หน้าหลัก » บทความ » ลูกถนัดซ้าย (Left-Handed Children)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ลูกถนัดซ้าย

เด็กถนัดซ้าย (Left-Handed Children) หมายถึง เด็กที่มีความถนัดหรือความโน้มเอียงในการใช้มือข้างซ้ายมากกว่ามือขวา ซึ่งปัญหาเด็กถนัดซ้าย ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ปัญหา” เสียทีเดียว ทั้งนี้เนื่องจากความถนัดหรือความโน้มเอียงดังกล่าวนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีคำนิยามที่ตายตัวสำหรับการชี้วัดความโน้มเอียงนี้ก็ตาม แต่โดยทั่วไป การแบ่งความโน้มเอียงในการใช้มือ จะใช้ทิศทาง คือซ้าย หรือขวาในการจำแนก ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้ว การนิยามความโน้มเอียงดังกล่าว มีเกณฑ์ในการจำแนกที่เป็นที่ยอมรับสองทฤษฎี ดังนี้

  • การที่บุคคลสามารถใช้มือข้างใดข้างหนึ่ง ทำงานได้อย่างละเอียด แม่นยำ และรวดเร็วกว่าอีกข้างหนึ่ง
  • การที่บุคคลนั้นเลือกใช้มือข้างใดข้างหนึ่งในการทำงานมากกว่ามืออีกข้างหนึ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการทำงานนั้นๆก็ได้

จากการศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์ ความถนัดหรือความโน้มเอียงในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ใช่การแบ่งแยกอย่างเด็ดขาด ว่าเป็นคนถนัดขวา หรือ ถนัดซ้าย เท่านั้น แต่เป็นการแปรผันอย่างต่อเนื่อง ที่มีหลายระดับ ตั้งแต่ถนัดขวามากเพียงข้างเดียว ไปจนถึงถนัดซ้ายมากเพียงข้างเดียว หรือบางกรณีอาจถนัดทั้งสองมือเท่าๆ กันก็ได้ โดยความถนัดหรือความโน้มเอียงในการใช้มือสามารถจำแนกได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • ความถนัดขวา (Right-handedness) พบได้ในคนส่วนมาก คนกลุ่มนี้จะสามารถใช้มือขวาในการทำงานได้คล่องแคล่ว และถนัดมากกว่ามือซ้าย จากผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 70-90 ของประชากรโลก เป็นคนถนัดขวา
  • ความถนัดซ้าย (Left-handedness)โดยทั่วไปแล้วจะพบได้น้อยกว่าคนถนัดขวา คนกลุ่มนี้จะสามารถใช้มือซ้ายในการทำงานได้คล่องแคล่ว และถนัดมากกว่ามือขวา จากผลการศึกษาพบว่าประมาณร้อยละ 10 ของประชากรโลก เป็นคนถนัดซ้าย
  • ความถนัดผสม (Mixed-Handedness)คือความถนัดในการเลือกใช้มือซ้ายหรือมือขวา แตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ทำ ซึ่งพบได้คิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรโลก
  • ความถนัดในการใช้มือทั้งสองข้าง(Ambidexterity)พบได้น้อย แต่สามารถเกิดจากการฝึกฝนก็ได้ ผู้ที่มีความถนัดในการใช้มือทั้งสองข้างจริงๆนั้น จะสามารถทำงานต่างๆด้วยมือทั้งสองข้างได้ดีเท่ากันแต่ในกรณีที่เกิดจากการฝึกฝน ผู้นั้นจะยังคงถนัดที่จะใช้มือข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งคือข้างที่ถนัดมาแต่ต้นในการทำงานมากกว่า

เด็กถนัดซ้ายมีลักษณะอย่างไร?

การที่จะทราบว่าเด็กมีความโน้มเอียงในการใช้มือข้างใดนั้น จะต้องอาศัยการสังเกต เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานพอสมควรโดยลักษณะความโน้มเอียงในการใช้มือของเด็กจะเริ่มพัฒนาและสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ระยะ 6-9 เดือนแรก เด็กที่มีความถนัดซ้าย มีแนวโน้มที่จะดูดนิ้วข้างที่พวกเขาถนัดแต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่และผู้ปกครองก็ยังไม่สามารถระบุมือที่เด็กถนัดได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งเข้าสู่ขวบปีที่ 2-3 เมื่อเด็กเริ่มแสดงความโน้มเอียงในการเลือกใช้มือข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจนมากขึ้น การแสดงความโน้มเอียงนั้นมักจะแสดงออกโดยการใช้มือที่ถนัดเอื้อมคว้า หยิบจับสิ่งของ หรือ ของเล่นรอบตัวเด็กบางคนอาจแสดงความโน้มเอียงในการใช้มือทั้งสองข้างเท่าๆ กันไปจนกระทั่งเข้าสู่ขวบปีที่ 5-6 จึงจะแสดงความโน้มเอียงในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน

ผู้ปกครองที่ต้องการจะทราบว่าลูกมีความโน้มเอียงในการใช้มือข้างใด สามารถทดสอบได้ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น วางจานข้าวพร้อมช้อนลงตรงหน้าเด็ก และคอยสังเกตดูว่าเด็กใช้มือข้างใดในการจับช้อน มือข้างนั้นก็มีแนวโน้มที่จะเป็นข้างที่เด็กถนัด อย่างไรก็ตามหากลูกแสดงความถนัดในการใช้มือเพียงข้างเดียวก่อนวัย 18 เดือน ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ เพราะการโน้มเอียงที่จะใช้มือข้างเดียวก่อนวัย 18 เดือนนั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กได้

ข้อดีของการเป็นคนถนัดซ้ายอย่างหนึ่ง คือความได้เปรียบในทักษะทางการกีฬา และศิลปะสร้างสรรค์ มีทฤษฎีจำนวนหนึ่งได้เน้นให้เห็นถึงความสามารถพิเศษที่พบในกลุ่มคนที่ถนัดซ้าย คือในการรับรู้การกะประมาณระยะห่าง และการใช้จินตนาการ รวมถึงความสามารถในการปรับตัว อีกทั้งประสาทรับเสียงดนตรี ทั้งความสูงต่ำของเสียง และน้ำหนักเสียง ล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของสมองซีกขวา ซึ่งเป็นสมองส่วนที่มีบทบาทโดดเด่นในกลุ่มคนถนัดซ้าย

เด็กถนัดซ้ายมีสาเหตุมาจากอะไร?

เมื่อกล่าวถึงความถนัดหรือโน้มเอียงในการใช้มือ มีนักวิจัยหลายสำนักที่ได้ใช้ความพยายามในการอธิบายสาเหตุความต่างของความโน้มเอียงในการใช้มือ และสาเหตุที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งถนัดซ้ายในขณะที่อีกกลุ่มถนัดขวา หลายปัจจุบันมีทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น

  • ทฤษฎีการแบ่งหน้าที่ในการทำงานของสมอง เป็นทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปมากที่สุด กล่าวถึงความโน้มเอียงในการใช้มือที่เกี่ยวเนื่องกับการแบ่งหน้าที่ควบคุมของซีกสมอง โดยทั่วไปทักษะการพูด และการใช้มือ ต้องอาศัยการทำงานของร่างกายที่ละเอียดอ่อนซึ่งถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้การควบคุมของสมองซีกเดียวกัน คือสมองซีกซ้าย (ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายซีกขวา) ผลคือคนส่วนใหญ่ที่มีการควบคุมแบบดังกล่าวจะถนัดขวา ทฤษฎีนี้ยังคาดว่าในคนถนัดซ้าย จะมีรูปแบบการทำงานของซีกสมองที่กลับกันกับคนถนัดขวา กล่าวคือ ทักษะการประมวลผลทางภาษา ในคนถนัดขวาจะเกิดขึ้นโดยมากภายใต้การควบคุมของสมองซีกซ้าย ในขณะที่ทักษะการประมวลผลเกี่ยวกับภาพและพื้นที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของสมองซีกขวา คนถนัดซ้ายอาจมีการควบคุมแบบเดียวกันหรือในทางตรงกันข้ามหรือแม้กระทั่งใช้สมองทั้งสองซีกในการประมวลผลทางภาษาก็ได้
  • ทฤษฎีอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) เป็นทฤษฎีที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกทฤษฎีหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าการทำอัลตร้าซาวน์อาจส่งผลกระทบต่อสมองของทารกในครรภ์ ส่งผลให้แนวโน้มที่เด็กจะมีความโน้มเอียงในการใช้มือซ้ายสูงขึ้น แต่จากการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า การทำอัลตร้าซาวน์ (การตรวจพัฒนาการของทารกในครรภ์มารดา) อาจมีความเกี่ยวข้องแค่เพียงเล็กน้อย ต่อความโน้มเอียงในการใช้มือของทารก อีกทั้งยังไม่มีผลการวิจัยรองรับอย่างแน่ชัดในความเชื่อมโยงนี้
  • ทฤษฎีการรักษาสมดุลของทารกในครรภ์ ตัวอย่างผลการวิจัยหลายตัวอย่าง เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าตำแหน่งของตัวอ่อนทารกในครรภ์มารดา ในระยะครรภ์ช่วงสุดท้าย และลักษณะการคลอด สามารถส่งผลต่อความโน้มเอียงในการใช้มือของทารก โดยสองในสามของทารกโดยทั่วไปมักจะคลอดโดยหันด้านหลังของศีรษะซ้ายออกมาก่อนอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งซึ่งอธิบายได้ว่าเหตุใดทารกที่คลอดก่อนกำหนด มีโอกาสเป็นคนถนัดขวาต่ำกว่าถนัดซ้าย มีกรณีโต้แย้งว่า ความไม่สมดุลของตำแหน่งทารกในครรภ์ กระตุ้นให้เกิดความไม่สมดุลในระบบสมดุลร่างกายด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการความโน้มเอียงในการใช้มือ จริงๆ แล้วในกรณีผู้ป่วยที่เกิดความผิดปกติร้ายแรงก็แสดงอาการคล้ายคลึงกัน โดยกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการตอบสนองโดยใช้มือขวาลดลง ล้วนแล้วแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติหรือความล่าช้าของระบบสมดุลร่างกาย หรือความไม่สมมาตรของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลร่างกาย ซึ่งทำงานควบคู่ไปกับส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมความโน้มเอียงในการใช้มือโดยตรง
  • ทฤษฎีฝาแฝด (Twins Theory) ทฤษฎีนี้กล่าวว่า เด็กถนัดซ้าย แท้จริงแล้วมาจากคู่แฝดแท้ ซึ่งตัวอ่อนของทารกที่ถนัดขวาไม่สามารถพัฒนาได้ในระยะเริ่มต้น แม้ว่าจะมีนักวิจัยชาวออสเตรเลียออกมาโต้แย้งทฤษฎีดังกล่าว แต่ทฤษฎีนี้ก็ได้รับการกล่าวถึงอีกครั้งในหนังสือ “The Puzzle of Left-Handedness” ของริก สมิธ (Rik Smith) เมื่อปี 2012 ซึ่งได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เด็กฝาแฝด มักจะมีแฝดคนหนึ่งถนัดขวา ในขณะที่อีกคนหนึ่งถนัดซ้าย
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม ความโน้มเอียงในการใช้มือ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสืบทอดรหัสทางพันธุกรรม ตัวอย่างเช่นหากทั้งพ่อและแม่ของเด็ก เป็นคนถนัดซ้าย มีความน่าจะเป็นเพียงร้อยละ 26 ที่เด็กจะถนัดซ้ายเช่นกัน และแม้แต่ฝาแฝดแท้ ก็ยังไม่จำเป็นจะต้องมีความถนัดใช้มือข้างเดียวกันเสมอไป การศึกษาค้นคว้าในกลุ่มตัวอย่างฝาแฝดจาก 25,732 ครอบครัวโดย Medland และคณะ ในปี 2006 พบว่าการสืบทอดพันธุกรรมความโน้มเอียงในการใช้มือ ของฝาแฝดที่ถนัดมือข้างเดียวกัน คิดเป็นอัตราส่วนเพียงร้อยละ 24 ของผู้ร่วมทดลองทั้งหมด จึงเป็นไปได้ว่าลักษณะความโน้มเอียงในการใช้มือดังกล่าวอาจเกิดมาจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกเป็นตัวกำหนดโดยส่วนมาก

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังพบว่า ปัจจัยจากสภาพแวดล้อมของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะความเครียด สามารถส่งผลต่อความโน้มเอียงในการใช้มือของทารกได้ ยกตัวอย่างเช่น ทารกที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือเกิดจากแม่ที่อายุมากแล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะถนัดซ้ายสูงขึ้น แม่ที่ผ่านความเครียดสูง หรือความกดดันสะสมระหว่างตั้งครรภ์ก็มีโอกาสจะให้กำเนิดทารกที่ถนัดซ้ายมากขึ้นเช่นกัน จากผลการวิจัยของวารสาร Neuropsychologia ที่เผยแพร่ในปี 2009 ได้ประมาณไว้ว่าร้อยละ 25 ของปัจจัยที่ส่งผลต่อความโน้มเอียงในการใช้มือมาจากยีน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 75 นั้น เป็นผลมาจากปัจจัยแวดล้อม

จนถึงปัจจุบันนี้ มีทฤษฎีรูปแบบรหัสพันธุกรรมเดี่ยว สองทฤษฎีที่ใช้อ้างอิงในการอธิบาย รูปแบบการสือทอดรหัสทางพันธุกรรมของความถนัดในการใช้มือทฤษฎีแรกเสนอโดย ดอกเตอร์มาเรียน แอนแนทต์ (Marian Annett) จากมหาวิทยาลัย Leicester แห่งสหราชอาณาจักรฯ และทฤษฎีที่สอง เสนอโดยศาสตราจารย์คริส แมคมานัส จาก University College London ทั้งสองรูปแบบเสนอว่ามีความแตกต่างในยีนเดี่ยวที่มีตัวทำหน้าที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมสองลักษณะ (single gene with two alleles) ตัวแสดงลักษณะควบคุม (alleles) หนึ่ง จะควบคุมให้แสดงความถนัดขวาเสมอแต่ตัวควบคุมอีกตัวหนึ่ง ไม่ได้แสดงลักษณะชี้เฉพาะ จึงขึ้นอยู่กับโอกาส ทั้งสองรูปแบบนี้มีความแตกต่างกันที่ความแม่นยำของตัวควบคุมลักษณะถนัดขวา แต่ได้ให้ข้อมูลที่ค่อนข้างตรงกันในเรื่องการสือทอดลักษณะทางพันธุกรรมความโน้มเอียงในการใช้มือ ศาสาตราจารย์ทิม โครว์ (Tim Crow) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้นำรูปแบบยีนดังกล่าวมาศึกษาต่อในเชิงลึก และเสนอแนวคิดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของยีน PCDH11X มีผลต่อความโน้มเอียงในการใช้มือ และสมมาตรของสมอง แต่แม้ว่ารูปแบบการศึกษายีนเดี่ยว จะเข้ากับข้อมูลจากการศึกษา แต่มีเพียงผลการวิจัยเดียวที่สามารถชี้เฉพาะลงไปยังยีนที่เชื่อว่ามีผลต่อความโน้มเอียงการใช้มือ

นอกจากนี้ Medland และคณะ ยังได้ค้นพบยีนที่ทำงานประสานกันกับยีนที่ควบคุมความถนัดซ้ายในเพศหญิง แต่มีผลการทดลองไม่สอดคล้องกับยีนที่ควบคุมความถนัดซ้ายในเพศชาย ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคนถนัดซ้ายเป็นเพศชาย มากกว่าเพศหญิง (จำนวนชายที่ถนัดซ้ายคิดเป็นร้อยละ 12 ในขณะที่เพศหญิงมีอัตราส่วนร้อยละ 10 เทียบกับประชากรในระดับโลก)

ปัญหาเด็กถนัดซ้ายมีความสำคัญอย่างไร?

ความเชื่อในแบบเดิมๆ มักจะสร้างแรงกดดันให้คนถนัดซ้าย อันที่จริงแล้วเคยมีแม้กระทั่งนักการศึกษาเด็กจากสหรัฐอเมริกาที่กล่าวถึง ความถนัดซ้าย ในฐานะที่เป็นโรคชนิดหนึ่ง และพยายามยามที่จะรักษา “โรค” ดังกล่าว ส่งผลให้เด็กๆ มักจะถูกลงโทษเมื่อพวกเขาใช้มือซ้ายในการเขียนหรือหยิบจับสิ่งของ แต่หลักการที่เหมาะสมในการเลี้ยงดูเด็กถนัดซ้ายจริงๆ นั้น พ่อแม่และผู้ปกครองไม่ควรเข้าไปส่งเสริม หรือกำกับความโน้มเอียงในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่งของเด็ก ความเชื่อเดิมๆเกี่ยวกับการบังคับส่งเสริมให้เด็กพยายามใช้มือขวานั้น ไม่ใช่ความเชื่อที่ถูกต้อง เพราะแม้ว่าจะยังไม่มีบทพิสูจน์ทางทฤษฎีว่าความโน้มเอียงในการใช้มือซ้ายจะเกิดจากพันธุกรรม หรือผลจากสภาพแวดล้อม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เสียทีเดียวว่าความโน้มเอียงในการใช้มืออยู่ภายใต้การควบคุมของสมองของเด็กเอง การบังคับให้เด็กถนัดขวา ทั้งๆ ที่เด็กอาจเป็นคนถนัดซ้ายแต่กำเนิด ไม่เพียงจะไม่ได้ผลในระยะยาว แต่ยังจะสร้างความสับสนและหงุดหงิดใจให้กับเด็กด้วยและไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาที่กระทบความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เท่านั้น การเลี้ยงดู และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นคนถนัดซ้ายที่ผิดสามารถส่งผลถึงความเชื่อมั่น และความเคารพตัวเองของเด็ก ก่อให้เกิดผลเสียต่อบุคลิกภาพของเด็กได้ในระยะยาว

การทำความเข้าใจลักษณะ ความถนัด และความยากลำบากที่เด็กถนัดซ้ายอาจต้องพบเจอในสังคมที่มีคนถนัดขวาเป็นประชากรส่วนมาก จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือ และสนับสนุนพัฒนาการของเด็กที่เหมาะสม

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาลูกที่ถนัดซ้ายได้อย่างไร?

การช่วยเหลือ และกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะกับเด็กถนัดซ้าย พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมได้เองในบ้าน สามารถทำได้ดังนี้

  • สังเกตและทำความเข้าใจพฤติกรรมของเด็ก ไม่บังคับให้เด็กเปลี่ยนแปลงความถนัดของตน ปัญหาหลักของเด็กถนัดซ้ายคือ ปัญหาเกี่ยวกับการเขียน เนื่องจากเด็กที่ถนัดซ้ายจะเขียนโดยการลากมือจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของหน้ากระดาษ ทำให้มือของเด็กต้องลากผ่านคำที่พวกเขาเขียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจทำให้คำที่เขียนเลอะ หรือลายมือไม่เป็นระเบียบสวยงามได้ในขั้นต้น กรณีนี้ผู้ปกครองไม่ควรว่ากล่าวเด็ก แต่ควรแนะนำให้เด็กฝึกการเขียนให้เป็นระเบียบมากขึ้น ด้วยการฝึกเขียนบ่อยๆ ผู้ปกครองสามารถบอกให้เด็กหมุนกระดาษเฉียงขึ้นไปทางขวาประมาณ 45 องศา พร้อมทั้งวางมือและข้อศอกไว้ด้านล่างสิ่งที่พวกเขาจะเขียน เพื่อให้มองเห็นข้อความที่ตนกำลังเขียนอยู่ การจับปากกาหรือดินสอ ก็ควรส่งเสริมให้เด็กจับอย่างถูกวิธี คือ ใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลางในการประคองจับไว้ ในบางครั้งเด็กถนัดซ้ายมักจะจับปากกาหรือดินสอโดยใช้นิ้วชี้เกี่ยวไว้เหมือนจับตะขอ เพราะทำให้สามารถมองเห็นสิ่งที่ตนเขียนได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองไม่ควรสนับสนุนลักษณะนิสัยดังกล่าว เพราะไม่ถูกลักษณะ และอาจก่อให้เกิดอาการปวดข้อมือในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ปกครองสามารถใช้ดินสอหรือปากกาทรงสามเหลี่ยมเพื่อฝึกการจับอย่างถูกวิธีให้เด็กได้ การจับดินสอปากกาให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นจะแก้ปัญหาการใช้งานปากกาหมึกซึมที่เด็กอาจจำเป็นต้องใช้ในอนาคต เตรียมเครื่องใช้สำหรับผู้ถนัดซ้าย เช่นกรรไกร กบเหลาดินสอ อุปกรณ์กีฬา
  • สำหรับเด็กที่ถนัดซ้าย การใช้อุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวันในโลกที่มีคนถนัดขวาเป็นคนส่วนมาก สิ่งประดิษฐ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มักสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ทั้งที่เป็นปัญหากับการใช้งานของเด็กถนัดซ้าย เช่นสมุดบันทึกริมลวด ซึ่งลวดที่เย็บอยู่ทางซ้ายมือ พร้อมที่จะรบกวนการวางแขนเพื่อเขียนบันทึกของเด็กๆ เช่นนี้จึงควรจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เด็กจะสามารถใช้ได้โดยไม่รู้สึกรำคาญ แปลกแยกออกจากผู้อื่น หรือเชื่อว่าความถนัดมือซ้ายนั้นเป็นปมด้อย
  • สำหรับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ควรจัดวางอย่างเหมาะสมสำหรับเด็กถนัดซ้าย เช่น ย้ายเมาส์มาวางด้านซ้าย และตั้งโปรแกรมการคลิกขวา-ซ้ายบนเมาส์ เหมาะกับเด็กถนัดซ้ายด้วย เพื่อให้เด็กได้ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านี้ได้โดยสะดวก
  • แจ้งให้ครูของเด็กทราบว่าเด็กถนัดซ้าย อาจต้องการการดูแลในบางเรื่อง เช่น ที่นั่งในห้อง หากจัดที่นั่งเป็นคู่เด็กควรนั่งด้านซ้ายมือ เพื่อความสะดวกในการวางศอกเมื่อเขียนหนังสือ และอาจมีรอยเปื้อนหมึกในสมุดบ้างเป็นบางครั้งซึ่งเป็นเรื่องที่พบเจอได้ในผู้ถนัดซ้ายทั่วไป
  • ความภูมิใจในตัวเองของเด็กถนัดซ้ายเป็นอีกสิ่งที่พ่อแม่ และผู้ปกครองควรคำนึงถึง การมองโลกในแง่บวกเสมอ จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก สร้างความเชื่อมั่นและเคารพความเป็นตัวของตัวเอง แม้จะการถนัดซ้ายจะเป็นคนส่วนน้อยกว่าในสังคมก็ตาม การสร้างความมั่นใจให้เด็กอาจทำได้โดยยกกรณีตัวอย่างบุคคลสำคัญของโลกคนต่างๆ เช่น บารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เลโอนาโด ดาวินชี ศิลปินชื่อดังของโลก และบิล เกตส์ ผู้นำความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นหนึ่งในกลุ่มคนถนัดซ้าย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เรื่องที่ครูควรให้ความสนใจดูแลเด็กถนัดซ้ายเป็นพิเศษคือ เรื่องการเขียน ดังที่ จีน่า แลนแฟร์ (Gina Landfair) นักกิจกรรมบำบัดประจำโรงพยาบาลเด็กเมมโมเรียล ชิคาโก (Chicago's Children's Memorial Hospital) แนะนำว่า เด็กที่ถนัดซ้ายจะไม่สามารถเขียนลงบนกระดาษที่วางในแนวนอนระนาบที่ขนานกับตัวเขาได้ถนัด ครูสามารถแนะนำให้เด็กหมุนกระดาษเอียงไปทางขวาของเด็กขึ้นเล็กน้อย และควรดูให้แน่ใจว่าเด็กจับดินสอ หรือปากกาอย่างถูกวิธี รวมถึงให้เด็กเลือกใช้หมึกปากกาชนิดที่แห้งเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาการที่มือเด็กอาจถูกับหมึกปากกาที่ยังไม่แห้ง และสร้างรอยเปื้อนลงบนกระดาษโดยไม่ได้ตั้งใจ การใช้อุปกรณ์ต่างๆในการเรียนการสอน อุปกรณ์ส่วนมากเหล่านั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานโดยคนส่วนมาก ซึ่งมักจะถนัดขวา เด็กถนัดซ้ายอาจหยิบใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่ถนัดนัก ครูจึงควรดูแลกำกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะของมีคมซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุกับเด็กได้ เช่น กรรไกร มีดคัตเตอร์ หรือลวดเย็บกระดาษ เป็นต้นสำหรับการใช้คอมพิวเตอร์ หากไม่มีเมาส์พิเศษสำหรับผู้ถนัดซ้าย การตั้งค่าการควบคุมเมาส์ให้เหมาะกับเด็กถนัดซ้ายลงบนคอมพิวเตอร์โดยตรงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งอุปกรณ์สำหรับเด็กที่ถนัดซ้ายที่กล่าวมานี้ ควรมีการเตรียมการไว้ก่อนแล้ว หากจำเป็นต้องหยิบใช้ ไม่ควรให้เด็กต้องรอ หรือเสียเวลาไปกับการตามหา เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกแปลกแยกหรือเป็นปัญหาได้

สิ่งที่ครูสามารถทำ เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กที่ถนัดซ้าย ขณะอยู่ที่โรงเรียน มีได้หลายประการเช่น

  • จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้แสงส่องถึงได้จากทางด้านขวา
  • จัดหากบเหลาดินสอสำหรับเด็กถนัดซ้าย
  • กรณีที่ครูถนัดใช้มือขวา และต้องการสาธิตการใช้อุปกรณ์ เช่นกรรไกรตัดกระดาษ หรือคัตเตอร์ หรือการผูกเชือกรองเท้า สามารถทำได้โดยการยืนตรงข้างกับเด็กที่ถนัดซ้าย และสาธิตวิธี เพื่อให้เด็กสามารถเลียนแบบได้ ในลักษณะคล้ายกับการส่องกระจก
  • เตรียมอุปกรณ์สำหรับผู้ถนัดซ้าย เช่นกรรไกรผู้ถนัดซ้าย ปากกาที่หมึกแห้งเร็วที่จะลดการเปื้อนบนกระหน้ากระดาษ อุปกรณ์กีฬาสำหรับผู้ถนัดซ้าย
  • ปัญหาที่อาจพบบ่อยคือ การใช้โต๊ะ เด็กที่ถนัดซ้ายมักจะมีปัญหากับการวางศอกลงบนโต๊ะ ทางแก้ที่อาจทำได้คือการจัดให้เด็กที่ถนัดซ้ายนั่งข้างกันเอง หรือ จัดโต๊ะให้เด็กมีที่ว่างพอที่จะวางศอกอย่างเพียงพอ
  • ปัญหาการใช้กระดานดำหรือการดานไวท์บอร์ด เด็กถัดซ้ายมักจะพบปัญหาการที่มือของพวกเขาจะถูลบข้อความที่ได้เขียนไประหว่างลากมือไปทางขวา การจัดวางบอร์ดอย่างเหมาะสมและการจับปากกาอาจช่วยแก้ปัญหาได้บ้างเล็กน้อย แต่ทางออกที่ดีคือ การไม่ว่าพวกเขาหากทำช้า หรือผิดพลาด

บรรณานุกรม

  1. Editor Leeds“Support your LEFT HANDED child” (2012)- http://www.familiesonline.co.uk/LOCATIONS/Leeds/Articles/Support-your-LEFT-HANDED-child#.UYjVHiE5Pug [2013, May 5].
  2. Fliess, Sue Douglass “Tips for Teaching a Left-handed Child”(2006) - http://www.education.com/magazine/article/Left_Left_Left_right_Left_Tips/ [2013, May 5].
  3. Lance, Wayne. “Left-Handed Children in a Right-Handed World” -http://www.iched.org/cms/scripts/page.php?site_id=iched&item_id=lefthand_righthand [2013, May 6].
  4. “Left-handed tips and advice” - http://www.independentschoolparent.com/health/left-handed-tips-and-advice [2013, May 4].
  5. Handedness - http://en.wikipedia.org/wiki/Handedness [2013, May 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน