หน้าหลัก » Blogs » วัคซีน : การป้องกันโรคที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


การป้องกันโรคที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

เป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กแรกเกิดได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านทางสายสะดือ และหลังจากการคลอดแล้ว ทารกจะได้รับภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมจากนมแม่ อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันดังกล่าวเป็นเพียงภูมิคุ้มกันเพียงชั่วคราวเท่านั้น การรับวัคซีนซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโดยการฉีดเชื้อโรคที่ตายแล้วหรือถูกทำให้อ่อนแอลงปริมาณเล็กน้อยจึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด

ปัจจุบัน ผู้ปกครองบางท่านอาจลังเลที่จะให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีนเนื่องจากกังวลว่าเด็กจะแพ้ หรืออาจเกิดผลข้างเคียง หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ แทนที่จะได้รับภูมิคุ้มกัน กลับเป็นโรคจากวัคซีนเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื้อโรคที่อยู่ในวัคซีนนั้น อ่อนแอมากหรือตายแล้ว และมีปริมาณเล็กน้อยเท่านั้นจึงไม่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดโรครุนแรงได้เลย

เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปรับวัคซีน รัฐบาลออสเตรเลียในยุคของนาย Tony Abbott จึงมีนโยบายที่เข้มงวดเรื่องการฉีดวัคซีนมากยิ่งขึ้น นโยบายดังกล่าวมีมาตรการให้งดการจ่ายเงินช่วยเหลือการส่งบุตรเข้าสถานเลี้ยงเด็ก (Childcare benefit) ซึ่งรัฐบาลมีค่าใช้จ่ายดังกล่าวสูงถึงหลายพันดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี นายกรัฐมนตรี Tony Abbott กล่าวว่า ผู้ปกครองจะไม่สามารถรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวได้อีกหากยื่นเรื่องไม่ขอให้บุตรรับวัคซีน

นโยบายดังกล่าวซึ่งจะมีผลบังคับใช้ต้นปีหน้า จะยังคงมีข้อยกเว้นให้กับผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพและข้อห้ามทางศาสนา แต่นาย Scott Morrison รัฐมนตรีว่าการการทรวงการบริการทางสังคมของออสเตรเลียกล่าวว่า นโยบายดังกล่าวได้ตัดข้อยกเว้นออกไปค่อนข้างมาก ศาสนาที่มีข้อจำกัดต่อนโยบายดังกล่าวของรัฐจะต้องแจ้งข้อจำกัดนั้นให้ทางรัฐบาลทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งรัฐบาลจะนำมาพิจารณาเพื่ออนุมัติต่อไป ปัจจุบันยังไม่มีศาสนาหลักๆ ที่เข้ามาแจ้งให้รัฐบาลทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น ผู้ที่มีข้อจำกัดทางศาสนาจึงมีจำนวนน้อยมาก

รัฐบาลออสเตรเลียได้ตัดสินใจประกาศใช้นโยบาย “ไม่ฉีด ไม่จ่าย” ดังกล่าวเนื่องจากปัจจุบันมีครอบครัวที่ได้รับสิทธ์ยกเว้นภาษีครอบครัวที่กำหนดให้นำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนถึงร้อยละ 97 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเด็กจำนวน 39,000 คน ที่ไม่ได้รับวัคซีนเนื่องจากผู้ปกครองมีแนวคิดต่อต้านการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 24,000 คน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นาย Tony Abbott กล่าวว่า รัฐบาลมีความกังวลถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ และชุมชนในภาพรวม การตัดสินใจที่จะไม่ให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีนยังไม่ได้รับการรองรับโดยนโยบายสาธารณะหรือการศึกษาค้นคว้าทางการแพทย์ และไม่ควรได้รับการสนับสนุนจากผู้จ่ายภาษีในรูปแบบของเงินช่วยเหลือการส่งบุตรเข้าสถานเลี้ยงเด็กด้วย

นาย Morrison สนับสนุนให้ผู้ปกครองรับฟังคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การนำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดและเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ ดังนั้น หากผู้ปกครองไม่นำบุตรหลานเข้ารับวัคซีน ผู้จ่ายภาษีคนอื่นๆ ก็จะไม่จ่ายเงินค่าช่วยเหลือให้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี Abbott ยังคงปฏิเสธที่จะกล่าวถึงตัวเลขของเงินที่รัฐบาลจะสามารถประหยัดได้จากการบังคับใช้นโยบายดังกล่าว เนื่องจากนโยบายนี้ “ไม่ได้เป็นนโยบายที่นำมาใช้เพื่อการประหยัด แต่เป็นนโยบายเพื่อสุขภาพของประชาชน” เขากล่าว

ไม่ว่าแนวคิดเรื่องสุขภาพของบุตรหลานจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันโรคติดต่อรุนแรงใด ๆ ที่ดีไปกว่าการฉีดวัคซีน

แหล่งข้อมูล:

  1. Parents who refuse to vaccinate children to be denied childcare rebates http://www.theguardian.com/society/2015/apr/12/parents-who-refuse-to-vaccinate-children-to-be-denied-childcare-rebates-reports [September 20, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน