หน้าหลัก » Blogs » พ่อแม่ฟูมฟัก ศักยภาพลูกได้ (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2 เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยและเยาวชนไทย สู่ประชาคมอาเซียน” ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ว่าการจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป็นเรื่องปลีกย่อย แต่ปัจจัยสำคัญ 2 ประเด็นที่ต้องคำนึงถึง ก็คือ (1) สิทธิเด็กทั่วโลก และ (2) ศักยภาพเด็กไทย

นายอานันท์กล่าวในประเด็นที่ 2 ถึงการพัฒนาศักยภาพเด็กไทย ซึ่งสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงมีอัตราการเกิดน้อยลง ทำให้คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีจำนวนน้อยลง ต้องแบกภาระดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น จึงต้องเริ่มคิดถึงการพัฒนาเด็กไทยให้มีศักยภาพเพื่อก้าวสู่วัยทำงานที่มีคุณภาพ ซึ่งพ่อแม่มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ของลูก ตั้งแต่แรกเกิด

ในเรื่อง ศักยภาพของเด็ก (Children's potential) นั้น บทบาทพ่อแม่เริ่มต้นด้วยการค้นหาความสามารถในลูก พ่อแม่ทุกคนย่อมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกของตน โดยต้องการเห็นลูกเติบโตและพัฒนาทักษะใหม่ๆ พ่อแม่เกือบทุกคนยอมรับว่า ลูกของตนคงไม่สามารถเป็นอัลเบอร์ต ไอนส์สไตน์ (Albert Einstein) คนต่อไป แต่ก็มิได้หยุดยั้งความต้องการค้นพบว่า ลูกเก่งในเรื่องอะไรบ้าง

เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เด็ก (และผู้ใหญ่ด้วย) อาจชาญฉลาดในหลายๆ วิถีทาง เมื่อพ่อแม่รับรู้ว่า ลูกอาจมีความสามารถหลากหลาย ก็จะคำนึงถึงพัฒนาการของทักษะ (Abilities) ความสามารถพิเศษ (Talent) และขีดความสามารถ (Capabilities) ให้เต็มศักยภาพ

พ่อแม่ควรค้นหาความสนใจของลูก เพื่อหาสิ่งที่ลูกควรได้รับการยกย่อง ตามปรกติ พ่อแม่มักสนับสุนให้ทารกเปล่งเสียงคำแรก หรือก้าวแรกของวัยเตาะแตะ (Toddler)แต่ทำไมหยุดอยู่เพียงแค่นั้น? ถ้าพ่อแม่ค้นหาต่อไปในขณะที่ลูกกำลังเจริญเติบโต ก็จะพบความสามารถของลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ต้องให้รางวัล มิใช่ด้วยเงินหรือสิ่งของ แต่ด้วยคำชมเชยและแรงสนับสนุน

เมื่อค้นพบสิ่งที่ลูกทำได้ดี พ่อแม่มักอดไม่ได้ที่จะผลักดันลูกให้ทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าผลักดันสุดขั้ว (Extremes) ก็อาจเป็นอันตราย ทางออกก็คือ ควรส่งเสริมให้ลูกพัฒนาความสนใจให้กว้างยิ่งขึ้น โดยสนับสนุนให้สำรวจในหลากหลายมุมมอง(Aspects) มากกว่า ทวีความเข้มข้นในมุมมองเดียว

บางครั้งพ่อแม่อาจจำเป็นต้องแก้ไขในสิ่งที่ลูกทำผิด แต่ก็ไม่ควรหัวเราะเยาะ (Ridicule) เพียงเพราะลูกมีความแตกต่างจากเด็กอื่นในเรื่องพฤติกรรมหรือความสนใจ พ่อแม่ยังควรยอมรับความสามารถไม่เฉพาะทางวิชาการเท่านั้น แต่ด้านอื่นๆ อาทิ การทำหุ่นจำลอง (Model-making) การวาดภาพ และทักษะทางร่างกาย สิ่งนี้จะช่วยลูกให้เติบโตด้วยความเชื่อมั่น และเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งอื่นๆ ซึ่งเขาอาจไม่เก่งพอ

พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกกำหนดเป้าหมายของตนเอง เพราะจะช่วยให้เขาพัฒนาทัศนคติชีวิตที่ “เล็งสูงขึ้น” (Aim higher) แล้วพ่อแม่จะรู้สึกประหลาด เมื่อเห็นผลจากการสนับสนุนให้ลูกรู้จักทะเยอทะยานตั้งแต่เยาว์วัย พ่อแม่จะพบว่า ลูกมีแนวโน้มที่จะชอบทำในสิ่งที่รู้สึกสนุก ดังนั้น เกมและกิจกรรมที่สนุกสนานซึ่งมีอยู่มากมาย จะช่วยพัฒนาความสามารถของลูก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางร่างกาย จิตใจ หรือศิลปะ ทำให้การเรียนรู้ของลูกมิใช่สิ่งน่าเบื่อ

แหล่งข้อมูล:

  1. ผิดยุค-ล้าสมัย ระบบ "ศึกษาเด็กไทย" ถึงเวลา "แก้จริงจัง" หรือยัง? - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1365040569&grpid=&catid=19&subcatid=1903 [2013, April 15].
  2. Discover your child's potential - http://www.brainboxx.co.uk/a3_aspects/pages/discoverpotential.html [2013, April 15].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน