หน้าหลัก » Blogs » พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ตอนที่ 2

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ “พาลูกเรียนรู้โลกกว้าง” สัปดาห์นี้ เป็นตอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งครูชมพูชวนคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปเรียนรู้กันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในประเทศไทย 5 แห่ง สัปดาห์นี้เรามาพบกับพิพิธภัณฑ์ลำดับต่อไปกันเลยนะคะ

  • สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต คุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีโอกาสพาลูกไปเที่ยวภูเก็ต ลองหาเวลาเข้าไปชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ริมทะเลแห่งนี้ดูนะคะ เขาเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนของการจัดแสดงประกอบด้วย ส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำ โรงเพาะฟักซึ่งเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์หลายชนิด สะพานท่าเทียบเรือ ที่มีเรือต่างๆจอดเทียบท่ามากมาย บ่อเต่า มีทั้งบ่ออนุบาล บ่อเลี้ยงเต่า และเป็นศูนย์รักษาสัตว์ทะเลอีกด้วยค่ะ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ไว้จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั้งข้อมูล รูปภาพและวิดีโอให้ได้ชม ห้องจัดแสดงนิทรรศการสัตว์ทะเลหายาก จัดแสดงสัตว์นิทรรศการสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ แต่สิ่งที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ นิทรรศการ “ปริศนาแห่งบาดาล ตำนานเมืองผลึกมหัศจรรย์” ซึ่งลูกจะได้พบกับหุ่นยนต์นางเงือกที่เคลื่อนไหวได้เหมือนจริง สินสมุทรและม้านิลมังกร ซึ่งจัดแสดงเป็นรอบๆ ตั้งแต่ 9.30-15.30 น. รอบละ 10 นาทีค่ะ แต่หากจะชมกิจกรรมดำน้ำให้อาหารปลา จะต้องไปวันเสาร์-อาทิตย์ช่วง 11.00-11.30 น. เท่านั้นค่ะ ก่อนไปชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ ครูชมพูขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปดาวน์โหลดใบงานในเว็บไซต์ http://www.phuketaquarium.org/index.php/th/component/content/article?layout=edit&id=92 ก่อนนะคะ เลือกใบงานที่เหมาะกับวัยของลูก เพื่อส่งเสริมให้ลูกได้ความรู้เพิ่มเติมจากการไปชมอย่างแท้จริงค่ะ
  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหาดราชมงคลเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 9.00–17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งนี้ได้รวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำจำนวน 61 ตู้ ให้ลูกๆ ได้ชม เช่น ปลาการ์ตูน ปลาดาว ปลาไหลไฟฟ้า ปลาปักเป้ากล่อง ปลาสินสมุทร พร้อมนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ และบ่อแสดงกลางแจ้งซึ่งจัดแสดงทั้งสัตว์น้ำจืด สัตว์ทะเลที่พบในเขตน้ำขึ้นน้ำลง และทะเลลึก จากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกที่พบในเขตร้อน มีบ่อเต่าทะเล และยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยทรัพยากรทางน้ำซึ่งเป็นสถานที่ค้นคว้าวิจัย รวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่วนกิจกรรมที่ครูชมพูเชื่อว่าจะเป็นที่ถูกใจของลูกๆ คือ การแสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำและนากทะเลแสนรู้ ซึ่งมีทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ เวลา 10.30 น. และเวลา 14.30 น. ค่ะ
  • สยามโอเชียนเวิลด์ ในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สถานแสดงสัตว์น้ำที่เดินทางสะดวกที่สุดสำหรับชาว กทม. แห่งนี้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ค่ะ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 400 บาท และเด็ก 280 บาท การแสดงแบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ โซนแปลกประหลาดและอัศจรรย์เกินคาด ที่ลูกจะได้พบกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกๆ เช่น ปลาไหลสวน ปูแมงมุมยักษ์ หอยงวงช้าง ฯลฯ โซนแนวปะการังที่มีฝูงปลาอยู่ในแท็งค์ที่มีความลึกกว่า 8 เมตร โซนกฎเหล็กเพื่อการอยู่รอด ชมสัตว์น้ำที่พรางตัวหรือสร้างสิ่งป้องกันอันตราย โซนป่าดิบชื้นที่มีปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ พบเพนกวินที่โซนชีวิตสุดขอบขั้ว โซนมหาสมุทรสุดกว้างซึ่งเป็นอุโมงค์ 270 องศา และปิดท้ายด้วยโซนแมงกะพรุนค่ะ ส่วนกิจกรรมการแสดงประกอบด้วย การให้อาหารปลาฉลาม การป้อนอาหารปลากระเบนนก การแสดงของนากหญ้าและนากเล็กเล็บสั้น และการให้อาหารนกเพนกวิน
  • สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง จังหวัดระยอง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00–16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิดถึง 17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์และอังคารค่ะ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ที่นี่เป็นสถานที่ศึกษา ทดลองและวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเลและพรรณไม้น้ำ และยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำที่สวยงามและหายาก รวมทั้งความรู้ทางด้านทรัพยากรสัตว์ทะเลและการประมง ภายในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีบ่อปลาสวยงามขนาดใหญ่ มีทางเดินให้ลูกได้เลือกชมทั้งด้านข้างของบ่อและทางเดินลอดใต้บ่อคล้ายเดินลอดใต้ทะเลค่ะ การจัดแสดงตู้ปลาสวยงามมีทั้งปลาขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สัตว์น้ำที่มีพิษและไม่มีพิษ รวมทั้งสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่อาศัยตามป่าชายเลนไปจนถึงในทะเลลึก เช่น หมึกกระดอง ปูม้า หอยมือเสือ แมงดาถ้วย เป็นต้น ในส่วนของบ่อสัตว์น้ำกลางแจ้ง ลูกจะได้เห็นบ่อเต่าขนาดใหญ่ เช่น เต่ากระ เต่าตนุ เต่ามะเฟือง บ่อปลาที่เป็นสถานพยาบาลสัตว์น้ำทะเลขนาดใหญ่ และบ่อที่ลูกสามารถมองเห็นธรรมชาติของใต้ทะเลลึกเสมือนได้สัมผัสโลกใต้ทะเล เช่น ปลาดาว ดอกไม้ทะเล หรือ ปลิงทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ ในอาคารยังจัดแสดงนิทรรศการเครื่องมือประมงชนิดต่างๆ และ มีพิพิธภัณฑ์ฟอสซิล จัดแสดงซากสัตว์น้ำที่ตายหรือสูญพันธุ์ไปแล้ว รวมทั้งประวัติของสัตว์น้ำชนิดหายาก เช่น โลมาปากขวด โลมาหัวบาตร บริเวณด้านนอกอาคารจัดให้เป็นพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน และส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยอีกด้วยค่ะ

ในประเทศไทยเรายังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอีกหลายแห่งที่น่าสนใจซึ่งครูชมพูจะมานำเสนอต่อในสัปดาห์หน้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมติดตามให้ได้นะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ ครูชมพูลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม

  1. Admin. (2552). พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย ตรัง. http://www.aquariumthailand.com/rajamangala-trang-aquarium.html [ค้นคว้าเมื่อ 4 มิถุนายน 2556].
  2. Super User. (2556). สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต. http://www.phuketaquarium.org/index.php/th/ [ค้นคว้าเมื่อ 4 มิถุนายน 2556].
  3. การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, สำนักงาน. (2552). สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง. http://rayong.mots.go.th/index.php? [ค้นคว้าเมื่อ 4 มิถุนายน 2556].
  4. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2552). สยามโอเชียนเวิลด์. thai.tourismthailand.org/สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรม/สยามโอเชียนเวิลด์. [ค้นคว้าเมื่อ 4 มิถุนายน 2556].
  5. สยามโอเชียนเวิลด์. (2556). สยามโอเชียนเวิลด์. www.siamoceanworld.co.th/‎ [ค้นคว้าเมื่อ 4 มิถุนายน 2556].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul