หน้าหลัก » บทความ » ลูกเครียด (Stressful Children)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ลูกเครียด

ความเครียด (Stress) คือ อาการตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือปัจจัยอันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจในด้านลบ ซึ่งอาการเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคนโดยไม่จำกัดเพศหรือวัย ทั้งนี้ความเครียดในระดับเล็กน้อยอาจเป็นเรื่องดี เพราะอาจแปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นในชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ความเครียดที่มากเกินไปย่อมรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยจะส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพร่างกาย ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมการแสดงออก แม้ว่าความเครียดจะเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่มักมองว่าโลกเด็กมีแต่ความสนุกสนานและไร้กังวล ทั้งนี้เพราะเด็กไม่ต้องแบกรับ ภาระการทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวซึ่งเป็นปัจจัยหลักของเครียดในผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่จึงควรรับรู้ว่าเด็กก็มีความรู้สึกนึกคิดไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ เพราะแม้แต่เด็กเล็กๆก็อาจมีความวิตกกังวลและตกอยู่ในภาวะเครียดได้เช่นกัน

ปัญหาความเครียดในเด็กจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งมักจะนำไปสู่ความรู้สึกวิตกกังวล (Anxiety) ความเครียดอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในด้านบวก (Positive Changes) เช่น การปรับตัวเพื่อเริ่มกิจ กรรมที่ท้าทายใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วความเครียดมักเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงในด้านลบ (Negative Changes) เช่น ความเจ็บไข้ได้ป่วยหรือการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว

ปัญหาเด็กเครียดมีลักษณะอย่างไร?

ทางการแพทย์จำแนกภาวะเครียดเป็น 2 ระดับคือ ภาวะเครียดฉับพลัน (Acute Stress) ซึ่งจะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ และภาวะเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ซึ่งจะทำให้เด็กต้องทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเคมีในสมอง (Brain Chemistry) และทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง โดยปกติแล้วเด็กที่เครียดมักไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรเฝ้าระวังเมื่อลูกต้องพบเจอเหตุการณ์ที่อาจนำมาซึ่งความเครียด และควรหมั่นสังเกตความผิดปกติทั้งทางร่าง กายและพฤติกรรม ซึ่งความผิดปกติที่สามารถพบได้เมื่อเด็กตกอยู่ในภาวะเครียดนั้น สามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะ คือความผิดปกติทางร่างกาย และความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรม

1. ความผิดปกติทางร่างกาย ได้แก่

  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่รู้สึกอยากอาหารหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง
  • ปวดศีรษะ
  • อาการปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่เกิดขึ้นใหม่หรือกลับมาเป็นอีกหลังจากหายไปแล้ว
  • ฝันร้าย
  • นอนหลับไม่สนิท
  • พูดติดอ่าง
  • ไม่สบายท้อง ปวดท้อง หรือรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน

2. ความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรม ได้แก่

  • ความวิตกกังวล
  • รู้สึกเป็นทุกข์และกลุ้มใจ
  • ไม่สามารถผ่อนคลายได้
  • อาการกลัวทั้งที่เกิดขึ้นใหม่หรือกลับมาเป็นอีกหลังจากหายไปแล้ว เช่น กลัวความมืด กลัวการอยู่คนเดียว กลัวคนแปลกหน้า
  • อาการแยกออกจากพ่อแม่ไม่ได้ (Clinging) โดยจะไม่ยอมให้พ่อแม่ออกไปจากระยะการมองเห็น
  • ขี้สงสัยซึ่งเด็กอาจจะถามพ่อแม่หรือเก็บความสงสัยไว้กับตัวก็ได้
  • อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย
  • ขี้แย
  • บ่นพึมพำ
  • ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
  • ก้าวร้าวและดื้อดึง
  • อาการย้อนกลับไปมีพฤติกรรมเหมือนในช่วงแรกของการเจริญเติบโต
  • ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมกับครอบครัวและโรงเรียน

ปัญหาเด็กเครียดมีสาเหตุมาจากอะไร?

ความวิตกกังวล (Anxiety) และความเครียด (Stress) เกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายใน (Internal) ซึ่งเกิดจากตัวเด็กเอง และปัจจัยภายนอก (External) ซึ่งได้แก่

  • ความเปลี่ยนแปลงในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหย่าร้างของผู้ปกครอง การเสียชีวิตของคนในครอบครัว การย้ายบ้าน หรือแม้กระทั่งการมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในบ้าน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของเด็ก อาจทำให้เด็กมีอาการสับสนและวิตกกังวล ยกตัวอย่างเช่น เด็กอาจรู้สึกว่าตนเองสำคัญน้อยลงเมื่อพ่อแม่มีน้องคนใหม่ รวมถึงการเสียชีวิตของคนในครอบครัวโดยเฉพาะคนที่เด็กสนิทและใกล้ชิดด้วย ย่อมทำให้เด็กรู้สึกสลดหดหู่ ไม่เข้าใจ ไม่ปลอดภัย ซึ่งจะนำไปสู่ความวิตกกังวลและความเครียด
  • ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นหรือมากเกินไป ความจำเป็นต้องทำกิจกรรมหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันหรือติดต่อกัน โดย เฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ต้องใช้สมาธิจดจ่อในการทำงานมากเป็นพิเศษหรือต้องหยุดพักผ่อนเป็นครั้งคราว การทำกิจกรรมที่มากเกินไปย่อมส่งผลต่อความเครียดโดยตรง
  • เด็กกดดันตนเอง เด็กมักกดดันตนเองเมื่อมีความคาดหวัง เช่น อยากมีผลการเรียนดี อยากเอาชนะเพื่อน หรืออยากเป็นคนที่สำคัญที่สุดในกลุ่มเพื่อน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วความเครียดจากการกดดันตัวเองมักพบในเด็กที่กลัวการทำผิดพลาด รวมไปถึงเด็กที่ทำได้ไม่ดีในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  • ปัญหาที่โรงเรียน เมื่อเข้าเรียนระดับประถมศึกษา เด็กจะเริ่มแบ่งกลุ่มและมักใช้เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเด็กอาจมีปัญหาจากการถูกเพื่อนรังแก นอกจากนี้ความเครียดยังอาจเกิดจากความรู้สึกอยากเข้าร่วมกลุ่ม อยากเป็นที่ยอมรับ หรือโด่งดังในโรงเรียน สำหรับเด็กเล็กนั้นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความเครียดคือความวิตกกังวลจากการแยกจากผู้ปกครอง (Separation Anxiety) เวลามาโรงเรียน
  • การได้รับข่าวที่สะเทือนใจ พาดหัวข่าวและโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพข่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องภัยธรรมชาติ การก่อจลาจล อาชญากรรม และความรุนแรง อาจทำให้เด็กรู้สึกหดหู่อันเป็นสาเหตุไปสู่ความเครียด โดยเด็กมักกังวลและคิดมาก กลัวว่าเรื่องร้ายๆอาจเกิดขึ้นกับคนที่ตนรักรวมทั้งเกิดขึ้นตนเอง จึงยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัย
  • นิยายหรือภาพยนตร์ที่น่ากลัว เรื่องแต่ง (Fictional Stories) ที่มีเนื้อหาสะเทือนอารมณ์ อาจทำให้เด็กมีอาการวิตกกังวลและหวาดกลัว โดยเฉพาะในฉากที่นำเสนอภาพและเสียงที่รุนแรง ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก โดยเด็กแต่ละคนจะมีความรู้สึกไวต่อสิ่งที่ได้รับชมต่างกัน ดังนั้นผู้ปกครองควรสังเกตอาการของลูกว่าเขาอ่อนไหวต่อเรื่องใดเป็นพิเศษ หรืออาจตัดปัญหาโดยการหลีกเลี่ยงนิยายหรือภาพยนตร์ที่น่ากลัว และส่งเสริมให้ลูกดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายที่มีเนื้อหาเหมาะสมตามวัย

ปัญหาเด็กเครียดมีความสำคัญอย่างไร?

การแก้ปัญหาความเครียดในเด็กเป็นเรื่องที่จำเป็นไม่แพ้ผู้ใหญ่ การทำให้ผู้ใหญ่มีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าแม้แต่เด็กเล็กก็สามารถตกอยู่ในภาวะเครียดได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้เพราะเด็กยังขาดประสบการณ์ในการรับมือกับความเครียด โดย เฉพาะเมื่อความเครียดนั้นเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงในครอบครัว ซึ่งมักกระเทือนจิตใจเด็กที่สุด และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ซึ่งจะทำให้เด็กต้องทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเคมีในสมอง (Brain Chemistry) และทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง

นอกจากนี้ เนื่องจากสาเหตุของปัญหาความเครียดเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก อีกทั้งผลของความเครียดยังเชื่อมโยงไปถึงอาการผิดปกติทางด้านร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม ดังนั้นยิ่งผู้ปกครองเข้าใจสาเหตุของปัญหาได้เร็ว ยิ่งทำให้ความผิดปกติซึ่งสามารถขัดขวางพัฒนาการทางด้านร่างกาย สมอง และสังคมหมดไปได้เร็วขึ้น ที่สำคัญ การช่วยเหลือและแก้ไขภาวะเครียดของเด็กที่สัมฤทธิ์ผล อาจทำให้เด็กมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยกลัวหรือวิตกกังวลไปอย่างสิ้นเชิง เช่น เด็กอนุบาลที่วิตกกังวลเพราะต้องแยกจากพ่อแม่เวลาไปโรงเรียน อาจกลายเป็นเด็กที่รักการเข้าสังคมและผูกพันกับโรงเรียนมากเมื่อโตขึ้น หรือจากเด็กที่กลัวความมืดและสิ่งที่มองไม่เห็น ก็สามารถกลายเป็นเด็กที่ชื่นชอบเรื่องเร้นลับได้ เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาลูกเครียดได้อย่างไร?

ปัญหาเด็กเครียดอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตมากนักในมุมมองของผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองไม่ควรลืมว่าเด็กยังขาดประสบการณ์และความสามารถในการรับมือกับความเครียด แม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆในชีวิตก็สามารถนำมาซึ่งผลกระทบที่รุนแรงต่อความรู้สึกเด็กได้ วิธีการที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับลูกได้ มีดังนี้

  • จัดที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่และปลอดภัย รวมทั้งไม่ควรเปลี่ยนแปลงการตกแต่งหรือย้ายถิ่นฐานบ่อย
  • เลือกรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมให้ลูกรับชม หลีกเลี่ยงรายการที่อาจทำให้เด็กรู้สึกกลัวหรือวิตก ซึ่งรวมไปถึงข่าวด้วย
  • ชวนลูกทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
  • ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิด เช่น เปิดโอกาสให้ลูกถามคำถามหรือตั้งคำถามปลายเปิดให้ลูกตอบ เพื่อให้เขาได้ปลด ปล่อยความคิด รวมทั้งลืมความเครียดและวิตกกังวลไปชั่วขณะ
  • ไม่ปิดกั้นการแสดงความรู้สึกนึกคิดของลูก เพราะจะทำให้เด็กไม่กล้าแสดงออกและเก็บปัญหาไว้กับตัว
  • รับฟังลูกโดยไม่วิพากษ์วิจารณ์
  • แสดงความรักและหมั่นให้กำลังใจ เพื่อทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจในตนเองและรับรู้ว่าตนเองมีค่าสำหรับพ่อแม่
  • สนับสนุนในสิ่งที่ลูกทำได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการลงโทษ
  • ชมเชยหรือให้รางวัลเมื่อลูกทำดี
  • อนุญาตให้ลูกตัดสินใจเองในบางเรื่องโดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเขา เพราะความรู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมสถานการณ์ในชีวิตได้มีส่วนทำให้ความสามารถในการจัดการปัญหาความเครียดเพิ่มขึ้น
  • สนับสนุนให้ลูกออกกำลังกายหรือออกกำลังกายร่วมกันกับลูกด้วย
  • สร้างความเข้าใจสถานการณ์หรือปัญหาอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเครียด ซึ่งอาจได้แก่ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการพบเจอสิ่งใหม่ๆ ความกลัวผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ความผิดหวัง ความสูญเสีย เป็นต้น
  • หมั่นสังเกตอาการเครียดของเด็ก
  • หากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปลี่ยนงานของผู้ปกครอง การย้ายบ้าน การย้ายถิ่นฐาน ควรบอกลูกให้รับรู้ เข้าใจ และเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ
  • ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญหากอาการเครียดของลูกไม่มีท่าทีว่าจะลดลงหรือหายไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ภาวะความเครียดในเด็กขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ บุคลิกภาพส่วนตัวของเด็ก ประสบการณ์ในอดีตที่เด็กมี และทักษะในการแก้ไขปัญหา (coping skills) ของเด็ก สิ่งที่ครูสามารถทำได้เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาความเครียดหรือเพื่อป้อง กันไม่ให้เกิดปัญหามีดังนี้

  • หมั่นสังเกตว่าเด็กมีความผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เป็นสัญญาณของความเครียดหรือไม่ และตรวจสอบว่าเป็นภาวะเครียดแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรังที่มีสาเหตุที่แท้จริงจากอะไร โดยการหาข้อมูลทั้งทางตรงจากตัวเด็กเองและทางอ้อม เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องมีความเอาใจใส่และใกล้ชิดกับเด็กและผู้ปกครองอย่างเพียงพอ มีข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนฝูง อุปนิสัยของเด็ก สามารถเป็นที่พึ่งและได้รับความไว้วางใจจากเด็ก สามารถให้คำปรึกษาและชวนพูดคุยสอบถามได้
  • ใช้เทคนิคผ่อนคลายความเครียดเบื้องต้น เช่น การฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ การทำสมาธิ การทำกิจกรรมสันทนาการ การพูดคุยรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ การปลอบโยนและให้กำลังใจ
  • จัดสิ่งแวดล้อมในชั้นเรียนและโรงเรียนให้น่าอยู่ มีกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนุกและน่าสนใจ ไม่อัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้เด็กมีความสุขกับการมาโรงเรียน ได้มาเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆมากกว่าการมุ่งเน้นที่จะแข่งขันหรือเอาชนะในเรื่องการเรียนแต่เพียงอย่างเดียว
  • สนับสนุนให้เด็กได้ทำกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ เช่น ดนตรี ศิลปะ กีฬา เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
  • สอดส่องดูแลไม่ให้มีปัญหาการข่มเหงรังแกในหมู่เด็กนักเรียน และส่งเสริมพฤติกรรมพึงประสงค์ต่างๆ เช่น การมีน้ำใจ ความสามัคคี เพื่อให้เด็กได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรปลอดภัย
  • ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาทักษะในการแก้ปัญหา เช่น สอนให้เด็กรู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น รู้จักแสดงความต้องการและความรู้สึกของตนเอง รู้จักคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงบวกผ่านกิจกรรมต่างๆในชั้นเรียน
  • หลีกเลี่ยงการลงโทษ การบังคับ หรือทำให้เด็กหวาดกลัว
  • หากสาเหตุของความเครียดเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย อารมณ์ และพัฒนาการด้านอื่นๆของเด็ก เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ควรรีบดำเนินการแก้ไขและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

บรรณานุกรม

  1. Helping Kids Cope With Stress - http://kidshealth.org/parent/positive/talk/stress_coping.html [2013, May 7]
  2. How to Spot Anxiety and Stress in Children - http://childparenting.about.com/od/healthsafety/a/how_to_spot_anxiety_and_stress_in_children.htm [2013, May 7]
  3. Stress in Children - http://www.education.com/reference/article/Ref_Stress_Young/?page=2 [2013, May 7]
  4. Stress in Children - http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/002059.htm [2013, May 7]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน