หน้าหลัก » บทความ » ลูกไม่มีวินัย (Discipline Problems)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ปัญหาลูกไม่มีวินัย (Discipline Problems) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่รวมถึงครูในโรงเรียนหนักใจหรือหงุดหงิดรำ คาญใจ เช่น ลูกเล่นของเล่นแล้วไม่ยอมเก็บ ไม่รู้จักการรอคอย เอาแต่ใจตัวเอง ฯลฯ ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกครอบ ครัวทั่วโลกต้องประสบพบเจอไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าแต่ละครอบครัวก็จะมีแนวทางรับมือกับปัญหาที่แตกต่างกันไป พ่อแม่บางครอบครัวก็อาจทำตามอารมณ์ความรู้สึกเป็นส่วนใหญ่ บ้างก็ปฏิบัติตามที่เคยพบเห็นหรือได้ยินได้ฟังมา หรือเคยได้ รับการปฏิบัติมาอย่างไรก็ทำเช่นนั้น ถูกบ้างผิดบ้าง ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ผลก็คือ ไม่สามารถปรับพฤติกรรมลูกได้ พ่อแม่ยังคงต้องเหน็ดเหนื่อยกับลูกๆ และไม่สามารถสร้างระเบียบวินัยที่ดีให้กับพวกเขาได้ในระยะยาว

แม้ในแวดวงวิชาการจะมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมและวินัยในเด็กอย่างกว้างขวาง แต่การให้ความรู้แก่สถา บันครอบครัวในเรื่องดังกล่าว อาจยังจำกัดอยู่ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะในสังคมไทย ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองในปัจจุบันยังคงประสบปัญหาในการรับมือกับลูกๆ หรือยังจัดการได้ไม่เหมาะสมตามหลักจิตวิทยาและพฤติกรรมเด็ก ดัง นั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครองทุกท่านควรมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการฝึกวินัยในเด็กที่มีประสิทธิผล และไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งบทความนี้จะรวบรวมข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์สำหรับใช้เป็นแนวทางแก้ ไขปัญหาวินัยในเด็กสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็ก

เด็กไม่มีวินัยมีลักษณะอย่างไร?

วินัย หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ สำหรับควบคุมความประพฤติของคนในสังคมให้เรียบร้อย ซึ่งจะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และไม่กระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน อีกทั้งวินัยยังเป็นพื้นฐานของการพัฒนาด้านศีลธรรม จริยธรรมและทักษะสังคมที่มนุษย์ควรมี ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ข้อ คือ

  • วินัยเกี่ยวกับทักษะทางสังคมทั่วไป เช่น เก็บของเป็นที่ ตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ ปฏิบัติตามกฏระเบียบ
  • วินัยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กินนอนเป็นเวลา การเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแปรงฟัน การแต่งตัว ถือเป็นการช่วยเหลือตัวเองได้ตามวัย
  • วินัยเกี่ยวกับการควบคุมตนเอง เช่น ควบคุมอารมณ์ได้ รู้จักการรอคอย อดทน ไม่โกรธจนกรีดร้องหรือขว้างปาข้าวของจนควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นต้น

วินัยทั้งสามข้อข้างต้นเป็นวินัยพื้นฐานที่ควรจะต้องมีในเด็กเล็กเพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมที่แตกต่างกัน ทำให้มีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน เด็กที่มีปัญหาเรื่องวินัย คือ เด็กที่ไม่สามารถควบคุมตนเองในเรื่องต่างๆ อาจเพียงบางเรื่อง หรือหลายๆเรื่องรวมกันจากทั้งสามข้อข้างต้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะเล็กหรือใหญ่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความถี่ของการแสดงออก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจะ ต้องรู้จักวิธีรับมืออย่างถูกต้องเหมาะสม หากพฤติกรรมของลูกเป็นปัญหาในระดับที่ไม่สามารถควบคุมได้ พ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ และนักจิตวิทยา โดยเฉพาะวินัยในข้อที่สาม คือวินัยเกี่ยวกับการควบคุมตนเองนั้นเป็นข้อที่สำคัญและท้าทายที่สุด นั่นคือ เด็กจะต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนเอง เพื่อไม่ให้กลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตนเอง ก้าวร้าว หรือขาดความยังยั้งชั่งใจในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อตัวเด็กเองและผู้อื่นได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ปัญหาเด็กไม่มีวินัยมีสาเหตุมาจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้เด็กขาดวินัยจนเป็นปัญหา สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • ปัจจัยจากธรรมชาติของตัวเด็กเอง เด็กก็คือเด็ก โดยธรรมชาติของเด็กเล็กเมื่อเบื่อ เหนื่อยล้า หรือหิว หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งและไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ เขาก็อาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ก้าวร้าว เอาแต่ใจ เพื่อเรียกร้องความสนใจ ปัจจัยนี้เป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นปัญหา เพียงแต่พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องรู้จักควบคุมดูแลไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำๆ หรือรุนแรงจนเกินควบคุมแล้วกลายเป็นปัญหาพฤติกรรมระยะยาว
  • ปัจจัยแวดล้อมอันเป็นผลมาจากผู้ใหญ่รอบตัวเด็กเองที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น ก้าวร้าว เอาแต่ใจ ขาดวินัยและการควบคุมตนเอง เช่น เด็กที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก มีการหย่าร้าง เด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนมาก เด็กที่มาจากครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและวาจา เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีผู้ปกครองใกล้ชิดเป็นผู้ป่วยทางจิตหรือมีอาการซึมเศร้าตลอดเวลา ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้เป็นกลุ่มเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาเรื่องวินัยจนเป็นปัญ หาสังคมในอนาคตได้ นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเด็กก็คือพฤติกรรมต้นแบบที่เด็กเอาเป็นแบบ อย่าง ซึ่งก็คือพฤติกรรมของผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กใช้เวลาอยู่ด้วยบ่อยที่สุดนั่นเอง วัยเด็กเล็กเป็นวัยแห่งการจดจำและเลียนแบบ ดังนั้นเขาจึงจำและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเขา หากต้นแบบดีหรือไม่ดีก็ย่อมมีผลกับเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ปัจจัยด้านโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะขาดวินัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น หรือโรค ADHD (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ในเด็กหลายๆคน อาการคือเด็กจะไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานและอยู่ไม่สุข หรือมีความยากลำบากในการควบคุมพฤติกรรมตนเอง มีความหุนหันพลันแล่น ซึ่งอาการอาจรุนแรงมากจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทั้งด้านพฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการเข้าสังคมกับผู้อื่น โรคสมาธิสั้นพบได้บ่อยในทุกประเทศทั่วโลก ในต่างประเทศพบว่าประมาณ 3-5% ของเด็กวัยเรียนเป็นโรคนี้ ซึ่งควรได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข

ปัญหาเด็กไม่มีวินัยมีความสำคัญอย่างไร?

“ระเบียบวินัย” นั้นสำคัญต่อเด็กมาก เด็กจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ได้นั้นต้องมาจากพื้นฐานทางวินัยที่ดี เพราะจะทำให้เด็กเข้าใจความสำคัญของการควบคุมตนเองจากอารมณ์โกรธของตัวเองได้ สอนให้เด็กเป็นคนมีเหตุผล มีกระบวนการตัดสินใจที่ดี รู้จักเคารพกฎกติกาที่จะทำให้ชีวิตปลอดภัย เป็นต้น

เด็กที่ถูกเลี้ยงดูโดยขาดการฝึกวินัย หากไม่ได้รับการช่วยเหลือแก้ไข จะเติบโตด้วยความไม่มั่นใจและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำและสิ่งใดไม่ควรทำ จะมีการตัดสินใจที่ช้า มีระดับความอดทนที่ต่ำกว่าคนทั่วไป เรียกได้ว่า ไม่มีภูมิต้านทานทางด้านอารมณ์ ซึ่งจะส่งผลให้มีปัญหาทางด้านพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อ ไป เช่น เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ทำตามกติกาและเอาแต่ใจตนเอง เป็นต้น คนที่มีลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าอยู่ในสังคมใดก็จะอยู่ลำบากเนื่องจากไม่ได้มีการฝึกและปูพื้นฐานด้านวินัยที่เหมาะสมในวัยเด็ก ดังนั้นการสอนลูกให้มีระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กมาก เพราะฉะนั้นพ่อแม่จำเป็นต้องลงทุนปูพื้นฐานทางวินัยที่ดีให้ลูกวันนี้ เพื่อให้ลูกมีภูมิต้านทานทาง ด้านอารมณ์ และเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาลูกไม่มีวินัยได้อย่างไร?

คนไทยส่วนใหญ่ราวสามในสี่เชื่อว่า การใช้วิธีบังคับและกฎระเบียบจะทำให้เด็กมีวินัย โดยเฉพาะสังคมไทยในอดีตที่นิยมใช้วิธีลงโทษที่มีความรุนแรง เช่น เชื่อว่าการตีเป็นวิธีควบคุมความประพฤติที่ได้ผลดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธี การที่เป็นการบังคับและใช้ความรุนแรงในครอบครัวเช่นนั้นมีโอกาสสูงที่จะทำให้เด็กที่ถูกกระทำเกิดความบอบช้ำทางใจจนเป็นปมไปตลอดชีวิตได้ เพราะฉะนั้น พ่อแม่ต้องทำเข้าใจวิธีการลงโทษและให้รางวัลที่ถูกต้อง และเข้าใจด้วยว่าการคาด หวังในเรื่องระเบียบวินัยในเด็กเล็กต้องเป็นไปตามวัยด้วย เช่น การคาดหวังให้เด็กเล็กวัยช่างสำรวจไม่รื้อค้นข้าวของนั้นเป็นไปได้ยากมาก หลักการของการฝึกระเบียบวินัยในเด็กเล็ก จึงต้องเป็นไปตามธรรมชาติของวัยเขาเช่นเดียวกัน

การสอนเรื่องระเบียบวินัยนั้น ถือเป็นการสอนเรื่องมาตรฐานทางสังคมและศีลธรรมขั้นพื้นฐาน ทำให้เด็กเรียนรู้ในเรื่องการเคารพสิทธิตนเองและผู้อื่น ทำให้เด็กๆสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข

ตารางต่อไปนี้เป็นวิธีการที่ใช้ฝึกวินัยของเด็ก 7 วิธีหลักๆ แต่ละวิธีนั้นจะได้ผลดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของเด็กที่แตกต่างกันออกไปด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกวิธีต้องการความสม่ำเสมอในการสอน และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดจะต้องเป็นแบบ อย่างที่ดีก่อน จึงจะใช้วิธีการต่างๆให้ได้ประสิทธิผลอย่างแท้จริง

ตารางเทคนิคการฝึกวินัยในเด็กให้เหมาะสมตามวัย 7 วิธี

เทคนิคการฝึกวินัยในเด็ก วัยทารก
อายุ 1 เดือน – 1 ปี
วัยหัดเดิน
1-3 ปี
วัยก่อนเรียน/วัยเรียน
3-12 ปี
วัยรุ่น
12-18 ปี
1. การเสริมแรงทางบวก )++++
2. การเบี่ยงเบนความสนใจ+++0
3. การอธิบายด้วยคำพูด0+/0++
4. การขอเวลานอก 0++0
5. การตั้งกฎ00++
6. การกักบริเวณ 00++
7. การงดรางวัลหรือสิ่งที่ชอบ 00++

**** 0 = ไม่ได้ผล / + = ได้ผล

จากตารางดังกล่าวจะเห็นได้ว่า วิธีการที่ใช้ได้ผลครอบคลุมกับเด็กเล็กจนถึงก่อนวัยรุ่น คือ คือ วิธีการเสริมแรงทางบวก วิธีการเบี่ยงเบนความสนใจ และวิธีการขอเวลานอก โดยสองวิธีแรกนั้นสามารถใช้กับเด็กวัยทารกได้ ขณะที่วิธีหลัง ได้แก่ การขอเวลานอกนั้น ยังไม่สามารถใช้ได้ เพราะเด็กยังเล็กเกินไปสำหรับการสื่อสารด้วยวาจา บทความนี้จะอธิบายความหมายของทั้งสามวิธีที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ได้แก่

  • การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) คือ การให้สิ่งเสริมแรงจูงใจที่ทำให้บุคคลพึงพอใจ มีผลทำให้บุคคลแสดงพฤติกรรมบ่อยขึ้น ตัวอย่างการเสริมแรงที่ง่ายและได้ผล คือ การพูดชมเชย การพูดให้กำลังใจ รอยยิ้ม การปรบ มือ รวมถึงการให้รางวัลเล็กๆน้อยๆที่เด็กชอบเพื่อเสริมแรงพฤติกรรมพึงประสงค์ จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ทำตามระเบียบวินัยอย่างเต็มใจ เมื่อใดที่ลูกปฏิบัติตามระเบียบวินัยได้เป็นอย่างดี พ่อแม่จึงควรชมเชยหรือให้รางวัลเขาในทันที เพื่อให้เขาเกิดแรงจูงใจที่จะทำต่อไป
  • การเบี่ยงเบนความสนใจ (Redirecting) คือ การขัดจังหวะให้หยุดทำพฤติกรรมนั้นๆโดยใช้วิธีอื่นหรือสิ่งอื่นเบนความสนใจเด็กไปโดยทันทีทันใด โดยทั่วไปสิ่งที่เป็นตัวช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กๆทุกยุคทุกสมัยก็คือของเล่น แต่บางทีก็ไม่ได้ผลทุกครั้งไป เพราะฉะนั้นพ่อแม่อาจจะต้องใช้ไหวพริบเฉพาะหน้าหรือเทคนิคส่วนตัว เพื่อเบี่ยงเบนความสน ใจ วิธีนี้ใช้ได้ดีในเด็กเล็กเมื่อเราต้องการให้เด็กควบคุมตนเอง บางครั้งเด็กเล็กๆก็ยังควบคุมตนเองได้ยาก การเบี่ยงเบนความสนใจจากพฤติกรรมที่เด็กกำลังหงุดหงิดงอแงไปสู่ความสนใจอื่น ก็จะช่วยลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาได้
  • การขอเวลานอก (Time-out ) หรือ การแยกเด็กให้อยู่ตามลำพังชั่วคราว เป็นวิธีการปรับพฤติกรรมอย่างหนึ่ง โดยให้เด็กออกมาจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหาหรือมีสิ่งเร้าอยู่ โดยให้เด็กนั่งเฉยๆที่มุมห้องที่ไม่มีของเล่นหรือโทรทัศน์ และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งเร้า และน่าเบื่อสำหรับเด็ก แต่ต้องไม่น่ากลัวและมีความปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเวลา และเด็กสงบสติอารมณ์ได้แล้วอย่างน้อย 15 วินาทีขึ้นไป พ่อแม่จึงค่อยพูดคุยกับเขาว่าพฤติกรรมที่เขาทำก่อนหน้านั้นไม่เหมาะสมอย่าง ไร วิธีการนี้เหมาะที่จะใช้กับเด็กอายุตั้งแต่ 18 เดือน จนถึง 5-6 ขวบ และใช้หลักเวลา time-out 1 นาทีต่ออายุเด็ก 1 ปี (สูงสุด 5 นาที) โดยตลอดระยะเวลา time-out นี้เด็กจะต้องไม่ได้รับการปฏิสัมพันธ์ใดๆกับผู้อื่น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

โรงเรียนก็เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็กๆ ดังนั้นโรงเรียนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมวินัยที่ดีและแก้ไขปัญหาวินัยที่ไม่ดี ผู้ที่มีบทบาทสำคัญของโรงเรียนก็คือ ครู ซึ่งเทคนิคการจัดการ 5 ข้อต่อไปนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ครูจัดการกับเรื่องวินัยในเด็กได้ง่ายขึ้น

  • ก่อนอื่นต้องบอกกฎหรือข้อตกลงในการปฏิบัติตัวภายในห้องเรียนให้ชัดเจน ซึ่งควรสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กด้วย เช่น ในเด็กเล็กประมาณ 3-4 ปี เพียงแค่ให้เด็กไม่ลุกเดินและไม่ส่งเสียงดังขณะที่ครูสอน เป็นความคาดหวังที่ถือว่าสมเหตุสมผล และเป็นมารยาททางสังคมเบื้องต้น ที่เด็กจะต้องควบคุมตัวเองให้ได้ อีกทั้งควรใช้ภาษาที่ทำให้เด็กเข้าใจได้ง่าย ใช้น้ำเสียงจริงจังและไม่มีการผ่อนปรนกฎ เพื่อให้เด็กทราบความคาดหวังของครูอย่างชัดเจน ในเด็กโตอาจจะเพิ่มความเห็นร่วมกันระหว่างครูและเด็กโดยช่วยกันสร้างกฎขึ้นมา เนื่องจากเป็นกฎที่เด็กๆมีส่วนร่วม จึงทำให้เด็กๆทำตามกฎได้ง่ายดาย และป้องกันไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกต่อต้าน นอกจากนี้การวางแผนผังที่นั่งก็มีความสำคัญเช่นกัน การวางแผนที่นั่งอย่างชาญฉลาด จะทำให้ครูจัดการกับปัญหาได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปอาจจะให้เด็กผู้ชายนั่งข้างเด็กผู้หญิง เพราะตามธรรม ชาติของเด็กเล็ก เด็กผู้หญิงจะเรียบร้อยและมีวินัยมากกว่า
  • ครูมีความสม่ำเสมอในการเอาใจใส่ต่อเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อาจกล่าวได้ว่าครูจะต้องกวาดสายตา 360 อง ศา และให้ความสนใจไปที่เด็กทุกคนให้ทั่วห้อง ไม่เจาะจงเฉพาะเด็กที่ตั้งใจเรียนหรือเด็กที่เกเรเท่านั้น การกวาดสายตาและสบตามองเด็กอย่างทั่วถึงมีความสำคัญ เพราะเด็กๆจะยังไม่มีสมาธิควบคุมตัวเองนานๆได้ การสบตาก็เพื่อเป็นการคอยเตือนให้เด็กมีสมาธิสนใจอยู่กับกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น อาจมีกิจกรรมผ่อนคลายระหว่างคาบเรียนตามความเหมาะสม เช่น ให้เล่นเกมลุกนั่งอยู่กับที่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและทำให้เด็กไม่เบื่อ
  • ครูต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง มีความใจเย็นและมีเหตุผล เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก เพราะเด็กเล็กเป็นวัยช่างจดช่างจำพฤติกรรมและคำพูดของบุคคลใกล้ชิด เมื่อครูต้องเผชิญกับปัญหาของเด็กๆที่น่าหงุดหงิดรำคาญใจ ขอให้พึงระลึกไว้ว่าอย่าให้อารมณ์เป็นนายของเรา อย่าให้พฤติกรรมก้าวร้าวในตัวเราแสดงออกมาให้เด็กๆเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี ครูควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อให้เด็กๆเกิดความเคารพเชื่อฟัง นอกจากนี้ เมื่อเกิดกรณีที่ต้องว่ากล่าวตักเตือนเด็กไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม ไม่ควรสร้างปมด้อยให้เด็กโดยการประจานหรือว่ากล่าวให้เด็กอับอายต่อหน้าชั้นเรียน รวมถึงไม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ ในบางกรณี ครูอาจต้องเพิกเฉยต่อพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของเด็ก หรือแก้ไขสถานการณ์สำคัญเฉพาะหน้าไปก่อน เพื่อให้สามารถสอนต่อไปได้ตามปกติ แล้วค่อยเรียกเด็กไปพูดคุยตักเตือนเป็นการส่วนตัวภายหลัง เป็นต้น
  • เมื่อมีปัญหาพฤติกรรมของเด็กเล็กในห้องเรียนจะต้องศึกษาสาเหตุที่แท้จริงเป็นกรณีๆไป ห้ามปล่อยปละละ เลย ครูก็เปรียบได้กับคุณหมอที่จะต้องวินิจฉัยสาเหตุของปัญหาให้ได้ก่อน จึงจะสามารถหาวิธีการรักษาได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อาจจะปรึกษาครูท่านอื่น เพื่อช่วยกันคิดหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป สาเหตุโดยทั่วไปที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมในห้องเรียนคือ กิจกรรมในชั้นเรียนนั้นไม่น่าสนใจ ทำซ้ำบ่อยเกินไป กิจกรรมที่ง่ายไม่ท้าทายทำให้เด็กเบื่อ หรืออาจจะเป็นกิจกรรมที่ยากเกินความสามารถ ทำให้เด็กหงุดหงิดได้ ดังนั้นครูต้องศึกษาหาสาเหตุของพฤติกรรมที่แท้จริงให้พบ จึงจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด
  • ครูควรปรับเปลี่ยนเทคนิคในการฝึกวินัยและเทคนิคการสอน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในเด็กแต่ละวัยและแต่ละคน เพราะเด็กแต่ละคนมีพื้นฐานการเลี้ยงดูและอารมณ์แตกต่างกัน เทคนิคการแก้ปัญหาจึงไม่มีสูตรตายตัว แต่ครูสามารถนำวิธีการเสริมแรงทางบวก การเบี่ยงเบนความสนใจ และการขอเวลานอกดังที่กล่าวไว้ข้างต้น มาปรับใช้ได้ โดย เฉพาะวิธีการขอเวลานอก เพื่อให้เด็กสงบจิตใจ โดยให้เด็กไปนั่งคนเดียวที่มุมสงบตามเวลาที่กำหนด แล้วค่อยให้รวมกลุ่มกับเด็กคนอื่นๆอีกครั้ง วิธีนี้ค่อนข้างใช้ได้ผล และเป็นวิธีการลงโทษที่สมเหตุสมผลกับเด็กเล็ก

ตัวแปรสำคัญของการสร้างเสริมระเบียบวินัยที่ดีให้กับเด็กก็คือผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเด็ก ในครอบครัวก็คือพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ส่วนในโรงเรียนก็คือครูนั่นเอง ถ้าเด็กมีปัญหาครูก็ควรแจ้งผู้ปกครองเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และช่วยกันหา ทางแก้ไขเพื่อให้ได้ผลสูงสุด

บรรณานุกรม

  1. Childhood Discipline: Challenges for Clinicians and Parents - http://www.aafp.org/afp/2002/1015/p1447.html#afp20021015p1447-b1 [2013, October 15]
  2. Why It is Important to Discipline Your Child - http://discipline.about.com/od/disciplinebasics/a/Why-It-Is-Important-To-Discipline-Your-Child.htm [2013, October 15]
  3. Top 10 Tips to Deal with Indiscipline in the Classroom - http://busyteacher.org/8995-top-10-tips-deal-with-indiscipline-in-classroom.html [2013, October 15]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน