หน้าหลัก » บทความ » ลูกติดโทรทัศน์ (TV Addiction)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ปัญหาเด็กติดโทรทัศน์ (TV Addiction) หมายถึง การที่เด็กติดพันกับความบันเทิงในการดูโทรทัศน์โดยใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน จนได้รับผลกระทบต่อการตอบสนองทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ต้องการดูมากเกินไป เมื่อไม่ได้ดูก็จะหงุดหงิด โมโหง่าย ทั้งนี้ การดูโทรทัศน์ถือได้ว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาดูโทรทัศน์ของเด็ก หรือการที่เด็กดู หรือได้รับข้อมูลจากโทรทัศน์ สิ่งที่พ่อแม่ ผู้ปกครองควรตระหนักเกี่ยวกับการดูโทรทัศน์ของลูกก็คือ โทรทัศน์ให้ข้อมูลข่าวสารอะไรบ้างแก่เด็ก เด็กในวัยต่างๆ ควรดูโทรทัศน์ได้วันละกี่ชั่วโมง รวมทั้งผลกระทบเกี่ยวกับความรุนแรง และเรื่องทางเพศ และอิทธิพลของสื่อโฆษณา ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ยิ่งเด็กดูโทรทัศน์มากขึ้น เวลาที่เด็กควรนำไปทำการบ้าน หรือเรียน หรือทำสิ่งอื่นที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาทักษะทางสังคม หรือกิจกรรมการออกกำลังกายก็จะยิ่งลดลง

ลูกติดโทรทัศน์

เด็กติดโทรทัศน์มีลักษณะอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วอาการเสพติดสิ่งใดหนึ่งนั้นมักจะไม่ใช่ปัญหาด้านสุขภาพที่เรามักจะนึกถึงเกี่ยวกับเด็ก อย่างไรก็ตาม ยิ่งเด็กติดพันกับความบันเทิงและการอยู่กับที่มากเท่าไหร่ เด็กก็จะยิ่งใช้เวลาหลายๆ ชั่วโมงต่อวันในการดูโทรทัศน์มากขึ้นเท่านั้น หากลูกมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ และลูกดูโทรทัศน์มากเกินไป พ่อแม่ควรจะเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น และควรไตร่ตรองว่าการติดโทรทัศน์ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของลูกอย่างไร

เมื่อบุคคลใดได้รับผลกระทบจากการติดอะไรบางอย่าง จะมีการตอบสนองทั้งทางร่างกายและจิตใจ อาการติดกิจกรรมบางอย่างดังกล่าวนั้นไม่เหมือนกับกิจวัตรประจำวัน เพราะการติดจะสร้างการเปลี่ยนแปลงส่วนอยากทางสมอง ซึ่งจะทำให้บางคนปรารถนาที่จะทำบางสิ่งมากเกินไป เมื่อไม่ได้รับการกระตุ้น สมองส่วนอยาก จะสร้างการเปลี่ยนแปลงทางทางกายภาพในบุคคล เช่น จะมีเหงื่อออก ตัวสั่น และโมโหง่าย

ในเด็กที่ติดโทรทัศน์ อาการติดจะเกิดขึ้นทั้งในส่วนของสมองและในส่วนของร่างกาย สำหรับเด็กที่ชอบการดูโทรทัศน์แต่สามารถให้ความสนใจกับกิจกรรมอย่างอื่นได้ สิ่งนี้ไม่เรียกว่าเด็กมีอาการติด แต่สำหรับเด็กที่มีการตอบสนองทางกายภาพต่อการย้ายโทรทัศน์ออกจากบ้าน นั่นหมายความว่าเด็กมีอาการติดโทรทัศน์ และพ่อแม่ ผู้ปกครองควรหาแนวทางในการแก้ไข

เด็กสามารถพัฒนาอาการติดโทรทัศน์ได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากสมองส่วนอยากในเด็กสามารถส่งผลต่อจิตใจของเด็กได้ง่าย เมื่อเด็กได้รับอนุญาตให้ดูโทรทัศน์มากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อวัน อาจเสี่ยงต่อการพัฒนาอาการติดโทรทัศน์ในเด็ก โดยที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่รู้ นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำเด็กไปพบแพทย์ หากเด็กมีอาการทางด้านร่างกาย เมื่อถูกห้ามไม่ให้ดูโทรทัศน์เพียงไม่กี่วัน

ทั้งนี้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั้นมีความเหมือนกัน เพราะต่างก็มีแนวโน้มที่จะติดโทรทัศน์ได้ง่ายเมื่อนั่งอยู่กับที่นานๆ เด็กไม่ควรได้รับอนุญาตให้ดูโทรทัศน์มากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดอาการติดโทรทัศน์ และยังช่วยให้เด็กได้มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครองควรจำกัดการดูโทรทัศน์ของเด็ก และเมื่อเด็กแสดงอาการติดโทรทัศน์ขั้นรุนแรง ก็ให้รีบขอคำปรึกษาจากกุมารแพทย์

ปัญหาเด็กติดโทรทัศน์มีสาเหตุมาจากอะไร?

  • การที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ลูกดูโทรทัศน์ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • การที่พ่อแม่ผู้ปกครองอนุญาตให้เด็กดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ
  • การที่พ่อแม่ผู้ปกครองเลี้ยงดูลูกด้วยโทรทัศน์ บางครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองอาจใช้การดูโทรทัศน์มาเป็นวิธีทำให้เด็กเงียบและมีความสุข อย่างไรก็ตามพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรมีความพยายามตั้งใจอย่างเต็มที่ในการหลีกเลี่ยงหนทางที่ง่ายแสนง่ายนี้ เพราะการให้โทรทัศน์เป็นพี่เลี้ยงเด็ก จะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้

ปัญหาเด็กติดโทรทัศน์มีความสำคัญอย่างไร?

การช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาเด็กติดโทรทัศน์ และผลกระทบจากการดูโทรทัศน์ที่ไม่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญมาก เนื่องจากการดูโทรทัศน์จะทำให้เด็กติดได้ ยิ่งเด็กดูโทรทัศน์มากเท่าไหร่ เด็กก็จะยิ่งอยากดูโทรทัศน์มากขึ้นเท่านั้น แม้แต่เด็กในวัยเตาะแตะก็สามารถติดการดูโทรทัศน์ได้ เมื่อเด็กติดโทรทัศน์แล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่พ่อแม่ ผู้ปกครองจะปิดโทรทัศน์ เด็กที่ดูโทรทัศน์มากเกินไปจะกลายเป็นเด็กที่ชอบอยู่นิ่งๆ และสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ทางธรรมชาติ เด็กจะสูญเสียเวลาอันมีค่าในการเล่นแบบเด็กๆ ที่จะช่วยสร้างเสริมให้ร่างกายแข็งแรง และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

อีกทั้งการ์ตูน และรายการโชว์ที่ทำขึ้นเพื่อเด็กรายการต่างๆ มักสอดแทรกภาพความรุนแรงไว้ด้วย หากพบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อ พ่อแม่ก็ควรรับชมรายการโทรทัศน์เหล่านั้นด้วยตัวเอง รายการโทรทัศน์สำหรับเด็กหลายรายการในปัจจุบัน จะทำออกมาในรูปแบบการ์ตูนที่มีลักษณะเหมือนกับภาพยนตร์ของผู้ใหญ่ ซึ่งงานวิจัยระบุว่าลักษณะรายการเหล่านี้จะทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว และรุนแรง นอกจากนี้ เด็กทารก และเด็กเล็กจะไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างความจริง และการหลอกลวง และเด็กจะคิดว่าสิ่งที่เด็กเห็นในโทรทัศน์เป็นสิ่งที่มีอยู่ในชีวิตจริง จากการวิจัย พบว่า เด็กเล็กๆ หลายคนเชื่อว่าตัวละครในโทรทัศน์อาศัยอยู่ในโทรทัศน์จริงๆ สิ่งนี้จะทำให้เด็กสับสนเกี่ยวกับความเข้าใจในโลกแห่งความเป็นจริง และทำให้เด็กไม่รู้ว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด เนื่องจากเด็กยังไม่รู้วิธีการรับข้อมูลข่าวสารอย่างเหมาะสม

การชมโทรทัศน์อาจสร้างภาพของโลกแห่งความน่ากลัว ความไม่มั่นคง และความสับสนงงงวย เด็กที่ดูโทรทัศน์มากๆ ในช่วงปีแรกๆ ของวัยเด็ก เสี่ยงต่อการเป็นโลกอ้วน มีพัฒนาการทางสังคมต่ำ และมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เด็กจะมีปัญหาในการปรับตัวก่อนการเข้าเรียนที่โรงเรียน หรือก่อนการเข้าเรียนชั้นอนุบาล ตามรายงานการวิจัยของ Yale Family Television Research พบว่าครูได้กล่าวถึงเด็กที่ดูโทรทัศน์มากเกินไปว่าเป็นเด็กที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ไม่ค่อยมีจินตนาการ และไม่ค่อยกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และเด็กจะมีความสุขน้อยกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่ดูโทรทัศน์น้อย หรือไม่ดูเลย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาลูกติดโทรทัศน์ได้อย่างไร?

  • พ่อแม่ผู้ปกครองควรเลื่อนการให้ลูกดูโทรทัศน์ หรือแม้แต่การให้ลูกดูวีดิโอให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเลื่อนเวลาไปได้จนกระทั่งลูกอายุครบสองปี ก็จะค้นพบความสำเร็จในการเริ่มการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริงให้แก่ลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในพัฒนาการของเด็ก หากพ่อแม่ผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกดูโทรทัศน์ก่อนที่ลูกจะอายุครบสองปี ก็ควรเลือกรายการโทรทัศน์อย่างระมัดระวัง ควรจำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ ไม่ควรให้ลูกดูโทรทัศน์ทุกวัน เพราะจะติดเป็นนิสัย ยิ่งให้ลูกดูโทรทัศน์น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เช่น มีการจำกัดเวลาว่าให้ลูกดูโทรทัศน์สามสิบนาที หรือหนึ่งชั่วโมงต่อวัน หรือให้ดูรายการโทรทัศน์ที่ชอบเพียงหนึ่งรายการ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้นให้เปิดโทรทัศน์บ่อยนัก
  • ให้พ่อแม่ผู้ปกครองลองดูรายการโทรทัศน์นั้นด้วยตนเอง ก่อนที่จะอนุญาตให้ลูกดู เนื่องจากบางรายการที่ผลิตมาสำหรับเด็กอาจไม่ตรงกับหลักศีลธรรมของแต่ละครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครองอาจตกใจที่พบว่ารายการบางรายการที่มุ่งผลิตมาเพื่อเด็ก ได้สอดแทรกเนื้อหาที่รุนแรง หรือมีเรื่องราวที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก และไม่ควรคาดการณ์ว่าเด็กจะสามารถเลือกรับเอาหลักปฏิบัติ หรือหลักศีลธรรมจากรายการโทรทัศน์ที่แฝงไปด้วยความรุนแรง และความขัดแย้งได้ด้วยตนเอง
  • พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสนใจในเรื่องโฆษณาที่มีการออกอากาศในระหว่างรายการเด็ก ซึ่งบางครั้งอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองไม่อยากให้เด็กดู
  • พ่อแม่ผู้ปกครองควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมกับลูก ซึ่งสำหรับพ่อแม่แล้ว บางรายการอาจดำเนินรายการช้า น่าเบื่อ และน่าขำ แต่ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรเลือกจากมุมมองของเด็ก ไม่ใช่จากมุมมองของตนเอง
  • เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองพร้อมที่จะให้ลูกดูอะไรบางอย่าง พ่อแม่ผู้ปกครองควรลงทุนซื้อวิดีโอที่ให้ความรู้แก่เด็ก หรือวิดีโอที่เหมาะสมกับเด็กมาไว้ที่บ้าน เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เป็นการจำกัดให้เด็กได้ชมแต่รายการตามโทรทัศน์
  • พ่อแม่ผู้ปกครองอาจดูรายการโทรทัศน์นั้นๆ กับเด็ก เพื่อที่ว่าจะได้ดูพฤติกรรมของลูก เมื่อลูกได้รับชมสิ่งเหล่านั้น ควรให้ลูกได้ตั้งคำถาม และมีการพูดคุยกับลูกถึงสิ่งที่ได้ดู เพื่อที่ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้เข้าใจในสิ่งที่ลูกรับไป
  • ไม่ควรเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนดู บางคนอาจจะทำจนเคยชิน แต่สิ่งนี้อาจทำให้เด็กได้รับชมรายการโทรทัศน์ที่ไม่เหมาะสมไปด้วย
  • ควรมีการตัดสินใจที่แน่นอนว่าจะมีการใช้โทรทัศน์อย่างไรในครอบครัว และไม่ควรเพิกเฉยต่อสิ่งนี้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • หากครูพบว่าเด็กมีพฤติกรรมติดโทรทัศน์ ครูควรหากิจกรรมที่น่าสนใจมาให้เด็กลองทำ และควรกระตุ้นให้เด็กทำกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น
  • หากเด็กมีพฤติกรรมติดโทรทัศน์มากเกินไป จนน่าเป็นห่วง เช่น เด็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือในชั้นเรียน ไม่ค่อยมีจินตนาการ และไม่ค่อยกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ครูควรปรึกษากับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันกับทางบ้าน

บรรณานุกรม

  1. TV watching tips for parents of babies and young children - http://childdevelopmentinfo.com/?s=children+addict+to+tv [2013, July 8]
  2. Television Addiction: Signs and Symptoms in Children - http://voices.yahoo.com/television-addiction-signs-symptoms-children-10400407.html [2013, July 8]
  3. Should Babies and Toddlers Watch Television? - http://pregnancy.about.com/od/yourbaby/a/babiesandtv.htm [2013, July 8]
  4. Television and Children - http://childdevelopmentinfo.com/family-living/kids-media-safety/television/ [2013, July 8]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน