หน้าหลัก » บทความ » ภาษาต่างประเทศ (Foreign Languages)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ภาษาต่างประเทศคือ ภาษาอื่นๆที่เด็กไม่ได้ใช้สื่อสารพูดคุยในเวลาปกติ สำหรับเด็กที่ใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งหรือมากกว่าเป็นหลัก หรือไม่ใช่ภาษาประจำประเทศบ้านเกิด จะถือว่าภาษาอื่นเป็นภาษาต่างประเทศ หรือเป็นภาษาที่สอง ซึ่งไม่เพียงเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ยังมีภาษาจีน ภาษาไทย ภาษากลาง ภาษาถิ่น เด็กบางคนอาจเรียนรู้มากกว่าหนึ่งภาษาตั้งแต่เกิดหรือตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มบุคคลสองภาษาหรือหลายภาษา ซึ่งมีภาษาแม่หลายภาษา และไม่มีภาษาใดที่เป็นภาษา ต่างประเทศสำหรับพวกเขาเลย แม้ว่าภาษาเหล่านั้นอาจเป็นภาษาต่างประเทศสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศที่เด็กเกิดก็ตาม

ภาษาต่างประเทศสำคัญอย่างไร?

ในสังคมโลกปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างรวดเร็วผ่านระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต การเรียนรู้ภาษา ต่างประเทศจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การ ศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นำมาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม ขนบ ธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษาต่าง ประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆได้ง่ายและกว้างขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต

กระทรวงศึกษาธิการกำหนดภาษาต่างประเทศเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งกำหนดให้เรียนตลอดหลักสูตรการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หรือภาษาอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำรายวิชาและจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม

ในชีวิตประจำวัน เด็กๆจะต้องฉลาดในการทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นและเจริญงอกงามขึ้น ความประพฤติและการสื่อ สารทั้งทางกายและทางวาจา ไม่ว่าภาษาใด จึงมีความสำคัญมาก เด็กทุกคนควรระลึกถึงความสำคัญของการสื่อสารทางวาจาอยู่เป็นนิจ เพราะเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องกระทำกันอยู่ทุกวัน และสามารถเผลอไผลได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องการพูด ให้เรารู้เท่าทันเจตนาในการพูด และถือว่าการพูดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ อันจะนำมาซึ่งความสุขและความสงบทั้งตนเองและคนรอบข้าง เพราะชีวิตคือ การศึกษาการเรียนรู้ที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างถูกต้องดีงาม เป็นชีวิตที่มีการฝึกฝน พัฒนาตนเองในทุกด้าน ทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา โดยการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิต ถ้าต้องการมีชีวิตที่ดีงาม เด็กทุกคนจะต้องศึกษา โดยเฉพาะการใช้ภาษาในการสื่อสาร ใช้ภาษาศึกษา ทำความเข้าใจในเรื่องชีวิตของเรา และปฏิบัติดำเนินชีวิตให้ถูกต้องดีงาม

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดเนื้อหาสาระภาษาต่างประเทศไว้อย่างไร?

การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ภาษาต่างประเทศสื่อสารในสถาน การณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒน ธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่างสร้าง สรรค์ ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังนี้

  • ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ตีความ นำเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอย่างเหมาะสม
  • ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาต่างประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความสัมพันธ์ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม
  • ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
  • ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้อง เรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก

เด็กจะได้รับประโยชน์อะไรจากภาษาต่างประเทศ?

กระทรวงศึกษาธิการกำหนดคุณภาพผู้เรียนเมื่อเรียนภาษาต่างประเทศจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไว้ ดังนี้

  • ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้องที่ฟัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน บอกความหมายของคำและกลุ่มคำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ
  • พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่ายๆ บอกความต้อง การง่ายๆของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพื่อน บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆใกล้ตัวหรือกิจกรรมต่างๆตามแบบที่ฟัง
  • พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน
  • พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคำศัพท์ง่ายๆเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย
  • บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
  • บอกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
  • ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
  • ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัว
  • มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเองครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงคำศัพท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คำ (คำศัพท์ที่เป็นรูปธรรม)
  • ใช้ประโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดี่ยว (Simple Sentence) ในการสนทนาโต้ตอบตามสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

ครูสอนภาษาต่างประเทศให้ลูกอย่างไร?

ตัวอย่างกิจกรรมครูผู้สอนภาษาต่างประเทศมักจัดให้เด็กประถมต้นที่โรงเรียน มีดังนี้

  1. ภาษาเพื่อการสื่อสาร ครูควรฝึกฝนทักษะการสื่อสารต่างๆ ซึ่งได้แก่ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการรับสารและส่งสารด้วยภาษานั้นๆอย่างสื่อความหมาย คล่องแคล่ว ถูกต้อง และสามารถเข้าถึงสารได้อย่างชัดเจน ด้วยการให้เด็ก
    • ทำความเข้าใจเรื่องที่ฟังหรืออ่าน และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
    • ปฏิบัติตามคำสั่ง/คำขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน
    • อ่านออกเสียง สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค สัญลักษณ์ที่มีความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวด ล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการต่างๆ รวมทั้งบทพูดเข้าจังหวะที่ถูกต้องตามหลักการอ่าน และฝึกใช้พจนานุกรม
    • ตอบคำถามจากการฟังเรื่องใกล้ตัวหรือนิทาน บทสนทนา และประโยคต่างๆ
    • แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น ด้วยการพูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ด้วยบทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และแนะนำตนเอง พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเรื่องใกล้ตัว
    • บอกความต้องการ ความรู้สึกของตนเอง ด้วยคำศัพท์ สำนวนภาษา และประโยคต่างๆ ทั้งการพูดและการเขียน
    • จัดหมวดหมู่คำตามประเภทที่ฟังหรืออ่าน เช่น การระบุ/เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของภาพกับคำหรือกลุ่มคำ โดยใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง
  2. ภาษาและวัฒนธรรม เรียนรู้ภาษาท่าทาง การสื่อสารโดยการแสดงท่าทางแทนคำพูดหรือการแสดงท่าทางประกอบคำพูด ในหลายลักษณะ เช่น การแสดงออกทางสีหน้า การสบตา การเคลื่อนไหวศีรษะ มือ การยกมือ การพยักหน้า การเลิกคิ้ว เป็นต้น เพื่อให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ โดย
    • เปิดโอกาสให้เด็กได้พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทางประกอบการพูด ขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ การโบกมือ การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
    • จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัยให้เด็กเข้าร่วม เช่น เล่นเกม ร้องเพลง เล่านิทานประกอบท่าทาง เรียนรู้ชื่อและคำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม
    • ระบุตัวอักษรและบอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆของภาษาต่างประเทศและภาษา ไทย
  3. ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ครูใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน
  4. ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก ใช้ภาษาต่างประเทศในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียน รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องใกล้ตัวจากสื่อต่างๆ และใช้ภาษาเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ ประกอบอาชีพ และแลก เปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก

พ่อแม่จะช่วยส่งเสริมภาษาต่างประเทศให้ลูกได้อย่างไร?

การศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นที่ในห้องเรียนหรือในโรงเรียนอย่างเดียวเท่านั้น แต่การศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นนอกห้องเรียน ที่โรงเรียน ที่บ้าน และทุกๆที่ที่แวดล้อมรอบตัวเด็ก เด็กไปโรงเรียนเพื่อจะเรียนหนังสือ แต่สิ่งที่เด็กได้รับจากสิ่งแวดล้อมที่บ้านมีความสำคัญต่อเด็กมาก ไม่น้อยไปกว่าที่โรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการสร้างนิสัยใจคอ คือ ต้นแบบจากบิดามารดา ทุกคนที่อยู่ในบ้านเป็นอย่างไร จะมีส่วนทำให้เด็กมีนิสัยหรือจิตใจเช่นนั้น การศึกษาที่บ้านจึงเป็นการศึกษาที่สำคัญอย่างลึกซึ้ง เป็นการศึกษาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเป็นสิ่งที่ฝังลงไปในนิสัยของเด็ก

พ่อแม่ คือ ครูคนแรกของลูก

เริ่มจากการอ่าน บทบาทและคุณสมบัติที่สำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ “ภาษาที่อยู่รอบตัวเด็ก” คือ การที่พ่อแม่ชี้ชวนให้เด็กสนใจ สังเกต อ่าน สะกดคำต่างๆที่อยู่แวดล้อมรอบตัวเด็ก ที่เด็กต้องพบต้องเจอในกิจวัตรประจำวัน รวมทั้งการถามคำ ถามให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ โดยเริ่มต้นจากเด็กที่ยังอ่านไม่ออก พ่อแม่ช่วยกระตุ้นให้ลูกสังเกต และอ่านทุกอย่างที่อยู่รอบตัว จำ เลียนแบบ เดาสุ่ม อ่านสื่อที่มีความหมายกับชีวิต อ่านได้บ้างหรือกล้าที่จะเดาอย่างมีหลักการ จะทำให้ลูกมีความมั่นใจในการที่จะอ่านมากขึ้น สามารถอ่านด้วยตัวเองได้อย่างมีหลักการ ในขั้นตอนนี้ผู้ปกครองควรเป็นกัลยาณมิตรที่ดี ในการส่ง เสริมให้กำลังใจลูก ตั้งสติ และหลีกเลี่ยงการตำหนิเมื่อลูกอ่านผิด ช่วยหนุนนำให้ลูกเกิดความสุขในการได้เรียนรู้และมีความมั่นใจที่จะอ่านเพิ่มมากขึ้น เมื่อเด็กมีทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน และทักษะการพูดก็จะตามมาโดยธรรมชาติ ซึ่งการเขียนของเด็กก็จะเน้นที่การบันทึกในสิ่งที่อ่าน

การเรียนภาษาของเด็ก จึงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องกับเด็กทุกคน ไม่เฉพาะครูผู้สอน แต่ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ปกครอง สังคม และชุมชนที่จะต้องสร้างพฤติกรรมคุ้นเคยที่ดีงาม ในการเป็นคนช่างสังเกตรายละเอียดต่างๆที่อยู่รอบตัว ซึ่งเป็นแหล่งความ รู้ที่ดีมาก เช่น การอ่านฉลากยาก่อนรับประทานยา การไม่รับประทานอาหารที่หมดอายุแล้ว รวมทั้งการจัดเก็บสื่อให้เป็นระบบเพื่อสะดวกต่อการนำมาใช้ และการให้เด็กเป็นผู้ผลิต ผู้สร้างงานจากสื่อรอบตัวด้วยตนเอง นอกจากนี้เรายังต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตำราเรียนเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในชีวิตจริง ดังนั้นเราทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อเยาวชนของประเทศ เพื่อให้เติบโตขึ้นเป็นคนไทยที่สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และสามารถสืบทอดภาษาให้กับเยาวชนรุ่นหลังต่อไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การปฏิบัติทั้งในเรื่องกาย พฤติกรรม วาจา และใจ ไม่มีที่ไหนที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะการปฏิบัติอยู่ที่ว่า เราทำอะไรอยู่ เราพูดอะไรอยู่ เราคิดอะไรอยู่ มันไม่ได้อยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง มันอยู่ที่เรา การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกิจวัตรประจำ วันต่างๆมาเป็นบทเรียน จึงเป็นเรื่องสำคัญ การเรียนรู้ภาษาจากกิจกรรมที่ต้องทำเป็นประจำ ดังนี้
  1. ภาษาที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเด็กจริงๆ ซึ่งเป็นภาษาที่เด็กได้มีโอกาสได้ยิน ได้เห็น ได้ใช้ และควรได้เรียนรู้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
    • ภาษาที่อยู่ในบริบทของชีวิตประจำวันของเด็ก เด็กคุ้นเคยเพราะสามารถพบเห็นอยู่รอบตัวเป็นประจำ ไม่ต้องท่องจำ ไม่รู้สึกเป็นบทเรียนเหมือนภาษาที่พบในตำรา แต่สามารถเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทั้งด้านภาษาและชีวิตของเด็ก เช่น ป้ายร้านค้า ชื่อถนน รายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ต่างๆ (ฉลากสินค้า) ปฏิทิน ใบปลิวโฆษณาต่างๆ เมนูอาหาร ตารางสอน เป็นต้น
    • ภาษาต่างประเทศที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิตของเด็ก เช่น ภาษาพูด ภาษาท่าทาง ภาษาคณิตศาสตร์ ภาษาวิทยา ศาสตร์ ภาษาหนังสือพิมพ์ หรือภาษาที่ผู้เรียนพบเห็นบ่อยๆ
  2. ภาษาต่างประเทศที่อยู่ในความสนใจของเด็ก ถึงแม้จะไม่ได้อยู่รอบๆตัวเด็ก เช่น ภาษาที่อยู่ในวรรณคดีที่เด็กสนใจ ภาษาที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ฟุตบอล เรือ ปิรามิด ไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กให้ความสนใจเป็นพิเศษ การจัดการเรียนการสอนผ่านกิจวัตรประจำวันต่างๆ ให้เด็กได้เรียนรู้และได้ลงมือทำ เช่น ซักผ้า ถูบ้าน กวาดพื้น ทำความสะอาดจานอาหาร จัดและเก็บโต๊ะอาหาร ปูที่นอน ใส่ผ้าปูที่นอน พับเสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งงานเหล่านี้เด็กสามารถฝึกฝนได้ ทั้งทางด้านร่างกาย พฤติกรรม จิตใจ และเกิดปัญญาจากการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง การเรียนภาษาที่อยู่รอบตัวนี้ จึงเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อชีวิตเด็ก ซึ่งไม่ใช่การเรียนเฉพาะในตำราเรียนเท่านั้น เพราะเด็กได้เรียนรู้และปฏิบัติด้วยตัวเอง ทำให้เด็กสามารถฝึกฝนพัฒนาตนทั้งทางพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา

บรรณานุกรม

  1. พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2540). ชีวิตในสังคมเทคโนโลยี. (พิมพ์ครั้งที่ 4) กรุงเทพมหานคร : บริษัท สหธรรมิก จำกัด.
  2. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2549). ตื่นเถิดชาวไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 4) กรุงเทพมหานคร : บริษัท พิมพ์สวย จำกัด.
  3. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
  4. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). ภาษาต่างประเทศ. http://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาต่างประเทศ. ค้นคว้าเมื่อ 17 มีนาคม 2556.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน