หน้าหลัก » บทความ » ภัยจากสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน (Threats from Household Pests)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ภัยจากสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน

ปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน (Threats from Household Pests) หมายถึง การที่สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ซึ่งเข้ามาอยู่อาศัยอยู่ในบ้านหรือบริเวณรอบๆตัวบ้าน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มักสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน สร้างความสกปรก หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่เด็กเล็กภายในบ้าน อาจรวมถึงมาทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น กัดแทะกระดาษ กล่อง ข้าวของจนเสียหาย ทำให้ฟูกนอนขึ้นรา รวมถึงเป็นพาหะนำโรคร้าย (Disease vector) มาสู่ลูกในรูปแบบที่พ่อแม่คาดไม่ถึง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กจนต้องส่องดูด้วยแว่นขยาย หรือมีขนาดใหญ่เสียจนสร้างความหวาด ระแวง หรืออาจเป็นสัตว์ที่มีพิษ (venomous pests) ซึ่งรบกวนจนถึงคุกคามชีวิตของเด็กและผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เช่น ยุง มด ปลวก หนู นก เห็บ เหา ตะขาบ หรือสุนัขจรจัด เป็นต้น

จากรายงานผลสำรวจผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกในปีพุทธศักราช 2556 ของกระทรวงสาธารณสุข พบจำนวนผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกเฉลี่ยวันละ 570 ราย และในจำนวนผู้ป่วยนี้มีเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี คิดเป็น 50% ประมาณต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานเด็กเสียชีวิตจากโรคมือ-เท้า-ปาก (Hand Foot and Mouth Disease) ซึ่งไม่อาจระบุสาเหตุการติดต่อของโรคได้เนื่องจากเด็กผู้เคราะห์ร้ายเพิ่งกลับมาจากการเดินทางช่วงวันหยุดคริสต์มาสในต่างจังหวัด โรคนี้สามารถแพร่จากสัตว์สู่คน หรือคนสู่สัตว์ก็ได้ สัตว์มีขนอาจเป็นพาหะนำโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนได้นับล้านคน ทุกคนก็อาจตกเป็นเหยื่อจากการคุกคามของสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านได้ ผู้ปกครองอาจมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กและสามารถจัดการได้หากมีภัยเกิดขึ้น แต่เมื่อถึงคราวที่ผู้เคราะห์ร้ายเป็นลูกซึ่งยังอายุน้อย ย่อมสร้างความหนักใจ และอาการเจ็บป่วยนั้นอาจลุกลามจนบานปลายก็เป็นได้ ดังนั้น ผู้ใหญ่ซึ่งคอยดูแลสุขอนามัยของคนภายในบ้านจึงควรมีความรู้ ความเข้าใจ ตื่นตัว และหันมาใส่ใจลูกโดยทำหน้าที่ปกป้องลูกน้อยนับตั้งแต่เขาเริ่มปฏิบัติภารกิจประจำวัน ลุกจากที่นอน อาบน้ำ รับประทานอาหารเช้า เดินทางไปโรง เรียน จนกระทั่งเลิกเรียนและกลับสู่บ้านอันแสนสุขอีกครั้ง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิกตัวน้อยในบ้านที่บ่อยครั้งมักได้ รับผลกระทบจากภัยเงียบของสัตว์และแมลงภายในบ้าน โดยหันมาใส่ใจสัตว์และแมลงรบกวนที่เป็นภัยต่อสมาชิกในบ้าน

ปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านมีลักษณะอย่างไร?

บางครั้งปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านถูกละเลยกระทั่งบานปลาย จนเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายไปกับการซ่อมแซมทรัพย์สิน และค่ายารักษาอาการแพ้หรือแม้กระทั่งเกิดความหวาดระแวงว่า จะถูกรบกวนโดยสัตว์และแมลงเหล่านี้ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องตื่นตัวและเฝ้าสังเกตสัญญาณที่บ่งบอกว่าสมาชิกภายในบ้านหรือลูกถูกภัยคุกคามโดยสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านซึ่งมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น

  • เห็บหรือหมัดจากสัตว์เลี้ยงที่เกิดเพิ่มปริมาณและมาเกาะตามผิวหนังคน
  • แหล่งน้ำเน่าในบริเวณบ้านหรือนอกบ้าน เช่น บ่อเลี้ยงปลาที่ไม่มีปลา คูคลองหลังบ้าน เป็นต้น
  • บริเวณที่ตู้เก็บรองเท้าที่ไม่ได้ทำความสะอาด อาจเป็นที่อยู่อาศัยของยุงลายและยุงก้นปล่อง หรือ แมลงสาบ สัตว์ เลื้อยคลานมีพิษ เช่น ตะขาบ เป็นต้น
  • บริเวณกองผ้าที่สุมกองกันอยู่ในที่มืดทึบหรืออับชื้น อาจเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงน่าแขยง เช่น แมลงสาบ ตัวตะเข็บ เป็นต้น
  • ร่องกระเบื้องที่ไม่ได้รับการขัดทำความสะอาดภายในห้องน้ำมักเป็นที่หลบภัยชั้นดีของตัวพยาธิ
  • โครงบ้านทำจากไม้และไม่เคยได้รับการฉีดเพื่อป้องกันปลวกมาก่อน อาจเป็นที่อยู่อาศัยของปลวกตามซอกไม้ในผนังไม้ และเป็นการเพิ่มจำนวนปลวกภายในบ้าน ซึ่งสร้างความรบกวนรำคาญต่อเด็กและผู้ใหญ่ภายในบ้าน
  • นกชอบเข้ามาทำรังในบริเวณสวนของบ้านและถ่ายมูล นกท้องถิ่นที่ควรระวัง คือ นกพิราบ เชื้อราในมูลของนก พิราบนั้นก่อให้เกิดโรคเยื้อหุ้มในสมองอักเสบจากเชื้อรา Cryptococcus
  • ในบ้านมีระเบียงขนาดเล็กซึ่งขาดการดูแล เป็นมุมสงบและค่อนข้างอับทึบ อาจเป็นที่ออกลูกของแมวจรจัด และเด็กๆมักชอบแอบเข้าไปสังเกตการณ์ใกล้ๆหรือไปอุ้มเอามาเล่นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แมวเหล่านี้อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ต่อเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือหากเด็กไม่ได้ไปเล่นหรือสัมผัสโดยตรง ภัยที่แอบแฝงอาจมาจากมูลของเจ้าแมวหน้าตาน่ารักพวกนี้ ซึ่งคือ โรคเชื้อราขึ้นสมอง (Toxoplasmosis) อันเกิดจากการสัมผัสโดยตรงหรือเข้าไปสูดดมในระยะที่เชื้อสามารถแพร่เข้าสู่ระบบหายใจในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น กลุ่มเด็กที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่ำ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคแทรกซ้อน กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือเอชไอวี เป็นต้น
  • การเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ไว้เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กๆ อาจสามารถนำมาซึ่งโรคติดต่อได้ แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หากหนูแฮมสเตอร์ที่เราเลี้ยงไว้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องสัตว์ตัวอื่นๆ นั่นหมายความว่า หนูแฮมสเตอร์ที่เลี้ยงจะไม่นำมาซึ่งโรคใดๆ แต่หากมีการเลี้ยงสัตว์ปะปนกัน หนูแฮมสเตอร์อาจมีโรคติดมา และโรคนั้นอาจมาสู่คนได้ หรือคนเองก็สามารถเป็นพาหะนำโรคร้ายไปสู่เจ้าหนูชนิดนี้ได้เช่นเดียวกัน
  • สุนัขจรจัดมากมายบริเวณแถวบ้านหรือตามสนามเด็กเล่น สุนัขเหล่านี้อาจไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าไม่สามารถรักษาให้หายได้และเป็นภัยต่อเด็กที่ไม่สามารถต่อสู้เพื่อป้องกันตัวจากสัตว์ชนิดนี้ได้
  • เด็กๆแบ่งปันขนมร่วมกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน พฤติกรรมนี้อาจนำมาซึ่งเชื้อโรคอันเป็นเหตุของอาการท้องร่วง (Acute Diarrhea)
  • บ้านตั้งอยู่ในบริเวณป่ารกชัฏหรือมีทุ่งนาหลังบ้าน ซึ่งดึงดูดสัตว์มีพิษให้เข้ามาอยู่อาศัยร่วมกับคนได้ เช่น งู กิ้ง กือ เป็นต้น เด็กๆมักชอบเข้าไปเล่นและเอาไม้เขี่ยกิ้งกือให้ขดเป็นวงกลม ทราบหรือไม่ว่าเมื่อใดที่กิ้งกือตกใจกลัว มันจะปล่อยสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ออกมาจากข้างลำตัว ซึ่งสารนี้ทำให้เกิดอาการอักเสบหรือแสบร้อนของผิวหนังได้

ปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านมีสาเหตุมาจากอะไร?

แต่เดิมมนุษย์ยังดำรงชีวิตในป่า หุบเขา หรือตามริมแม่น้ำ ร่วมกับสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ กระทั่งมนุษย์ได้รู้จักต่อเติมที่อยู่อาศัยและสร้างบ้าน กางกั้นอาณาเขตของตนจนกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัว สิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่บริเวณนั้นก็ย่อมต้องรุกราน มนุษย์ที่มาระรานถิ่นที่อยู่ของมัน หรืออาจมีปัจจัยอื่นๆมากมายที่ดึงดูดสัตว์และแมลงก่อกวนเหล่านี้ให้เข้ามาอาศัยกับเราในบ้าน นับตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน แม้แต่กระทั่งเวลาที่เรานอนหลับอยู่เลยก็ว่าได้ ฉะนั้นลองมาดูปัจจัยที่ทำให้สัตว์และแมลงเหล่านี้เข้ามาก่อกวนสมาชิกภายในบ้าน เพื่อสอนลูกให้เข้าใจถึงสาเหตุปัจจัยต่างๆของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

  • พื้นที่ให้ร่มเงาและป้องกันภัย เนื่องจากภายนอกบริเวณอาคารหรือบ้านเรือนนั้นมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมากมายที่คุกคามสิ่งมีชีวิตทางธรรมชาติ เช่น ลมฝนแรง แดดจัด ฟ้าร้อง พื้นดินแห้งแล้ง ฤดูกาลต่างๆ เป็นต้น และยังมีปรากฏการณ์หรือการกระทำต่างๆที่เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ จนทำให้สัตว์น้อยใหญ่และแมลงต่างๆต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย เช่น งานรื่นเริงยามค่ำคืนที่มีการส่งเสียงอึกทึกครึกโครม การจุดดอกไม้ไฟ การถางป่าทำพื้นที่ทำกิน การถมดินทับคูคลอง การถมที่เพื่อสร้างหมู่บ้านในเขตเมือง เป็นต้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดการย้ายถิ่นฐานและมีวิ ถีชีวิตรูปแบบใหม่ จนกระทั่งเข้ามาอาศัยอยู่ใต้ชายคาของบ้านเราเพื่อขอที่สงบและอาหารเพื่ออยู่รอด ในประเทศออสเตร เลียมีรายงานข่าวของหมีโคอาล่าและจิงโจ้ซึ่งเข้าไปขโมยอาหาร ทำร้ายสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงทำเฟอร์นิเจอร์ของบ้านเสียหาย หรือกรณีสัตว์ฟันแทะอย่างกระรอกซึ่งชอบเข้าไปกัดแทะและอยู่อาศัยในตัวรถยนต์ หรือในประเทศไทยของเราเองก็พบข่าวจระเข้บุกเข้าไปอาศัยในบ้านเรือนในช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พุทธศักราช 2554 จนทำให้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังและอยู่อย่างหวาดระแวง
  • อาหารของสัตว์ในที่อยู่อาศัยของคน พ่อแม่อาจเคยสังเกตเห็นมดที่เข้าแถวขนอาหารเพื่อเป็นเสบียงยามหน้าหนาว ยิ่งช่วงย่างเข้าฤดูฝนหรือร้อนจัดๆ จะพบมดมาแย่งอาหารของคนและของสัตว์เลี้ยงจนเลอะเทอะ ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้ผู้อยู่อาศัยอย่างมาก พฤติกรรมรูปแบบนี้เกิดมาจากสาเหตุที่ว่าพวกมดเหล่านี้จำเป็นต้องตุนเสบียงอาหารไว้ประทังชีวิตช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวนั่นเอง อีกทั้งยังมีแมลงหรือสัตว์รบกวนชนิดอื่นๆ เช่น แมลงสาบ หนูซึ่งเป็นพาหะนำโรคฉี่หนู ไปจนถึงสุนัขข้างบ้านที่มีนิสัยชอบสร้างอาณาเขตหรือแอบขโมยอาหารในบ้าน อย่างไรก็ตามอาหารที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่พวกเรารับประทานก็ได้ หากแต่เป็นอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตหรือดึงดูดพวกสัตว์และแมลงรบกวน เช่น ไม้ทุกชนิดซึ่งเป็นอาหารของปลวก ดวงไฟซึ่งเป็นที่รวมตัวของแมงเม่าทำให้สัตว์เลื้อยคลานจำพวกจิ้งจกมารวมตัวกันในบ้านของเรา
  • สภาพแวดล้อมที่พอเหมาะ บ้านที่มีซอกหลืบ เฟอร์นิเจอร์ไม้หรือโซฟาที่ขึ้นรา และมุมมืดที่แสงสว่างเข้าไม่ถึงล้วนเป็นปัจจัยที่ดึงดูดสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเข้าไปอยู่อาศัยหรือซ่อนตัวจากการถูกล่า
  • กลิ่นของมนุษย์ ของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของคนเป็นแหล่งสารอาหารของแมลงประเภทดูดเลือดต่างๆ แมลงเหล่านี้ตามหาแหล่งอาหารในร่างกายของคนโดยการดมกลิ่นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยมาจากร่างกาย มนุษย์จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณที่น้อยลงในขณะที่นอนหลับพักผ่อน แมลงดูดเลือดต่างๆล้วนพุ่งเป้าโจมตีขณะที่นอนหลับเนื่องจากปริมาณก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาน้อยลง และช่วงเวลานอนหลับเป็นช่วงที่คนมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยที่สุดในช่วงวัน ทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีของแมลงโดยง่าย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจหากลูกของเราตื่นเช้าและพบตุ่มแดงตามส่วนต่างๆของร่างกายซึ่งอาจเกิดมาจากแมลงรบกวนหลายชนิด เช่น ยุง ตัวเรือด ตัวเหลือบ เป็นต้น

การแก้ไขปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านมีความสำคัญอย่างไร?

จะเกิดอะไรขึ้นหากปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านถูกมองข้าม ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้ส่งผลเสียหายโดย ตรงต่อเด็กหรือสมาชิกคนอื่นๆภายในบ้าน แต่อาจก่อให้เกิดผลตามมาหลายประการ เช่น

  • ก่อให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ผ้าปูที่นอนของลูกซึ่งถูกปล่อยให้เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเรือด (bed bugs) หากเป็นระยะเวลานานจะเกิดรอยดำปรากฏเป็นดวงๆ ซึ่งนั่นเกิดจากการขับถ่ายของเสียออกจากแมลงชนิดนี้ ทำให้ที่นอนมีกลิ่นเหม็นและมีเชื้อโรค หรือกรณีที่ปล่อยให้ปลวกกัดแทะไม้ในฝาผนังบ้านผุกร่อน อาจเป็นสาเหตุของโครงบ้านขาดสมดุลและพังทลาย
  • สร้างแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค (sources of bacteria) และนำมาซึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คน เช่น ตัวหมัดที่อาศัยอยู่บนตัวสัตว์มีขนนำมาซึ่งโรคกาฬโรค (Plague) ยุงเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever)ไข้มาลาเรีย (Malaria) และโรคเท้าช้าง (Elephant Foot Disease) เหาเป็นพาหะของโรคไข้รากสาด (Lassa Fever) ไปจนถึงแมลงหวี่และแมลงวันที่อาจนำมาซึ่งเชื้อปรสิตและตัวพยาธิที่ฝังอยู่ตามร่างกายของสัตว์เลี้ยงหรือในดวงตาของเด็กเล็กก็เป็นได้
  • เด็กอาจเกิดอาการภูมิแพ้ที่แสดงออกด้วยรูปแบบต่างๆอันเกิดมาจากสัตว์และแมลงรบกวนเหล่านี้ เช่น ขนสุนัขและขนแมวอาจทำให้เกิดอาการคันทางผิวหนัง หรืออาการระคายเคืองในเยื่อบุจมูก มูลของแมลงสาบรบกวนระบบน้ำเหลืองในร่างกายทำให้ร่างกายเกิดผื่นคันเป็นบริเวณกว้างบนผิวหนัง

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะแก้ไขปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านได้อย่างไร?

  • หาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยของสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้าน
  • กำจัดบริเวณแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น บ่อเลี้ยงปลาที่มีลูกน้ำ ให้ทำความสะอาดบ่อนั้นใหม่ หรือหากน้ำยังไม่สกปรก อาจปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลาชนิดต่างๆให้ช่วยกำจัดลูกน้ำเหล่านั้นได้
  • เพิ่มดวงไฟในบริเวณซอกหลืบที่แสงเข้าไม่ถึง
  • เมื่อลูกออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน ให้ผู้ปกครองคอยดูแลไม่ให้ลูกเข้าใกล้สุนัขจรจัด
  • ติดตามสถานการณ์ คอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารและโรคภัยจากสัตว์และแมลงรบกวนที่มาตามฤดูกาลเพื่อเฝ้าระวังตัว เช่น แมลงก้นกระดกที่มาในช่วงฤดูฝน แต่อาจไม่พบในเขตกรุงเทพมหานคร พิษของแมลงชนิดนี้จะทำให้เกิดผิวหนังพุพอง หากเข้าตาอาจเกิดอาการระคายเคืองในตาอย่างรุนแรง
  • กำจัดวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้และไม่ได้เคลือบสารป้องกันปลวก หากกำลังอยู่ในช่วงต่อเติมบ้านใหม่ ให้ติดต่อบริษัทมากำจัดปลวกและแมลงอื่นๆ เพื่อมาฉีดพ่นสารกันแมลงรบกวนอย่างเนิ่นๆ
  • พยายามจำกัดพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงให้อยู่เป็นสัดส่วนโดยไม่ปะปนกับเด็กและสมาชิกคนอื่นๆภายในบ้าน
  • เตรียมอุปกรณ์พื้นฐานในการปฐมพยาบาท ได้แก่ น้ำเกลือ ใช้ล้างทำความสะอาดได้ทั่วบริเวณของร่างกาย ในกรณีต่างๆ เช่น
    • ขนสัตว์เลี้ยงเข้าตาลูก ให้ใช้น้ำเกลือหรือน้ำยาล้างตา
    • ทาคารามายเมื่อเกิดผื่นแพ้จากแมลงตัวหนอน
    • ใช้พลาสเตอร์ปิดแผลหรือทายาใช้ภายนอกสำหรับกรณีแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น
  • จดเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานหรือโรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉินไว้ในบริเวณที่สามารถโทรออกได้ทันที เช่น ใกล้โทรศัพท์บ้าน หรือบันทึกลงในโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • สร้างกิจกรรมให้ลูกเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลปัญหาสัตว์และแมลงรบกวนภายในบ้านที่เป็นภัยต่อตัวเขาเอง เช่น เก็บกองผ้าที่สุมกันเป็นกองโตเข้าตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เก็บผ้าปูที่นอนลงเครื่องซักผ้า อาบน้ำสัตว์เลี้ยงอย่างถูกสุข อนามัยด้วยการสวมถุงมือและสวมหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง หรือให้ลูกช่วยจดบันทึกสัตว์และแมลงที่ลูกพบเห็นในชีวิตประจำวันและบันทึกสถานที่ที่พบ เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้เข้าไปดูแลและกำจัดภัยคุกคามอย่างถูกจุด

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สัตว์และแมลงรบกวนเหล่านี้แฝงตัวอยู่ทุกหนแห่งไม่เว้นแม้แต่สถานศึกษา โรงเรียนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งเด็กใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 6-8 ชั่วโมงในการอยู่ร่วมกับเพื่อน รับประทานอาหาร เรียนหนังสือ ไปจนถึงพักผ่อน ดังนั้น ครูจึงมีหน้าที่ดู แลสุขอนามัยและป้องกันภัยเด็กจากปัญหาเหล่านี้ เช่น

  • ในโรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่มักจัดให้มีช่วงนอนพักกลางวัน ไม่ควรจัดที่นอนให้เด็กนอนหันศีรษะชนกัน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาติดเหาจากศีรษะของเด็กคนอื่น จึงควรแยกที่นอนของเด็กแต่ละคนออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน
  • กิจกรรมทัศนศึกษาเป็นอีกเหตุปัจจัยที่ทำให้เด็กๆสามารถติดเชื้อโรคจากสัตว์ได้ เช่น กิจกรรมทัศนศึกษารอบเกาะรัตนโกสินทร์ เด็กๆมักจะหยุดเพื่อให้อาหารนกพิราบ หรือวิ่งเข้าไปกลางฝูงนกพิราบเพื่อเล่นสนุก มูลของนกพิราบนั้นหากสัมผัสโดยตรงจะนำมาซึ่งโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา (Cryptococcal Meningitis) ดังนั้นครูผู้ดูแลควรจัดแถวเด็กให้ทัศนศึกษาอย่างถูกสุขอนามัย หรือชวนเด็กไปให้อาหารปลาในเขตอภัยทานแทน
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น อ่างน้ำ ตู้เก็บรองเท้า แหล่งน้ำขังบริเวณสนามเด็กเล่นในโรงเรียน
  • ให้ความรู้แก่เด็กเพื่อให้เขาได้รู้จักป้องกันตัวจากภัยเงียบของสัตว์และแมลงต่างๆ

บรรณานุกรม

  1. การปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอข้อมูลการเฝ้าระวังโรค. http://www.boe.moph.go.th/files/outbreak_detection_readme[1].pdf [Apr 24, 2014]
  2. โรคมือปากเท้าปาก…สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้เพื่อลูกรัก - http://www.bumrungrad.com/healthspot/january-2014/hand-foot-mouth-disease [Apr 22, 2014]
  3. อัลบี, ซาร่าห์. อึ เล่าประวัติศาสตร์—Poop Happened. กรุงเทพมหานคร : มติชน, 2554. หน้า 32.
  4. Australian Animal Attacks - http://www.amazingaustralia.com.au/animalattacks.htm [Apr 22, 2014]
  5. How do I kill the squirrels who are eating my car? - http://scienceblogs.com/principles/2010/02/28/how-do-i-kill-the-squirrels-wh/ [Apr 20, 2014]
  6. Pest library: Common Household Pests - http://www.orkin.com/learningcenter/pest_library/ [Apr 21, 2014]
  7. The millipede, Apheloria corrugate - http://www.microscopy-uk.org.uk/mag/artnov04macro/smmillipede.html [Apr 29, 2014]
  8. Toxoplasmosis in cats - http://www.vet.cornell.edu/FHC/health_resources/toxoplasmosis.cfm [Apr 21, 2014]
  9. 16 common household pests and how to get rid of ‘Em - http://greatist.com/happiness/get-rid-of-16-common-household-pests [Apr 21, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน