หน้าหลัก » Blogs » ลดการบ้าน ลดความเครียดเด็ก? (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายชินภัทร ภูมิรัตน ได้เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตัดสินใจปรับโครงสร้างเวลาเรียนใหม่ทุกระดับตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนต้น จนถึงระดับมัธยมศึกษาปลาย หลังจากศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา และสพฐ. มีนโยบายจะปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในด้านโครงสร้างเวลาเรียน และปรับลดจำนวนการบ้านที่นักเรียนได้รับ

การบ้าน (Homework) หมายถึงงานที่ครูมอบหมายให้นักเรียนทำนอกชั้นเรียน อาทิ ปริมาณหรือระยะเวลาที่ให้อ่านหนังสือ หรือเขียนเรียงความ การแก้โจทย์ การสร้างโครงงาน (Project) หรือฝึกซ้อมทักษะ วัตถุประสงค์หลักของการสั่งการบ้าน ก็เช่นเดียวกับการไปโรงเรียน กล่าวคือ เพิ่มความรู้ และปรับปรุงความสามารถของนักเรียน

แม้การบ้านจะเป็นโอกาสให้พ่อแม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาของเด็ก แต่ก็ยังมีผู้ที่คัดค้านหรือต่อต้านที่มองว่า การบ้านเป็นการส่งเสริมการเรียนแบบท่องจำ (Rote) เพิ่มความเครียดให้นักเรียน (Grind) และออกแบบมาเพื่อไม่ให้เด็กมีเวลาว่างมากนัก โดยไม่ได้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม

การบ้านอาจได้รับการออกแบบ เพื่อตอกย้ำ (Reinforce) สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้แล้ว เตรียมตัวสำหรับบทเรียนคาบ (Session) หน้า หรือที่ซับซ้อนเข้าใจยาก ขยายขอบเขตของสิ่งที่รู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ใหม่ หรือบูรณาการความสามารถหลากหลาย โดยเป็นโอกาสได้ใช้นานาทักษะในงานชิ้นเดียวกัน

ทีมนักวิจัย ณ มหาวิทยาลัย Duke ในสหรัฐอเมริกา พบว่า ผลงานวิจัยกว่า 60 ฉบับ ระหว่างปี พ.ศ. 2539 และ 2546 แสดงว่า ในขอบเขตที่จำกัด ปริมาณการบ้านที่นักเรียนทำมีสหสัมพันธ์ในเชิงบวก กับความสำเร็จของนักเรียน การสังเคราะห์ (Synthesis) งานวิจัย ยังพบว่า การสั่งการบ้านมากเกินไปอาจให้โทษ (Counterproductive) มากกว่าประโยชน์

การให้ความสำคัญแก่การทำการบ้าน ทำให้พ่อแม่และเด็กนักเรียนหันไปหาคำตอบสำเร็จรูปเฉพาะ (Customized solution) จากนานาสถาบันเอกชน ที่เปิดสอนพิเศษเพื่อช่วยนักเรียนทำการบ้านเป็นรายบุคคล ในขณะที่พ่อแม่บางคน อาศัยโรงเรียนกวดวิชาและศูนย์การเรียนรู้พิเศษต่างๆ แต่ก็มีห้องสมุดบางแห่งในชุมชนของสหรัฐอเมริกาที่ช่วยเหลือนักเรียนในการทำการบ้านเป็นรายบุคคลและออนไลน์ และหากจำเป็น พ่อแม่บางคนก็พร้อมที่จะว่าจ้างครูพิเศษ (Tutor) มาช่วยสอนการบ้านลูก

ผลการวิจัยบางฉบับ แสดงว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในการทำการบ้านของลูก เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนมาก อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ยอรับกันว่า การมีส่วนร่วมมากเกินไปของพ่อแม่ ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยเฉพาะกรณีที่พ่อแม่ลงมือทำการบ้านส่วนใหญ่หรือทั้งหมดแทนลูกเสียเอง

หากพ่อแม่สามารถกำหนดเวลาและสถานที่เฉพาะสำหรับการทำการบ้านของลูก จะช่วยให้เด็กสามารถมีสมาธิในการเรียนรู้จากการทำการบ้าน การมีพื้นบ้านกว้างพอ มีแสงสว่างเหมาะสม มีวัสดุอุปกรณ์ (อาทิ ปากกา ดินสอ กระดาษ กรรไกร กาว ยางลบ และไม้บรรทัด) และปทานุกรม เป็นสิ่งสำเป็นในการเพิ่มประสิทธิผลของการทำบ้าน

แหล่งข้อมูล

  1. สพฐ เดินหน้าลดชั่วโมงในชั้นเรียน เพิ่มกิจกรรมนอกห้องเรีขน แก้เด็กเครียด - http://www.naewna.com/local/44048 [2013, March 10].
  2. Homework -http://en.wikipedia.org/wiki/Homework [2013, March 10].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน