หน้าหลัก » Blogs » ลดการบ้าน ลดความเครียดเด็ก? (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายชินภัทร ภูมิรัตน กล่าวต่อไปว่า ในต่างประเทศนั้น การบ้านประเภทแก้ปัญหาซับซ้อน จะให้นักเรียนทำที่โรงเรียนโดยมีครูเป็นพี่เลี้ยง และเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงกันในการแก้โจทย์ปัญหา อย่างไรก็ตามการบ้านบางประเภทยังมีความสำคัญอยู่ เช่นการบ้านประเภททบทวนและเพิ่มความชำนาญ ดังนั้นจึงต้องมีการทบทวนเรื่องการให้การบ้าน ว่าจะต้องมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

การวิจัยสนับสนุน “กฎเกณฑ์ 10 นาที” ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วว่า ให้สั่งการบ้านวันละ 10 นาทีต่อระดับการศึกษา (Grade) ตัวอย่างเช่น เด็กประถมศึกษาปีที่ 1 ควรได้รับการบ้านที่ใช้เวลาทำคืนละ 10 นาที ในขณะที่เด็กประถมศึกษาปีที่ 4 ควรได้รับการบ้านที่ใช้เวลาทำคืนละ 40 นาที และเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 1 (หรือ Grade 7) ควรได้รับการบ้านที่ใช้เวลาทำคืนละ 70 นาที

Harris Cooper ซึ่งเป็นศาสตราจารย์จิตวิทยา และหัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ประสาท (Neuroscience) ณ มหาวิทยาลัย Duke กล่าวว่า ผลการสังเคราะห์งานวิจัย พบสหสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการบ้านที่นักเรียนทำ กับความสำเร็จของนักเรียน ในเชิงบวกค่อนข้างมากในบรรดาเด็กมัธยมศึกษา (Grade 7 ถึง 12) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กประถมศึกษา (Grade 1 ถึง 6)

โรงเรียนจำนวนมากในสหรัฐอเมริการให้การบ้านเกินกว่าข้อเสนอแนะดังกล่าว ส่วนในสหราชอาณาจักรอังกฤษ การสั่งการบ้านเป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษได้กำหนดไว้ในปี พ.ศ. 2541 ซึ่งมีตั้งแต่วันละ 10 นาที สำหรับเด็กอายุ 5 ขวบจนถึงวันละ 2.5 ชั่วโมง สำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่มีอายุ 15 หรือ 16 ปี

ในโลกปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในการทำการบ้านของเด็กนักเรียน เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นทรัพยากร (Resources) สำคัญ มีเว็บไซต์จำนวนมาก ที่อุทิศให้กับการสื่อสารเกี่ยวกับการบ้าน ตัวอย่างเช่น ครูสามารถสั่งการบ้านออนไลน์ให้นักเรียนเข้าไปทำ แล้วแจ้งให้พ่อแม่ทราบ [ทางออนไลน์เช่นกัน]

โรงเรียนจำนวนมาก มีบริการของตนเอง (Host) ในการสั่งการบ้านทางเว็บไซต์ แล้วยังมีองค์กรไม่หวังกำไร (Non-profit organization) ให้ความช่วยเหลือฟรีแก่นักเรียนในการทำการบ้านทางออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีการสอนพิเศษ (Tutorial) ในวิชาต่างๆ ที่สอนในโรงเรียน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนที่ไม่เข้าใจการบ้านที่ได้รับมา

ห้องสมุดจำนวนมาก จัดให้มีทรัพยากรออนไลน์ ซึ่งเสนอแนะหัวข้อต่างๆ สำหรับนักเรียนที่มองหาเพื่อเขียนเรียงความ แล้วยังมี คลังเก็บเอกสารสำคัญ (Archives) ของการบ้านสำเร็จรูป (Ready-made) พร้อมเอกสารแจกจ่าย (Handout) ซึ่งครูสามารถนำไปใช้กับนักเรียนได้เลย

นอกจากนี้ ยังเว็บไซต์อื่นๆ สำหรับการทำวิจัย อาทิ Google ซึ่งมี “เครื่องจักรค้นหา” (Search engines) อันทรงพลัง [และ Wikipedia ซึ่งเป็นสารานุกรมใหญ่ที่สุดในโลก] แต่ก็มีเว็บไซต์นับร้อยๆ แห่ง ที่ให้บริการช่วยเหลือนักเรียนทำการบ้าน โดยคิดค่าบริการ เว็บไซต์ดังกล่าวเชื่อว่าได้ช่วยนักเรียนจำนวนมากเข้าใจแนวความคิด (Concept) ต่างๆ [ในบทเรียน]

แหล่งข้อมูล

  1. สพฐ เดินหน้าลดชั่วโมงในชั้นเรียน เพิ่มกิจกรรมนอกห้องเรีขน แก้เด็กเครียด - http://www.naewna.com/local/44048 [2013, March 12].
  2. Homework -http://en.wikipedia.org/wiki/Homework [2013, March 12].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน