่ยากจนเกินไป หากเอาใจใส่ การที่ลูกน้อยมีสุขภาพฟันที่ดีเริ่มจากการฝึกให้พวกเขาแปรงฟันและรักษาสุขภาพฟันจนเป็นนิสัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกายด้วย และหากพวกเขามีสุขภาพฟันที่ดีแล้ว ก็ไม่มีโอกาสที่จะต้องทำฟันโดยการดมยาสลบเหมือนเด็กหลายๆคนที่ฟันผุหลายซี่จนต้องใช้การทำฟันด้วยวิธีดังกล่าว ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการให้ยาสลบเกินขนาด เช่นโศกนาฏกรรมที่เกิดกับหนูน้อย Finley ที่สหรัฐอเมริกา

แหล่งข้อมูล:

  1. Basic Dental Care: Infants and Children http://www.webmd.com/oral-health/tc/basic-dental-care-infants-and-children [January 21, 2014]
  2. Keeping Your Child’s Teeth Healthy http://kidshealth.org/parent/general/teeth/healthy.html [January 21, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน