หน้าหลัก » Blogs » ทำเพื่อลูก…ผู้ปกครองตื่นรับกระแส AEC รอคิวข้ามคืนเพื่อสิทธิ์เรียนภาษาอังกฤษ

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เมื่อหลายวันก่อน (วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2556) เกิดเหตุที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เมื่อผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวนมากพร้อมใจกันมาเข้าคิวรอข้ามคืน เพื่อให้ลูกหลานได้รับสิทธิ์เข้าเรียนโครงการภาษาอังกฤษกับบริติช เคานซิล

จากข่าวกรอบเล็ก ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมผู้ปกครองเหล่านั้นจึงอยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษกับบริติช เคานซิล จนชนิดที่เรียกว่า ต้องลงทุนนอนรอเข้าคิวกันเลยทีเดียว

เมื่อสอบถามไปยัง ผศ.เฉลิมพล ดาวเรือง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จึงทำให้ ถามครู.com ได้ทราบข้อมูลเบื้องลึกว่า แม้แต่ตัวของอาจารย์เฉลิมพลเองก็รู้สึกประหลาดใจที่เห็นผู้ปกครองมาเข้าคิวรอข้ามวันข้ามคืน ทั้ง ๆ ที่ โครงการพิเศษนี้ โรงเรียนได้ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ จัดมาไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว

“โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เป็นโรงเรียนแห่งการค้นคว้าวิจัยแนวทางในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ และโรงเรียนได้ให้ความใส่ใจในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมานานแล้ว” ผศ.เฉลิมพล กล่าว พร้อมอธิบายต่อว่า “บริติช เคานซิล เป็นสถาบันสอนภาษาเอกชนที่เข้ามาจัดการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนมานานกว่า 10 ปี จำได้ว่าสมัยนั้นเป็นสมัยที่มีโรงเรียนอินเตอร์เนชั่นแนล และโรงเรียนสองภาษา (Bilingual) เกิดขึ้นในประเทศไทย และได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้ปกครอง สมาคมผู้ปกครองฯ จึงได้เชิญบริติช เคานซิล เข้ามาสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ทำให้โครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงต่อเนื่องมาหลายปี กระทั่งต่อมาโครงการดังกล่าวก็ค่อย ๆ ลดระดับความนิยมลง เนื่องจากผู้ปกครองที่มีความคาดหวังสูง เริ่มมีความรู้สึกว่าลูกไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอย่างที่ผู้ปกครองคาดหวัง และเมื่อมีกระแส AEC เข้ามาปลุกกระแสให้ผู้ปกครองเกิดความต้องการให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กระแสดูเหมือนจะรุนแรงมากกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา ”

เนื่องจากความต้องการของผู้ปกครองมีสูง แต่ความสามารถในการรับถูกจำกัดจำนวนเพียง 120 คน (20 คนต่อครู 1 คน) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและคุณภาพด้านการเรียนการสอนบริติช เคานซิล ส่งผลให้ผู้ปกครองพลาดหวังจากโครงการนี้จำนวนมาก

“ปีนี้เป็นปีแรกที่โรงเรียนเริ่มจัดให้เด็กเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในขณะที่ผู้ปกครองของเด็กเล็กเองก็มีความต้องการสูง อยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษพื้นฐานตั้งแต่อายุน้อย ๆ แต่เนื่องจากโรงเรียนมีที่นั่งให้จำกัดเพียง 120 คนเท่านั้น จึงเกิดมีผู้ปกครองจำนวนหนึ่งมารอคิว และเมื่อผู้ปกครองคนอื่น ๆ ทราบข่าวก็พร้อมใจกันมารอข้ามคืน เพื่อให้ลูกได้สิทธิ์ที่นั่งเรียนภาษาอังกฤษอย่างที่ตกเป็นข่าว ปกติแล้วก็ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แต่ปีนี้ผู้ปกครองบางคนมารอตั้งแต่บ่ายโมง เตรียมอุปกรณ์มานอนค้างคืนที่โรงเรียนจนถึงรุ่นเช้าเลยก็มี ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างชุลมุน โกลาหลพอสมควร” ผศ.เฉลิมพล กล่าว พร้อมฝากข้อความถึงผู้ปกครองที่พลาดหวัง รวมไปทั้งผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ที่อยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษว่า

“จริง ๆ แล้ว เรื่องการเรียนภาษาอังกฤษไม่สำคัญว่าเรียนกันใคร เพราะครูไทยที่เก่ง ๆ มีเยอะแยะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ตัวของผู้ปกครองเองที่จะต้องดูแลใส่ใจเรื่องการเรียนของลูกด้วย ไม่ปล่อยให้การเรียนเป็นภาระของโรงเรียนหรือคุณครูแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเรื่องของภาษาอังกฤษ พ่อแม่สามารถสร้างความเคยชินด้านภาษาอังกฤษให้กับลูกได้ ด้วยการเป็นคู่ซ้อมให้กับลูก ใช้สิ่งของรอบตัวเป็นสื่อสอนภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกได้ทบทวน สั่งสมศัพท์ภาษาอังกฤษ และใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้เกิดความคุ้นชิน เด็กก็จะสามารถเรียนรู้และจดจำภาษาอังกฤษได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และจดจำได้เร็ว เป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช่วยเขา และขอให้หมั่นสังเกตพัฒนาการของลูกอยู่สม่ำเสมอ จะได้ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ได้อย่างสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย เด็กก็จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ไม่เฉพาะทักษะทางด้านภาษา แต่เป็นทักษะด้านอื่น ๆ ด้วย”

สำหรับผู้ปกครองที่ส่งลูกไปเรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างประเทศ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามผู้ปกครองคงต้องใส่ใจด้วยว่าครูสอนอะไร เพื่อที่ลูกกลับมาบ้านแล้วจะได้ช่วยช่วยเสริมต่อ ไม่ให้ขาดตอน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็ยากที่จะทำให้เด็กเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาได้ เพราะปัญหาของเรา คือ ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ทำให้เด็กไทยค่อนข้างเสียเปรียบกับเด็กชาติอื่น ๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน การที่พ่อแม่ผู้ปกครองเกิดการตื่นตัว อยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาจึงเป็นปรากฏการณ์ที่เข้าใจได้ไม่ยาก”

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางฝ่ายวิชาการของโรงเรียน ร่วมกับทางสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิต จุฬาฯ จะประชุมหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา พร้อมหามาตรการตั้งรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปีการศึกษาหน้า โดยเบื้องต้นอาจจะมีการเปิดรับโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม หรืออาจมีการปรับการรับจำนวนนักเรียนให้เหมาะสมต่อไป.

บรรณานุกรม

  1. ‘พ่อแม่เด็กสาธิตจุฬาฯ ชี้สุดคุ้มทำเพื่อลูก’ http://www.komchadluek.net/detail/20130207/151255/พ่อแม่เด็กสาธิตจุฬาฯชี้สุดคุ้มค่าทำเพื่อลูก.html [7 กุมภาพันธ์ 2556]
  2. สัมภาษณ์พิเศษ ผศ.เฉลิมพล ดาวเรือง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม [16 กุมภาพันธ์ 2556]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน