หน้าหลัก » บทความ » วันนี้ ลูกคุณดื่มนมหรือยัง (ตอนที่ 3 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ในปี พ.ศ. 2553 นักวิทยาศาสตร์ที่ Harvard School of Public Health ชี้ให้เห็นว่าสารอาหารที่อยู่ในไขมันจากผลิตภัณฑ์จากนม ชื่อว่า Trans-palmitoleic acid ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบาหวานชนิด 2 นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ด้วย ผลการศึกษาที่ตามมายังพบอีกว่า การหมุนวียนของ Trans-palmitoleic acid ช่วยให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคบาหวานลดลงมากถึง 60 %

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยก็บอกว่าการดื่มนมอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลายโรคได้ช่นกัน เช่น อาการแพ้นมวัว (Cow milk allergy) เด็กบางคนหลังจากกินนมแล้วมีอาการอาเจียน และมีผื่นขึ้นตามตัว เพราะระบบภูมิคุ้นกันต่อต้านโปรตีนบางตัวในนม แต่มีโอกาสน้อยมากที่โรคนี้จะสาหัสขนาดถึงตาย

นอกจากนี้ นมยังมี โปรตีนชนิดหนึ่ง เรียกว่า Casein เป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะย่อยสลายในท้องและทำให้เกิดเป็นโปรตีน ที่ชื่อว่า Casomorphin จากผลการศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มีการตั้งสมมุติฐานว่า Casomorphin ทำให้เด็กที่เป็นโรคออทิสติก อาการย่ำแย่ลง อย่างไรก็ตามผลการวิจัยครั้งนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันว่า ถูกต้อง

งานตีพิมพ์โดยกองทุนวิจัยมะเร็งระดับโลก (World Cancer Research Fund) และสถาบันวิจัยด้านมะเร็งแห่งอเมริกา (American Institute for Cancer Research) ยังบอกอีกว่ามีรายงานการศึกษาอย่างต่ำ 11 ชิ้นที่ระบุว่าการดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมมากเกินไปจะทำให้เกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก

นอกจากนี้ การศึกษาทางการแพทย์ยังแสดงให้เห็นอีกว่า การบริโภคนมนั้นทำให้อาการของโรคบางชนิดย่ำแย่ลง ไม่ว่าจะเป็น โรคลำไส้อักเสบโครห์น (Crohn’s disease) โรคลำไส้ใหญ่โป่งพอง และ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบเนื้อเยื่อ (Behcet's Disease)

นมที่ผ่านกระบวนการ พาสเจอไรส์ (Pasteurization) จะช่วยยืดระยะเวลาการเก็บนมให้ยาวนานขึ้น แต่ในที่สุดนมจะเสีย (Spoil) จนไม่เหมาะสำหรับการบริโภค ส่วนนมที่ผ่านกระบวนการ UHT (=Ultra-high temperature) ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้ย็นก่อนเปิด มีการจำหน่ายนมประเภทนี้โดยไม่แช่ตู้เย็นไปทั่ว อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ละตินอเมริกา และออสเตรลีย

ในพื้นที่ที่เลี้ยงวัวในร่ม จะมีการเพิ่มวิตามิน D ลงในนมด้วย เพราะวัวในพื้นที่ดังกล่าวขาดการรับรังสี UVB (Ultra-violet B) จากแสงแดด นมแบบไร้ไขมันหรือนมที่ผ่านกระบวนการลดไขมันจะได้รับการเติมวิตามิน A เข้าไปด้วย เพื่อทดแทนการสูญสียวิตามินขณะผ่านกรรมวิธีกำจัดไขมัน ส่งผลให้ในหลายครั้ง นมประเภทนี้มีวิตามิน A มากกว่านมปกติทั่วไปเสียด้วยซ้ำ

โดยปกติแล้วจะมีการเพิ่มรสชาติต่างๆ ในนมต่างๆ เพื่อทำให้รสชาติดีขึ้นหรือเพื่อให้ขายดีขึ้น เช่น นมช็อกโกแลต ซึ่งมีจำหน่ายมานานหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับนมสตอบอร์รี และรสอื่นๆ ซึ่งนักโภชนาการบางท่านกล่าวว่า นมที่มีรสชาติต่างๆ จะมีปริมาณน้ำตาลมากขึ้น เพราะส่วนมากเป็นการเติมน้ำเชื่อมที่ผลิตจากข้าวโพดและมีปริมาณน้ำตาลฟรุคโตสสูงไป จนอาจทำให้เด็กหลายคนที่ดื่มบ่อยๆ เป็นโรคอ้วนได้

แหล่งข้อมูล:

  1. Milk - http://en.wikipedia.org/wiki/Milk [2013, July 8].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน