หน้าหลัก » Blogs » พาลูกเที่ยวทะเล ตอนที่ 2

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ “พาลูกเรียนรู้โลกกว้าง” สัปดาห์นี้เป็นตอนต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้วที่ครูชมพูชวนให้พาลูกไปเที่ยวทะเลกันค่ะ ซึ่งในสัปดาห์นี้ครูชมพูจะแนะนำกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกับลูกที่ชายหาดเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์และพืชที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง แต่ก่อนอื่น เรามาจัดกระเป๋าเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับไปทะเลกันดีกว่าค่ะ

  1. ชุดว่ายน้ำ และเสื้อคลุม เตรียมชุดว่ายน้ำให้ลูกสัก 2 ชุดนะคะ ชุดสำหรับเล่นน้ำตอนเช้าควรเป็นเสื้อมีแขน (ถ้ากลัวลูกดำ) เพราะการให้เด็กขึ้นจากน้ำนี่ยากจริงๆ ค่ะ กว่าจะยอมเลิกก็สายมากแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม อย่าให้ลูกเล่นน้ำช่วง 10.00 - 15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงมาก ลูกอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือเป็นลมแดดได้ค่ะ ชุดสำหรับเล่นน้ำตอนเย็น เลือกความสวยงามตามชอบใจ เพราะเป็นชุดสำรองไว้เผื่อชุดไม่แห้ง แล้วลูกไม่ยอมใส่ชุดที่เปียก (ทั้งๆ ที่กำลังจะลงน้ำนี่แหละค่ะ) ส่วนเสื้อคลุม เลือกชนิดที่ทำจากผ้าขนหนู ลูกจะได้ไม่หนาวเมื่อขึ้นจากน้ำ ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมลูกเล็กๆ เพราะลูกอาจสะดุดชายผ้าหกล้มได้ค่ะ
  2. แว่นตาว่ายน้ำ เลือกชนิดที่ด้านในเป็นแบบกึ่งฟองน้ำนิ่มๆ อย่าใช้ที่เป็นยางหรือพลาสติกเพราะจะแข็งขึ้นเมื่อใช้งาน ปรับสายให้พอดีจะได้ไม่กดรอบตาลูก หากลูกสายตาสั้น ควรใช้แว่นที่เป็นเลนส์ขนาดตามสายตาลูกค่ะ
  3. ครีมกันแดด (Sun block และ After sun) ควรใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และแยกชนิดทาหน้ากับทาตัว เพื่อลูกจะได้ไม่แสบตาเมื่อลงน้ำ โดยทาก่อนจะลงเล่นน้ำประมาณ 30 นาที และทา after sun หลังอาบน้ำด้วยค่ะ
  4. ห่วงยางว่ายน้ำหรือปลอกแขน หากลูกเล่นน้ำตื้นๆ ที่ลูกยืนถึง ครูชมพูแนะนำให้ใช้ปลอกแขนจะปลอดภัยกว่าค่ะ ถ้าน้ำลึกยืนไม่ถึงจึงใช้ห่วงยาง ไม่ควรใช้ห่วงยางในน้ำตื้น เพราะลูกอาจถีบพื้นทำให้ห่วงยางพลิกคว่ำ กลายเป็นหัวลูกลงไปอยู่ในน้ำ แล้วขาชี้ฟ้าแทน โดยลูกจะไม่สามารถพลิกห่วงยางนั้นกลับขึ้นมาเองได้เลย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ลูกเล่นน้ำ เล่นทรายตามลำพัง หรืออยู่เฉพาะกับพี่เลี้ยงค่ะ
  5. รองเท้าชายหาด (Aqua shoes) หากคุณพ่อคุณแม่จะให้ลูกใส่รองเท้าเดินชายหาด ครูชมพูไม่แนะนำรองเท้าฟองน้ำนะคะ เพราะนอกจากจะมีทรายเข้ามาอยู่ระหว่างรองเท้ากับเท้าลูกให้ระคายแล้ว ลูกอาจถอดไว้แล้วคลื่นซัดออกไป ทำให้ลูกวิ่งตามลงไปในน้ำ เป็นอันตรายอีกค่ะ ขอแนะนำรองเท้าสำหรับเดินชายหาดและลงน้ำได้จริงๆ ที่เรียกว่า Aqua shoes หรือ water shoes ซึ่งจะช่วยป้องกันลูกจากเปลือกหอย เศษแก้ว หรือของมีคมที่อยู่บนชายหาดได้ค่ะ
  6. หมวก ควรเป็นหมวกแก๊ปที่พอดีกับหัวลูก ถ้ามีชายผ้าปิดท้ายทอยยิ่งดีค่ะ ใช้ได้กับทั้งลูกสาวและลูกชาย ไม่แนะนำให้ลูกสาวใส่หมวกปีกกว้างและมีสายผูกคางนะคะ เพราะชายทะเลลมแรง อาจพัดหมวกลูกไปด้านหลังและรั้งเชือกรัดคอลูกได้ค่ะ
  7. ยา นอกจากยาประจำตัวของลูกแล้ว ควรมีครีมทาแก้แพ้ แก้คัน โลชั่นกันยุง ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamine ไปด้วย และหากเป็นช่วงหลังฝนตก ไม่ควรให้ลูกเล่นน้ำทะเลเพราะอาจมีแมงกะพรุนค่ะ แต่ถ้าลูกโดนแมงกะพรุนไฟ ให้ใช้น้ำส้มสายชูราด และหากบริเวณนั้นมีผักบุ้งทะเล (ซึ่งหายากเต็มทีในปัจจุบัน) ให้ขยี้พอกแผลแล้วพาลูกส่งโรงพยาบาลค่ะ

เมื่อถึงทะเล เล่นน้ำกันจนชื่นฉ่ำใจแล้ว คราวนี้มาดูกิจกรรมสนุกๆ ที่จะให้ลูกเรียนรู้กันนะคะ กิจกรรมที่ครูชมพูแนะนำนี้ ควรทำในตอนเช้าของวันที่สองหรือตอนเย็นๆ ช่วงน้ำลงค่ะ เป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ให้ลูกรู้จักความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนชายหาด และรู้จักดูแลรักษาชายหาดให้สะอาด สวยงามเสมอ

  1. สำรวจชายหาด ความจริงหาดมีหลายแบบ ทั้งหาดทราย หาดเลน หาดหิน ซึ่งต่างก็เป็นบ้านและเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ทั้งสัตว์และพืช ลองพาลูกเดินสำรวจชายหาดบริเวณที่พักว่าเป็นหาดแบบใดนะคะ
  2. สำรวจสัตว์ที่อยู่บริเวณชายหาด ดูว่ามีสัตว์อะไรอาศัยอยู่บ้าง ลูกอาจเห็นรูปูใหญ่ๆ ที่ทรายแห้งๆ เห็นปูลมตัวเล็กมากมายกำลังขุดรูอยู่ตรงทรายที่เปียกน้ำขณะน้ำลง เห็นปูเสฉวนกำลังเดินหาบ้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เล่าให้ลูกฟังว่า ปูเสฉวนต้องอาศัยอยู่ในเปลือกหอยที่เป็นหอยฝาเดียวเพราะตัวมันนิ่มมาก ถ้าอยู่ข้างนอกมันจะเป็นอันตราย เมื่อมันตัวโตขึ้น มันจึงต้องย้ายไปอยู่ในเปลือกหอยอันใหม่ ดังนั้น ถ้าเราเก็บเปลือกหอยไปหมด ปูเสฉวนก็จะไม่มีที่อาศัย มันก็จะตาย พาลูกเดินลงไปในน้ำตื้นๆ หรือแอ่งน้ำ จะพบฝูงปลาตัวเล็กๆ ปูหนุมานที่มีหนามแหลม 2 ข้าง หรือบางทีโชคดีอาจเจอกุ้งด้วยค่ะ
  3. สำรวจพืชชายหาด พืชที่อาศัยอยู่ชายหาด เช่น ผักบุ้งทะเล ช่วยแก้พิษแมงกะพรุน หญ้าลอยลม ใบม้วนเล็กยาวแหลมเหมือนดาวกระจาย กลิ้งตามลมไปกับพื้นทราย ผักเบี้ยทะเล เป็นพืชคลุมดินมีลำต้นทอดต่อกันเป็นร่างแห หยั่งรากยึดเป็นจุดๆ ช่วยป้องกันการกัดเซาะบริเวณหาดทรายจากคลื่นที่ซัดเข้ามา
  4. สำรวจซากพืช ซากสัตว์ และขยะ บนหาดยังมีซากต่างๆ ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยเป็นแนวยาว อาจเป็นซากพืช เช่น หญ้าทะเล สาหร่าย ซากสัตว์ เช่น ปลา ปู แมงกะพรุน ปะการัง ปะการังอ่อน กัลปังหา ดอกไม้ทะเล หรือขยะ เช่น ขวดน้ำ กระป๋อง กล่องโฟม ซึ่งสิ่งเหล่านี้บอกความสมบูรณ์หรือความเสียหายของหาดหรือทะเลแห่งนั้นได้ เช่น ถ้าพบหญ้าทะเลหรือปลิงขาว แสดงว่าทะเลบริเวณนั้นอยู่ในสภาพดี ถ้าพบหอยปากเป็ดหรือปลิงดำ แสดงว่าทะเลบริเวณนั้นอยู่ในสภาพพอใช้ หากพบไส้เดือนทะเล แสดงว่าบริเวณนั้นมีสารอินทรีย์มาก

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกมีส่วนร่วมในการดูแลทะเลให้สะอาด สวยงามโดยไม่ทิ้งขยะบริเวณชายหาด ไม่ซื้อหรือเก็บเปลือกหอย ปะการัง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกในการเก็บเพียงภาพถ่ายกลับไปนะคะ แล้วพบกับครูชมพูได้ใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม

  1. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2556). ข้อมูลจังหวัด. http://thai.tourismthailand.org/ [ค้นคว้าเมื่อ 8 เมษายน 2556]
  2. งานบริการข่าวสาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2556). สุดยอดทะเลไทย. http://www.tatcontactcenter.com/recom.php?cate_id=35 [ค้นคว้าเมื่อ 8 เมษายน 2556]
  3. จักรกริช พวงแก้ว และคณะ. (2550). นักสืบชายหาด: พืชและสัตว์ชายหาด. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพ: มูลนิธิโลกสีเขียว.
  4. Konsument Verket K.O. (2002). Can bathing rings cause drowning accidents?. The Swedish Consumer Agency, the Consumer Ombudsman.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul