หน้าหลัก » บทความ » ลูกพูดไม่สุภาพ (Speaking Impolitely)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ปัญหาเด็กพูดคำไม่สุภาพเป็นปัญหาที่มักสร้างความตกใจให้กับพ่อแม่และคนรอบข้าง ถึงแม้ว่าปัญหาเด็กพูดคำไม่สุภาพนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากนัก แต่หากเราปล่อยปละละเลยและไม่หาวิธีการแก้ไขพฤติกรรมนี้ให้หมดไป เด็กก็จะติดคำพูดคำไม่สุภาพไปจนโต การแก้ปัญหาเด็กพูดคำไม่สุภาพ นั้นควรจะเริ่มสนใจที่มาที่ไปของคำไม่สุภาพนั้นว่าเด็กไปเรียนรู้เอาคำไม่สุภาพมาจากไหน ใครพูดเป็นแบบอย่างให้เด็กได้ยิน และจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร เพื่อให้พฤติกรรมเด็กพูดคำไม่สุภาพจะได้หมดไปอย่างถาวร ตลอดจนเด็กสามารถแยกแยะคำพูดได้ว่าประเภทไหนควรพูดประเภทไหนไม่ควรพูด เพื่อที่ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีพ่อแม่หรือครูอยู่ข้างๆ เขาก็สามารถตระหนักได้ถึงคำที่ควรพูดและคำที่ไม่ควรพูด แหล่งปัญหาที่พ่อแม่จะต้องศึกษาให้ทราบอย่างชัดเจนว่าลูกได้รับ หรือเรียนรู้การพูดคำไม่สุภาพมาจากใคร เพื่อที่ว่าจะได้ดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงประเด็นตลอดจนการป้องกันแบบถาวรหรือที่เรียกว่าสร้างภูมิคุ้มกันการพูดคำไม่สุภาพนั่นเอง

ปัญหาลูกพูดไม่สุภาพมีความสำคัญอย่างไร?

พฤติกรรมที่ไม่ปกติของลูกเป็นพฤติกรรมที่เป็นปัญหาสำหรับตัวเด็กเองและครอบครัวที่ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา พ่อแม่ควรที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ลูกเข้าสู่สภาวะปกติ เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการเป็นขั้นตอนทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ในบางกรณีแทนที่ความเจริญทางร่างกายจะควบคู่กันไปกับการพัฒนาทางจิตใจ ทางด้านจิตใจเกิดมีปัญหาไม่พัฒนาตามวัย ปรับตัวตามสภาพการณ์ไม่ได้ เกิดปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น ความเครียดทางอารมณ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเท่าที่ควร มีความคิดที่ต่างไปจากปกติ ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ปกติเป็นปัญหาต่างๆ ลักษณะของพฤติกรรมที่เป็นปัญหาอาจแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  • พฤติกรรมที่ก้าวร้าว ระราน ประเภทหนึ่ง
  • อีกประเภทหนึ่งคือประเภท ถอยหนี เก็บกด อ่อนไหว ไม่สู้

และเมื่อพูดถึงพฤติกรรมที่ก้าวร้าว เป็นพฤติกรรมที่สังคม และพ่อแม่สามารถมองเห็นได้ชัดและจะส่งผลในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไข กล่อมเกลาพฤติกรรม ปัญหาลูกพูดคำไม่สุภาพเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกบ้าน เพราะเมื่อเด็กๆ มีเพื่อนหรือไปโรงเรียนจะเลียนแบบกันและกัน ยิ่งปัจจุบันมีสื่อให้เห็นทุกวัน คำที่ฟังแล้วรู้สึกระคายหู ก็ปรากฏให้ได้ยินในครอบครัวจนพ่อแม่ตกใจ บางคนถึงกับคิดไปไกลว่า ลูกจะกลายเป็นคนไม่มีมารยาทไปไหม อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เพราะการเลือกใช้คำพูดเป็นตัวบ่งชี้ความสามารถทางภาษา ซึ่งโยงไปถึงความสามารถในการเรียนรู้และวิเคราะห์ของเด็ก เช่น เด็กที่ใช้คำที่เป็นนามธรรมอย่างเข้าใจ สามารถเรียนรู้เรื่องยากๆ ได้ดีกว่าเด็กที่ยังต้องอธิบายเป็นนามธรรม ส่วนการใช้คำพูดสุภาพหรือไม่ เป็นเรื่องของการเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม

ปัญหาลูกพูดไม่สุภาพมีสาเหตุและวิธีการแก้ไขอย่างไร?

เด็กๆ มักจะเริ่มจดจำและพูดคำไม่สุภาพเมื่ออายุได้ประมาณ 2-4 ขวบ เขามักจะจดจำคำต่างๆ เมื่อได้ยินบ่อยๆ และทดลองการใช้คำไม่สุภาพ ในความคิดของพวกเขานั้นคำไม่สุภาพนั้นเป็นคำคำหนึ่งที่เขาไม่รู้ความหมายแน่นอน ซึ่งเลียนแบบคำพูดจากผู้ใหญ่ เด็กจะพูดตามโดยไม่รู้ความหมายหรือรู้เพียงครึ่งๆ กลางๆ ซึ่งบางครั้งผู้ใหญ่ได้ฟังเด็กพูดแล้วเห็นว่าเด็กพูดโดยไม่รู้ความหมาย ไร้เดียงสาและหัวเราะชอบใจ ทำให้เด็กเข้าใจผิดว่าการพูดเช่นนี้ดี เด็กจึงพูดอยู่เรื่อยๆ เด็กบางคนมักจะพูดในเวลาโกรธหรือไม่พอใจ เช่นเวลาเด็กถูกเพื่อนรังแกแล้วทำอะไรไม่ได้ ก็จะใช้คำว่า "ไอ้ " หรือ “อี” แต่เด็กรู้ว่าเวลาโกรธหรือไม่พอใจใครสักคนก็สามารถระบายคำนี้ออกมา เด็กบางคนพูดเพื่อต้องการให้ผู้ใหญ่รำคาญ และตัวเองรู้สึกว่าสนุก ซึ่งพ่อแม่สามารถดำเนินการ ดังนี้

  1. หาที่มาของคำไม่สุภาพ ศึกษาที่มาของคำไม่สุภาพเหล่านี้ว่าเด็กเรียนรู้มากจากแหล่งใดบ้าง ส่วนใหญ่ได้แก่
    • ครอบครัว คือสมาชิกในครอบครัวหรือบางครั้งอาจจะเป็นพ่อแม่เองที่พูดคำไม่สุภาพกันในบ้านหรือกับคนที่สนิทสนมโดยลืมนึกไปว่า ลูกได้ยินและรับฟังคำไม่สุภาพเหล่านั้นไปในความทรงจำ และจะนำมาทดลองใช้เมื่อตนเองได้รับการกระตุ้นอารมณ์ทางลบ เช่น เมื่อโดนแหย่ โดนแกล้งหรือเวลาที่ตนเองกระทำสิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามต้องการของตนเอง
    • สิ่งแวดล้อมนอกบ้าน บ่อยครั้งที่เด็กรับฟัง หรือได้ยินคำไม่สุภาพจากบ้านข้างๆ หรือจากเด็กในซอยบ้าน ขณะที่ออกไปเล่นร่วมกัน หรือบางครั้งที่ออกไปไหนมาไหนกับพ่อแม่เอง เราคงห้ามไม่ได้ที่สิ่งแวดล้อมหรือคนในสังคมนั้นจะพูดคำไม่สุภาพให้เด็กได้ยินได้ฟัง ซึ่งเมื่อเด็กรับฟังมาก็จดจำและนำมาใช้โดยไม่รู้ว่าผลจากการพูดคำไม่สุภาพจะเป็นอย่างไร
    • โรงเรียน เป็นสถานที่อันดับสองรองจากบ้านที่เด็กๆ ต้องใช้ชีวิตนานวันละหลายชั่วโมง จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ว่าเด็กจะต้องรับเอาวิถีชีวิตที่มาจากสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนกลับมาใช้ที่บ้าน ซึ่งหลากหลายพื้นฐานของเด็กที่มาจากครอบครัวที่ต่างกัน ย่อมจะนำมาซึ่งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์มาถ่ายทอดที่บ้านให้พ่อแม่ได้เห็นได้กัน จากแหล่งปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นแหล่งปัญหาที่พ่อแม่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า เด็กต้องเข้าไปมีวิถีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงควรทำใจยอมรับ สร้างภูมิคุ้มกัน และหาแนวทางแก้ไขพฤติกรรมการพูดคำไม่สุภาพของเด็กไว้ เพื่อมิให้กลายเป็นความเคยชินและติดตัวเด็กตลอดไป
  2. หาสาเหตุ ลองพิจารณาสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กนำคำไม่สุภาพมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่มีดังนี้
    • พูดเพราะไม่รู้ความหมาย เด็กเล็กเช่นนี้ยังไม่รู้ว่าคำไหนสุภาพหรือไม่สุภาพ ดังนั้นเมื่อเด็กพูดคำไม่สุภาพพ่อแม่ต้องชี้เป็นคำๆ ไปว่า คำนี้พูดไม่ได้ พูดออกไปแล้วคนที่ฟังจะรู้สึกไม่ดี รู้สึกเสียใจ และต้องสอนด้วยว่าควรใช้คำพูดคำไหน คำพูดแบบไหนแทนได้ แล้วต้องให้เด็กพูดตาม และควรยกประโยคตัวอย่างสักสองถึงสามประโยคเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพิ่มเติม
    • พูดเพื่อเรียกร้องความสนใจ เด็กบางคนอาจพูดคำไม่สุภาพเพื่ออยากจะเรียกร้องความสนใจ จากพ่อแม่ เมื่อเด็กพูดคำไม่สุภาพออกไปแล้วมีคนหันมาสนใจ หรือบางครั้งคนในครอบครัวอาจจะแสดงอาการตกใจ หัวเราะ ขำขัน ถ้าเด็กเป็นแบบนี้ พ่อแม่ไม่ควรแสดงสีหน้าตกใจหรือไปจ้ำจี้จ้ำไช ดุว่าเด็กหรือลงโทษเด็กรุนแรง จะทำให้ลูกเสียความเชื่อมั่นในตนเอง บางครั้งย้ำคิดแต่คำนั้นและเลิกพูดคำนั้นไม่ได้ยิ่งพ่อแม่ดุมากยิ่งเลิกพูดไม่ได้ และอย่าเผลอหัวเราะชอบใจเมื่อเด็กพูดคำแปลกๆ ที่เป็นคำไม่สุภาพออกมา ยิ่งคนรอบข้างหัวเราะชอบใจ เป็นการเสริมพฤติกรรมให้เด็กพูดอีกเพราะคิดว่าถูกต้องเหมาะสมแล้ว
    • พูดเพื่อระบายอารมณ์ บางครั้งลูกเรียนรู้ว่าการใช้คำไม่สุภาพเป็นการระบายอารมณ์ เพราะเห็นตัวอย่างจากผู้ใหญ่หรือจากเด็กอื่นที่เวลาไม่พอใจก็สบถคำไม่สุภาพออกมา คุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนให้เด็กใช้คำอื่นที่น่าฟังกว่าแทน เช่น เวลาโกรธ ก็ให้พูดว่า "โกรธแล้วนะ" แทน
    • พูดเพื่อแสดงอำนาจ หากสังเกตว่าลูกพูดคำไม่สุภาพเพราะเรียนรู้ว่าคำบางคำ เมื่อพูดแล้วทำให้คนอื่นมีปฏิกิริยาตอบสนองได้มากกว่า เป็นคำที่มีอำนาจสูง สั่งให้คนหยุดทำอะไรหรือทำตามที่บอกได้ เด็กจึงพูดคำนั้นออกมา แล้วคอยจ้องดูปฏิกิริยาของพ่อแม่ สำหรับเด็กเล็กๆ การพูดคำไม่สุภาพเป็นการทดสอบอำนาจของคำนั้น และเด็กกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับอำนาจของถ้อยคำ หากรู้ว่าเด็กกำลังทดสอบอยู่ พ่อแม่อาจทำเป็นเพิกเฉย ให้เขารู้สึกว่าคำไม่สุภาพไม่มีความหมายสำหรับพ่อแม่ แล้วเด็กจะเลิกพูดไปเอง เช่น หากเด็กเรียกพ่อแม่ด้วยคำไม่สุภาพ ไม่ควรหันไปมอง เด็กจะเรียนรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่มีใครสนใจ
  3. แก้ไขปัญหา เมื่อเด็กพูดคำไม่สุภาพออกมา พ่อแม่ไม่ควรถือเป็นอารมณ์หรือวิตกกังวลจนเกินไป ควรช่วยกันแก้ไขดังนี้
    • อย่าทำให้ลูกเครียดโดยการไปคอยกังวลถามย้ำ คาดคั้นให้ลูกสัญญาว่าจะไม่พูดอีก ย้ำกับลูกแต่เรื่องคำนั้นๆ และคอยห้ามลูกไม่ให้พูด นั่นเป็นการไปเพิ่มความสนใจในคำนั้นให้แก่ลูกมากขึ้น ทำให้ลูกจดจำและพูดคำนั้นอยู่เรื่อยๆ ยิ่งลูกพูดพ่อแม่ยิ่งเครียดว่าทำไมลูกถึงยังพูดคำไม่สุภาพไม่ยอมเลิกเสียที หากเคยย้ำและสอนหลายครั้งแล้วลูกก็ยังไม่เลิกพูด อาจเพราะลูกเครียดจนจำแต่คำนั้นไป บางครั้งพ่อแม่อาจต้องปล่อยวาง และลองเพิกเฉยกับคำนั้น ลูกจะค่อย ๆ เลิกพูดได้เอง เพราะยิ่งพ่อแม่ห้ามปรามหรือดุว่าเท่าไร หรือไปย้ำบ่อยๆ เด็กจะพูดคำไม่สุภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรดุว่าหรือลงโทษเด็กรุนแรง แต่ควรสอนให้เด็กพูดคำอื่นแทน หรือพยายามหาวิธีการอื่นเพื่อเลี่ยงการพูดคำไม่สุภาพ เพราะเด็กยังไม่รู้ความหมายของคำไม่สุภาพเหล่านั้น การที่ไม่ย้ำหรือให้ความสนใจในเรื่องนี้จนเกินไป เด็กอาจหยุดคำพูดนี้ได้สักพักหนึ่ง แต่เด็กอาจมีพฤติกรรม และพูดคำไม่สุภาพได้อีกซึ่งคุณแม่ควรพูดว่า "แม่ไม่ชอบคำนี้ เราจะไม่พูดคำนี้ ไม่ใช้กัน" ถ้าเด็กยังพูดอีก ควรบอกเด็กว่า "แม่เสียใจที่ได้ยินคำนี้ ถ้าหนูอยากพูดให้พูดไปคนเดียว แม่ไม่สนใจ" แล้วก็ไปทำอย่างอื่นเสีย ไม่ไปพูดย้ำ คาดคั้นเอาสัญญาหรือสนใจใดๆ เด็กจะเรียนรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่มีใครสนใจ
    • พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านต้องระวัง ไม่พูดคำไม่สุภาพให้เด็กได้ยินเป็นอันขาดเพราะเด็กจะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่หรือ คนอื่นๆ ในครอบครัวและในโรงเรียนพูดได้ แต่ทำไม่ตัวเขาถึงพูดไม่ได้ ทำไมเมื่อเขาพูดกลับถูกดุ ถูกต่อว่า และทำโทษจากพ่อคุณแม่ หรือเมื่อเด็กพูดคำไม่สุภาพ ในครั้งแรกๆ คุณพ่อคุณแม่หรือสมาชิกในครอบครัวกลับหัวเราะอย่างรู้สึกตลก ในการพูดคำไม่สุภาพทำให้เด็กคิดไปว่า การพูดคำไม่สุภาพเป็นสิ่งที่ดี น่าภาคภูมิใจ จึงจำและนำมาพูดไปเรื่อยๆ อาจทำให้ลูกกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลในอนาคตได้
    • ถ้าเด็กติดการพูดคำไม่สุภาพจากกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนมาให้พ่อแม่ได้ยินแล้ว ควรสอนเด็กในขณะนั้นทันทีไม่ควรปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน โดยชี้แจงในผลของการพูดคำไม่สุภาพ และควรบอกว่าคำนี้ถ้าคนฟังได้รับฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไร และจะมองว่าลูกเป็นเด็กไม่น่ารักอย่างไร
    • การปฏิบัติของพ่อแม่ต้องแน่นอนและสม่ำเสมอ ช่วยสอนให้เด็กรู้ว่าคำไม่สุภาพที่เด็กพูดนั้นเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบและไม่ดี ไม่มีใครสนใจหรือใส่ใจ โดยสอนหรือบอกเด็กให้เข้าใจอย่างง่ายๆและสั้นๆ พร้อมทั้งการปฏิบัติคงที่แน่นอนสม่ำเสมอให้เด็กเห็น เด็กอาจหยุดไม่ได้ทันที พ่อแม่ควรให้เวลาและโอกาสแก่ลูก ลูกก็จะกลับมาเป็นเด็กที่น่ารัก และพูดจาไพเราะเหมือนเดิม

ป้องกันปัญหาลูกพูดไม่สุภาพได้อย่างไร?

การพูดคำไม่สุภาพเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในสังคม ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางแก้ไข แต่ถ้าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เกิดขึ้นเลย ย่อมจะดีกว่า ดังนั้น พ่อแม่จึงควรจะเรียนรู้วิธีป้องกันปัญหา ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว คือ การส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดีนั้น ดังนี้

  • ฝึกให้เด็กมีอารมณ์เย็น อารมณ์ดี คงมองโลกในแง่ดี มีความแจ่มใสร่าเริงเบิกบานใจ เมื่อเด็กมีอารมณ์ฉุนเฉียว ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงโทษของความโกรธ เช่น อาจจะทำให้หัวใจเต้นแรง ควบคุมสติไม่อยู่ เกิดความทุกข์แก่ตนฝ่ายเดี่ยว คนอื่นที่เราโกรธเขาไม่รู้เรื่องเลย
  • ฝึกเด็กให้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริงในด้านต่างๆ เช่น รู้จักนิสัยของตนเอง รู้จักพิจารณาตนเองว่ามีข้อดีข้อเสียที่จะต้องแก้ไขอย่างไร การพิจารณาตนเองว่ามีนิสัยอย่างไร เอาแต่ใจหรือไม่ พูดจาไพเราะเหมาะสมหรือไม่
  • ฝึกให้เด็กกล้าที่จะเผชิญกับความเป็นจริงทั้งที่ดีและไม่ดี ไม่ควรใช้กลไกป้องกันตัวเองมากเกินไป เช่น เมื่อตนเองทำผิด ก็ไม่ยอมรับผิดกลับไปกล่าวโทษว่าผู้อื่น การโยนความผิดให้ผู้อื่นๆ บ่อยๆ จะทำให้ขาดความรับผิดชอบ จิตใจไม่มีความสุข เพราะในส่วนลึกของจิตใจเราก็ทราบดีว่าตัวเองทำผิด ทำให้ไม่ได้แก้ไขข้อบกพร่องของตนเองให้ตรงกับความเป็นจริงและถูกต้อง ผู้ใหญ่บางคนอาจเข้าข้างเด็ก ทำให้เด็กเข้าใจผิด เช่น เมื่อเด็กเดินไปชนตู้แล้วเด็กก็หกล้มร้องไห้ ผู้ใหญ่ก็จะตรงไปอุ้มเด็กให้ลูกขึ้น แล้วก็ปลอบเด็กว่า หนูอย่าร้องไห้นะคะ เดี่ยวป้าจะตีตู้ให้เอง แล้วก็พูดจาว่ากล่าวตู้ ที่มาขวางทางเดินของหลาน เด็กเกิดความเข้าใจผิดว่า ตู้ผิดตามที่ผู้ใหญ่สอน และกลายเป็นคนที่ใช้คำพูดกล่าวโทษคนอื่นไปจนโต
  • เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้คำพูดที่สุภาพ อารมณ์ดี ใจเย็นกับเด็กเสมอ และชมเด็กเมื่อพูดจาสุภาพ จะเป็นการป้องกันแบบปลูกฝังรากฐานจิตใจหรือสุขภาพจิตที่ดีให้เด็ก เพื่อป้องกันการเกิดของพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแสดงออกของพฤติกรรมทางกายหรือทางวาจา เพราะเด็กมีสุขภาพจิตที่ดี เข้มแข็ง อารมณ์ขุ่นมั่วก็ย่อมจะไม่บังเกิดขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัวไม่เกิดขึ้น การแสดงออกทางวาจาของเด็ก การพูดคำไม่สุภาพก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นจากเด็กได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูควรสังเกตการณ์ใช้คำพูดของเด็ก หากพบการใช้คำพูดไม่สุภาพ ควรตักเตือนเด็กทันที อาจสอนโดยใช้นิทานที่มีเนื้อหาเปรียบเทียบเด็กที่พูดสุภาพแล้วมีคนรัก อยากพูดด้วย กับเด็กที่พูดไม่สุภาพแล้วไม่มีใครอยากเล่นด้วย

บรรณานุกรม

  1. ผกา สัตยธรรม. (2550). สุขภาพจิตเด็ก. กรุงเทพมหานคร. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  2. ลักขณา สริวัฒน์. (2544). จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน. กรุงเทพมหานคร. สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน