หน้าหลัก » บทความ » ลูกรับประทานยาก (Selective eating disorder/ picky eating problem)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ลูกรับประทานยาก

ปัญหาลูกเลือกรับประทาน หรือรับประทานยาก อาจเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร หรือเด็กเลือกอาหาร ดังนี้

  • Selective eating disorder หรือ เอสอีดี (SED) เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร ที่ทำให้เด็กไม่สามารถรับประทานอาหารบางชนิดได้ ปัญหานี้มักจะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งในช่วงการพัฒนาการของเด็ก ซึ่งเมื่อโตขึ้นก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เอง แต่อย่างไรก็ตามเด็กอาจไม่สามารถเอาชนะความผิดปกติในการรับประทานอาหารบางชนิดได้เอง และอาจได้รับผลกระทบจากความผิดปกตินี้ไปจนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หากแต่การเลือกรับประทานอาหารบางประเภทก็ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวลใจ ตราบที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาการทางสังคม ร่างกายและจิตใจของเด็ก
  • กรณีเด็กเลือกอาหาร (Food neophobia) เป็นชื่อเรียกระยะที่เด็กปฏิเสธที่จะลองรับประทานอาหารที่แปลกใหม่กว่าที่เคยได้รับประทานมาก่อน คือกลัวที่จะลองอาหารชนิดใหม่ๆ ซึ่งสามารถพบได้ในเด็กเล็กทั่วไป โดยมากเมื่อเด็กโตขึ้นหรือก้าวเข้าสู่วัยรุ่นก็จะค่อยๆ ปรับตัว ในการรับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้นเองตามวัย เด็กส่วนน้อยเท่านั้นที่จะยังกลัวการลองรับประทานอาหารใหม่ๆ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มีการศึกษาเกี่ยวกับการเลือกอาหารเช่นนี้ พบว่าในกรณีกลุ่มนักเรียนต่างชาติก็มักจะมีพฤติกรรมการเลือกรับประทาน เนื่องมาจากความไม่มั่นใจที่จะรับอาหารที่เปลี่ยนไปและต่างจากสิ่งที่ตนคุ้นเคยมา

เด็กรับประทานยากมีลักษณะอย่างไร?

กรณีที่เด็กมีความผิดปกติในการรับประทานอาหารหรือเอสอีดี เด็กจะไม่สามารถรับประทานอาหารบางชนิดได้ อาจขึ้นอยู่กับผิวสัมผัสของอาหารนั้นๆ หรือกลิ่นก็ได้ อาหารที่เด็กรับประทานได้อาจจำกัดอยู่เพียงที่อาหารกลุ่มเดียว หรือแม้แต่อาหารยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งโดยเฉพาะ ในบางกรณีอาหารเพียงชนิดเดียวก็อาจทำให้เด็กปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด เช่น ผักหรือผลไม้ บางครั้งการเลือกก็อาจขึ้นอยู่กับสีของอาหารนั้นๆ เด็กบางคนอาจชอบเฉพาะอาหารที่ร้อนจัด หรืออาหารที่เย็นมากๆ อาหารที่กรุบกรอบ หรืออาหารที่ต้องเคี้ยวนานๆ ซึ่งจะต่างกันไปในแต่ละคน

เด็กที่มีความผิดปกติในการรับประทานอาหารแบบเอสอีดี ส่วนมากก็ยังสามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปกติ น้ำหนักตัวไม่น้อยกว่าเกณฑ์ได้ ไม่มีลักษณะที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติดังกล่าวที่สังเกตเห็นได้ แต่ก็อาจมีบ้างที่ร่างกายแสดงปฏิกิริยาปฏิเสธอาหารบางชนิดด้วยการไอ สำลัก หรือ อาเจียน จากการศึกษา พบว่าอาจพบอาการเลี่ยงการเข้าสังคม อันเนื่องมาจากนิสัยการกินที่ผิดปกติได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามเด็กที่มีความผิดปกติในการรับประทานแบบนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินของตนต่ำ

ความแตกต่างระหว่างเด็กที่มีความผิดปกติในการรับประทานอาหารแบบเอสอีดี กับเด็กทั่วไปที่เลือกรับประทาน สามารถสรุปเปรียบเทียบกันได้ ดังนี้

เลือกรับประทาน ความผิดปกติในการรับประทานอาหารแบบเอสอีดี
ตั้งแต่ช่วง 18 เดือน ถึง 3 ปี พบตั้งแต่แรกเกิด ถึง 4 ปี
ยอมรับประทานอาหารได้ มากกว่า 30 ชนิด ยอมรับประทานได้น้อยกว่า 20 ชนิด
เลือกรับประทาน แต่บังคับได้ กลัวและวิตกกังวลที่จะต้องรับประทาน
เลือกรับประทานเฉพาะอาหารที่ชอบอย่างเดียวเป็นเวลานานๆ มักจะปฏิเสธอาหารทั้งกลุ่ม (เช่น เนื้อสัตว์ หรือผัก)
รับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้น ตั้งแต่อายุ 6 ปีเป็นต้นไป อาจมีพฤติกรรมการเลือกอาหารไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มักเลี่ยงการรับประทานอาหารแม้ในการเข้าสังคม
เมื่อหิวสามารถรับประทานอาหารได้ ปฏิเสธอาหารที่ไม่คุ้นเคย แม้ว่าจะหิวก็ตาม
เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็ก เป็นความผิดปกติ

ปัญหาลูกรับประทานยากมีสาเหตุมาจากอะไร?

  • สาเหตุทางพันธุกรรม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นสาเหตุขั้นต้นที่ทำให้เด็กมีความโน้มเอียงที่จะเลือกรับประทานอาหารต่างกัน
  • สาเหตุอันเนื่องมาจากจิตวิทยาเชิงสังคม สาเหตุนี้เป็นปัจจัยเสริม ที่จะเพิ่มโอกาสที่เด็กจะมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร เช่นในเด็กเล็กๆ เด็กจะดูผู้ปกครองเป็นต้นแบบ หากเด็กเห็นว่าผู้ปกครองก็มักจะเลี่ยงรับประทานอาหารบางอย่าง เด็กก็มีแนวโน้มที่จะเลือกรับประทานอาหารตามได้ไม่ยาก
  • ความไวต่อการรับรสขมมากกว่าปกติ ในเด็กบางคนต่อมรับรสขมอาจทำงานตอบสนองได้มากกว่าปกติ ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกันกับการมีประวัติการติดเชื้อในช่องหูส่วนกลาง หรือแค่ประสาทรับรสตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รุนแรงกว่าปกติ หรือที่เรียกกันว่า ลิ้นโอชา หรือ supertaster
  • การมีประสบการณ์ไม่ดีกับอาหารบางประเภท ตัวอย่างเช่น หากเด็กเคยรับประทานกล้วยแล้วเกิดไม่สบายหลังจากนั้น เด็กอาจจะเกิดความเชื่อฝังใจว่ารับประทานกล้วยแล้วทำให้ป่วย และทำให้ไม่ยอมรับประทานกล้วยอีก นี่เป็นเพียงตัวอย่างพื้นฐานเท่านั้น แต่หากเป็นกรณีที่เด็กป่วยติดต่อกันนานๆ อาหารที่รับประทานเข้าไปหลายๆอย่างก็อาจทำให้เด็กรู้สึกแย่ลง จำนวนอาหารที่เด็กมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าไม่ดีก็อาจเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จนก่อให้เกิดเป็นนิสัยเลือกอาหารได้ในระยะยาว

ปัญหาลูกรับประทานยากมีความสำคัญอย่างไร?

ปัญหาเด็กเลือกรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารยาก ผู้ปกครองอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง และจริงอยู่ที่เด็กส่วนหนึ่งจะค่อยๆ เลิกพฤติกรรมเลือกรับประทานไปเองเมื่อโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงไม่ถูกเอาเสียเลยหากผู้ปกครองจะไม่ทำอะไรกับพฤติกรรมการเลือกกินของเด็ก เพราะพฤติกรรมนี้จริงๆ แล้วอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆ ตามมา

ความสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ประการแรกได้แก่ การฝึกให้เด็กรับประทานอาหารได้ทุกประเภทนั้นจะส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กเอง อย่างที่ทราบกันว่าอาหารแต่ละชนิด ก็ให้คุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป และร่างกายคนเราก็มีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เช่น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นมจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย ผักและผลไม้ที่เด็กจำนวนหนึ่งปฏิเสธที่จะรับประทาน ให้วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการรักษาสมดุลของระบบการทำงานของร่างกาย หากขาดไปก็จะส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของเด็ก

ความสำคัญประการต่อมา คือด้านการส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีให้กับเด็ก กล่าวคือการแก้ไขปัญหาเด็กเลือกรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารยาก เป็นการสร้างระเบียบวินัยให้เด็กไปพร้อมกัน เด็กจะเรียนรู้และเข้าใจว่าอาหารบางอย่างมีประโยชน์ต่อร่างกาย แม้ไม่ชอบก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องรับประทาน โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองบอกกล่าว เด็กควรได้เรียนรู้ที่จะเคารพความเห็นและคำแนะนำของผู้ปกครอง ทั้งยังจะเป็นนิสัยที่ดีติดตัวเด็กไป การเลือกอาหารบางครั้งก็อาจเป็นสาเหตุของปัญหาที่ใหญ่กว่าได้ในอนาคต เช่น การเป็นคนเลี่ยงสังคม เพราะทุกครั้งที่ออกงานจะต้องรับประทานอาหารที่จัดไว้ให้แล้วและไม่สามารถปฏิเสธได้ เช่นนี้คนที่ติดนิสัยเลือกรับประทาน ย่อมเกิดความอึดอัดไม่สบายใจ เป็นผลให้เลี่ยงการเข้าสังคมได้ เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาลูกรับประทานยากได้อย่างไร?

  • ไม่ควรกดดัน หรือบังคับให้ลูกรับประทานอาหารที่ไม่ชอบ หรือสร้างคำขู่ต่างๆ นานาเพื่อหลอกให้ลูกรับประทานอาหาร เพราะโดยธรรมชาติจะเป็นการทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับอาหารดังกล่าวมากขึ้นไปอีก ทำให้เด็กต่อต้าน และอาจจะยิ่งเกลียดการรับประทานอาการเหล่านั้นมากขึ้นไปอีก
  • วิธีหนึ่งที่ได้ผลคือ การให้รางวัลที่ไม่ใช่อาหาร อย่างเช่นให้สติ๊กเกอร์หรือดาวดวงเล็กๆ เมื่อเด็กหัดรับประทานอาหารชนิดใหม่ หรืออาหารที่เด็กไม่ชอบ ซึ่งได้ผลดีกว่าวิธีบังคับ แต่ก็ไม่ควรให้รางวัลเป็นของชิ้นใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้เด็กติดเป็นนิสัย และจะไม่ยอมรับประทานหากไม่มีของรางวัลล่อใจ
  • สำหรับผู้ปกครอง จำเป็นอย่างมากที่จะต้องแสดงให้เด็กเป็นตัวอย่างที่ดี เช่น แสดงให้เด็กเห็นว่าการได้ลองรับประทานอาหารที่แปลกใหม่ ที่ไม่เคยรับประทานมาก่อนอย่างกระตือรือร้น หรือสำหรับอาหารที่ไม่ชอบก็ควรรับประทานบ้าง เพื่อไม่ให้เด็กเลียนแบบ หรือใช้เป็นข้ออ้างในการเลือกรับประทานอาหาร
  • สร้างบรรยากาศการรับประทานอาหารให้เป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย อาจจะจัดจานหรือตกแต่งอาหารให้ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ เช่น ตัดแครอทด้วยพิมพ์คุกกี้ให้เป็นรูปทรงต่างๆ ใช้ซอสสีสันสดใสตกแต่งจาน เป็นต้น
  • ให้เด็กเป็นผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการทำอาหาร อาจะเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงการปรุงอาหาร เพื่อให้เด็กเกิดความภูมิใจ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการปรุงอาหารจานพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เด็กสนใจและยินยอมรับประทานอาหารมากขึ้น
  • ในกรณีที่คาดว่าสาเหตุอาจเป็นผลเนื่องมาจากความผิดปกติ เช่นการรับรสได้มากและรุนแรง ทำให้เด็กปฏิเสธอาหารบางชนิด สามารถปรึกษาแพทย์ได้ตามสมควร

อย่างไรก็ตามปัญหาการเลือกรับประทานอาหารของเด็ก โดยทั่วไปสามารถแก้ได้โดยการปลูกฝังลักษณะนิสัยการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นแล้ว ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องกังวลหากพบปัญหาลูกเลือกอาหาร แต่สามารถค่อยๆ สอนให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูสามารถมีบทบาทในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเด็กเลือกรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารยากได้ส่วนหนึ่ง เพราะเด็กในวัยเข้าเรียนส่วนมาก จะเชื่อฟังและไม่กล้าขัดกฎระเบียบที่โรงเรียนมากกว่าที่บ้าน สิ่งที่ครูสามารถทำเพื่อส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีในการรับประทานอาหารของเด็กได้ เช่น

  • สอนเรื่องประโยชน์ของสารอาหารและอาหารชนิดต่างๆ ในห้องเรียน เพื่อให้เด็กได้เข้าใจสาเหตุที่พวกเขาควรรับประทานอาหารทุกชนิด
  • จัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อส่งเสริมการรับประทานอาหารของเด็ก เช่น ให้ดาวแก่เด็กที่รับประทานอาหารหมด หรือกล้ารับประทานอาหารที่แปลกใหม่ในแต่ละวัน
  • สร้างสรรค์กิจกรรมให้เด็กๆ เห็นความแตกต่างของอาหารในวัฒนธรรมต่างๆ ที่อาจแตกต่างกันไป เพื่อให้เด็กๆเข้าใจและเปิดใจทำความรู้จักอาหารใหม่ๆ ไม่กลัวที่จะลองรับประทานอาหารต่างๆ
  • สื่อสารกับผู้ปกครองในกรณีที่เด็กมีแนวโน้มเลือกรับประทาน เพื่อร่วมกันแก้ไขให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

บรรณานุกรม

  1. Children's nutrition: 10 tips for picky eaters - http://www.mayoclinic.com/health/childrens-health/HQ01107/NSECTIONGROUP=2 [2013, June 11]
  2. How to Handle Kids' Picky Eating - http://www.livescience.com/10286-handle-kids-picky-eating.html [2013, June 11]
  3. Picking Apart Picky Eating, Part 1: Selective Eating in Children - http://edbites.com/2013/04/picking-apart-picky-eating-part-1-selective-eating-in-children/ [2013, June 12]
  4. Food neophobia - http://en.wikipedia.org/wiki/Food_neophobia [2013, June 13]
  5. Selective eating disorder - http://en.wikipedia.org/wiki/Selective_eating_disorder [2013, June 13]
  6. How to Handle Picky Eaters - http://www.parenting.com/article/picky-eater-kids [2013, June 12]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน