หน้าหลัก » Blogs » “ลูกของคุณแม่สกปรกและเหม็นมาก”: ข้อความจากใจคุณครู (ตอนที่ 2 และเป็นตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ลูกของคุณแม่สกปรกและเหม็นมาก

แม้ว่าข้อความที่ครูจาก Build Academy ในนิวยอร์คส่งถึงผู้ปกครองให้ช่วยดูแลบุตรหลานของตนเองเพราะเด็กๆ มาโรงเรียนทั้งที่เนื้อตัวยังสกปรกอยู่นั้นจะสร้างความโกรธเคืองให้กับผู้ปกครองหลายคนเป็นอย่างมาก และหลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความผิดของครูเลือกใช้รูปแบบการสื่อสารและคำพูดที่ไม่เหมาะสม แต่หากพิจารณาจากเนื้อความแล้ว ครูคนดังกล่าวตั้งใจจะให้ผู้ปกครองดูแลความสะอาดของบุตรหลานของตนเอง ซึ่งหลายคนก็เห็นด้วยกับครูเพราะในความเป็นจริงแล้ว การที่ต้องดูแลให้บุตรหลานมีสุขอนามัยที่ดีนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ปกครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าฐานะทางการเงินจะเป็นอย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยก่อน 5 ปีซึ่งยังต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เรื่องการดูแลความสะอาดตนเองอยู่

ลักษณะที่สังเกตได้ว่าเด็กไม่ได้รับการดูแลสุขอนามัยที่ดี คือ มีผมมัน เล็บยาวและสกปรก สวมเสื้อผ้าที่ไม่สะอาด มีกลิ่นปาก และมีคราบฟัน แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะมาโรงเรียนในสภาพสกปรกบ้างเป็นครั้งคราว แต่หากเด็กมาโรงเรียนในสภาพสกปรกมาก หรือสวมเสื้อผ้าชุดเดิมอย่างต่อเนื่อง และมีกลิ่นตัวแรง แสดงว่าเด็กอาจไม่ได้รับการดูแลด้านสุขอนามัยที่ดีจากครอบครัว รวมถึงอาจถูกทอดทิ้งก็เป็นได้

ในบางกรณี สุขอนามัยที่ไม่ดีเกิดจากความเจ็บป่วย เด็กๆ ที่มีกลิ่นปากหรือฟันไม่ดีอาจเป็นโรคเหงือกอักเสบซึ่งอาจลุกลามเป็นโรคฟันผุได้ เด็กบางคนอาจมีต่อมเหงื่อที่ผลิตเหงื่อมากกว่าปกติซึ่งทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน นอกจากนี้กลิ่นตัวอาจเกิดจากการอักเสบของอวัยวะต่างๆ อีกด้วย

สุขอนามัยของเด็กยังมีผลจากสภาพความเป็นอยู่ในบ้านอีกด้วย เด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านที่สกปรกและไม่มีเครื่องซักผ้าหรือห้องน้ำในตัว หรืออยู่ในบ้านที่ไม่มีน้ำใช้อาจประสบปัญหามากกว่าเด็กคนอื่นๆ บางครอบครัวอาจประสบปัญหาทางการเงินและต้องลำดับความสำคัญในเรื่องการใช้จ่าย ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อของใช้สำหรับรักษาสุขอนามัย เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก เป็นต้น บางครั้งอาจไม่มีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายค่าสาธารณูปโภค ทำให้ไม่มีน้ำและไฟใช้ภายในบ้าน บางครอบครัวอาจขาดความรู้ด้านสุขอนามัย

ผลกระทบด้านการศึกษาของเด็กที่มีสุขอนามัยต่ำ มีดังนี้

  1. เด็กรู้สึกแปลกแยกที่โรงเรียนเนื่องจากปฏิกิริยาของเพื่อนๆ และครูซึ่งไม่ทราบว่าจะกล่าวเตือนเรื่องนี้อย่างไรดี
  2. เด็กไม่อยากไปโรงเรียนเพราะปฏิกิริยาของเพื่อนๆ และครู
  3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำลง เพราะความสัมพันธ์กับเพื่อนและครูไม่ราบรื่น
  4. เด็กที่มีสุขอนามัยต่ำยังมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อหลายอย่าง เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดท้องเสีย และมีเหา เป็นต้น ทำให้ต้องขาดเรียนบ่อย

สำหรับแนวทางแก้ไขนั้น ในบางประเทศ หน่วยงานสังคมสงเคราะห์จะเข้ามาแทรกแซงด้วยการนำเด็กออกไปจากบ้านก่อนชั่วคราว หรือถ้าดีกว่านั้น จะเข้ามาให้ความช่วยเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อาหาร และสุขอนามัยแก่ผู้ปกครอง สำหรับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 5 ปี ซึ่งยังต้องการความช่วยเหลือในการดูแลสุขอนามัยของตนเองนั้น กุมารแพทย์จะสามารถแนะนำเด็กได้ เด็กเล็กสามารถเรียนรู้ที่จะดูแลตนเองได้บ้างแล้วในบางเรื่อง เช่น อาบน้ำ ล้างมือ แปรงฟัน และหวีผม ซึ่งการเรียนรู้เกี่ยวกับสุขอนามัยจะช่วยให้เด็กเข้าใจถึงการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายด้วย และยังปูพื้นฐานความเข้าใจในวิชาเรียนหลายวิชาอีกด้วย เช่น วิทยาศาสตร์ พลศึกษา และสุขศึกษา เป็นต้น

การประเมินค่าในตัวเองของเด็ก มีผลจากสุขอนามัยที่ต่ำด้วย ดังนั้น ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กควรปลูกฝังค่านิยมให้เด็กรักษาสุขภาพและมีสุขอนามัยที่ดี เพราะเด็กที่สะอาดและดูดีจะรู้สึกดีและมีพัฒนาการทั้งด้านสังคม และการเรียนที่ดีกว่าเด็กที่มีสุขอนามัยต่ำ

แหล่งข้อมูล

  1. Personal Hygiene Learning for Children
  2. http://www.theschoolrun.com/personal-hygiene-learning-children[March 26, 2014]

  3. The Dirt Dilemma: addressing hygiene issues
  4. http://www.healthychild.net/TheMedicineChest.php?article_id=584[March 26, 2014]

  5. Poor Hygiene in Children
  6. http://www.livestrong.com/article/192362-poor-hygiene-in-children[March 26, 2014]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน