หน้าหลัก » Blogs » พ่อแม่ฟูมฟัก ศักยภาพลูกได้ (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


พ่อแม่สามารถค้นหาแล้วฟูมฟักศักยภาพของลูกได้ดี หากรู้จักประยุกต์ใช้ “ทฤษฎีพหุปัญญา” (Theory of multiple intelligences) ที่นำเสนอโดย ฮาวเวอร์ด การ์เนอร์ (Howard Gardner) ในหนังสือของเขาที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2526 ซึ่งมีชื่อว่า “กรอบความคิด” (Frames of Mind) เขาเสนอรูปแบบใหม่ (Model) ที่แตกต่างจากทฤษฎีก่อนหน้านั้น ตรงที่เป็น “เครื่องมือ” ของความรู้สึกสัมผัส (Sensory "modalities") มากกว่าการเห็นว่า เด็กถูกครอบงำด้วยความสามารถโดยทั่วไป (General ability)เพียงหนึ่งเดียว [ซึ่งใช้เป็นปัจจัยในการวัดระดับสติปัญญา (Intelligence quotient : IQ) ในสมัยนั้น]

การ์เนอร์ เชื่อว่า ความสามารถในการรับรู้ (Cognitive abilities) มีหลากหลาย และมักอยู่ในรูปแบบของสหสัมพันธ์ที่อ่อน [ในเชิงสถิติ] (Weak correlations) ตัวอย่างเช่น ทฤษฎีของเขากล่าวว่า เด็กที่เรียนรู้วิธีคูณได้รวดเร็วนั้น ไม่จำเป็นต้องมีปัญญาเหนือกว่าเด็กที่เรียนรู้ช้า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการบรรลุความเชี่ยวชาญ (Mastery) ด้วยวิธีการอื่นที่ลึกซึ้งกว่าเพียงขั้นพื้นฐาน หรือด็กคนนี้ อาจมีความสามารถโดดเด่นในวิชาอื่นที่มิใช่คณิตศาสตร์ ก็ได้

เด็กที่มีมนุษยสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Interpersonal intelligence) มักเข้ากับผู้อื่นได้ดี เพราะเป็นคนชอบสังสรรค์หรือเข้าสังคม (Outgoing) เขาจะเป็นมิตรกับคนทั่วไปทั้งที่อายุมากกว่าและอ่อนกว่า เขาจะเป็นนักฟังที่ดีอย่างอดทน อาจเป็น “ผู้พิทักษ์สันติภาพ” (Peace-keeper) ระหว่างเพื่อนฝูง เขาจะสังเกต “ความรู้สึก” ของผู้คน และอาจทำตัวคอย “ปลอบใจ” (Comforter) ผู้อื่น จึงเป็นคนที่มีเพื่อนสนิทมิตรสหายมากมาย และอาจเป็น “ผู้นำ” กลุ่ม จึงชอบทำงานเป็นหมู่คณะ และมักจะเป็นสมาชิกของชมรมหรือสโมสร

เด็กที่มีความสามารถภายในตนเอง (Intrapersonal intelligence) มักเป็น “นักคิด” (Thinker) แม้ว่าบางครั้งอาจถูกมองว่า เป็น “นักฝัน” (Dreamer) เขาชอบเก็บความรู้สึกนึกคิดไว้กับตนเอง และอาจปรากฎให้เห็นว่าเป็นเด็กขี้อาย และ เก็บตัว (Withdrawn) เขามักจะไม่สนองตอบในชั้นเรียน แต่ชอบถามครูเรื่องบทเรียนหลังเลิกเรียน เขามักมีความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคต และจะตั้งเป้าหมายส่วนตัวและความท้าทายตนเอง เขาสนใจเรื่องราวของชีวิตและอาจบันทึกความทรงจำส่วนตัว เป็นรายวัน (Personal diary)

เด็กที่มีความสามารถด้านการมองเห็นและช่องว่าง (Visual-spatial intelligence) มักเป็น “ศิลปินโดยธรรมชาติ” (Natural artist) เขามักสังเกตเห็นความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย และมีจินตนาการที่ดี จึงมักจะเก่งในเรื่องการวาดภาพ และสนุกกับการร่างภาพหยาบ (Sketch) การ์ตูน และภาพขยุกขยิก (Doodle) เขารู้ “สึกสัมผัส” (Sense) การเลือกใช้สีที่เหมาะเจาะ หากมีโอกาส เขาจะชอบถ่ายภาพและถ่ายทำวีดิทัศน์ เป็นคนที่หาทางออกได้ง่าย และใช้มือแสดงอากัปกิริยาเมื่อพูดหรืออธิบาย และอาจชอบเล่นต่อภาพ (Jigsaws) และปริศนาวงกต (Maze puzzles)

เด็กที่มีความสามารถทางร่างกาย (Physical intelligence) มักเก่งเรื่องกีฬา เขาชอบกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายและลงมือปฏิบัติ อาทิ การทำหุ่นจำลอง (Model-making) การเย็บปักถักร้อย การปรุงอาหาร และการประดิษฐ์สิ่งของ เขาอดไม่ได้ที่จะจับต้องสิ่งของ และอาจใช้มือแสดงอากัปกิริยาเวลาพูด เขาจะแสดงลักษณะสีหน้า (Expressive) จึงเล่นละครได้ดี เขามักจะประสานงานได้ดี และ “รู้สึกสัมผัส” ความสมดุล (Balance) ได้ดี จึงอาจเป็นนักเต้นรำที่เก่ง

แหล่งข้อมูล:

  1. Discover your child's potential - http://www.brainboxx.co.uk/a3_aspects/pages/discoverpotential.htm [2013, April 16].
  2. Theory of multiple intelligence - http://en.wikipedia.org/wiki/Theory_of_multiple_intelligences [2013, April 16].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน