หน้าหลัก » Blogs » วัยก่อนเข้าเรียน - ดูแลอย่างไร ไปสู่ความเป็นเลิศ ตอนที่ 44 : เตรียมความพร้อมเข้าโรงเรียน (2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เตรียมความพร้อมเข้าโรงเรียน

ลิซ่า แฟร้งค์ (Lisa Frank) ครูแห่งโรงเรียนประถมศึกษาแม็คคลอสกี้ (McCloskey Elementary School) ในเมือง Philadelphia รัฐเพ็นซิลเวเนีย มีเด็กวัยก่อนเข้าเรียน (Pre-school) ในชั้นที่ชื่อว่า “อนาคตสดใส” (Bright Future Pre-K) เธอได้ทดลองหลากหลาย ตั้งแต่โยคะ ไปจนถึงภาษาใบ้ (Sign language) อันเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเธอ “เนรมิต” [ดัดแปลง] ชั้นเรียนให้กลายเป็นสภาพเป็นทะเลที่เต็มไปด้วยกระดาษห่อ (Wrap) สีน้ำเงินและเสียงกังวาน (Cling) พร้อมแผ่น CD เสียงคลื่นน้ำทะเลเบาๆ ขับกล่อมช่วงงีบ (Naptime) รวมทั้งของขบเคี้ยวที่เป็นเยลลี่รสบลูเบอรรี่สีคราม (Blueberry Jell-O) และกัมมี่เยลลี่รูปปลาสีต่างๆ (Swedish fish)

ทำไมปัจจุบันศูนย์ดูแลเด็ก (Child care) ก่อนวัยเข้าเรียน จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ? มีหลายเหตุผลที่อธิบายถึงโปรแกรมยอดนิยมดังกล่าว จำนวนแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านทวีขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความต้องการผู้ดูแลวิชาชีพ (Professional caregiver) ที่จัดให้มีบริการต่างๆ รวมทั้งโปรแกรมสำหรับเด็ก 3 ถึง 5 ขวบ

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่จำนวนมากที่ผิดหวัง (Frustrated) และไม่พอใจในความพยายามที่จะหาโปรแกรมคุณภาพสำหรับลูกของตน เขาเชื่อมั่นว่า รัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น ผู้กำหนดนโยบาย [กระทรวงสาธารณสุข] และนักการเมือง [ผู้แทนราษฎร] ควรร่วมกันทำงานเพิ่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน

พ่อแม่ที่ต้องทำงานทั้งคู่ เชื่อมั่นว่าศูนย์ดูแลเด็กของรัฐ คือทางออกสำหรับการสนองตอบความต้องการในการดูแลลูกของ

เขา เป็นความรับผิดชอบของรัฐในการจัดให้มีโปรแกรมสำหรับเด็กวัยก่อนเข้าเรียน พ่อแม่หลายคนไม่สามารถส่งลูกไปอยู่ตามศูนย์ดูแลเด็กของเอกชน จึงหวังพึ่งพารัฐในการจัดให้มีศูนย์ดังกล่าว ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงเกินไปนัก

กำลังพลทำงาน (Workforce) ที่มีการศึกษาย่อมช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ผู้นำธุรกิจจำนวนมากเล็งเห็นว่า การศึกษาเด็กปฐมวัย (ซึ่งเริ่มต้นในเด็กวัยก่อนเข้าเรียน) เป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาแรงานให้มีทักษะสร้างผลผลิตสูง (Productive) และให้สามารถแข่งขันในระดับโลก (Global) ได้

โปรแกรมเด็กวัยก่อนเข้าเรียน ได้รวมทักษะและพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการทำงาน (Work-related) ตัวอย่างเช่น วิธีการเรียนรู้ (Disposition) เป็นจุดมุ่งหมาย (Goal) สำคัญของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน อาทิ การควบคุมตนเอง (Self-regulation) การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกิจวัตร เป็นพฤติกรรมจำเป็นในสถานทำงาน

เช่นเดียวกัน การอ่านออก-เขียนได้ (Literacy) ซึ่งเป็นทักษะการทำงานที่จำเป็น เริ่มต้นที่เด็กวัยก่อนเข้าเรียน การเรียนรู้ที่จะอ่านได้ เป็นลำดับต้นๆ ของความสำคัญ (Priority) ในเด็กวัยก่อนเข้าเรียน ดังนั้น การวางรากฐาน (Foundation) ของการอ่านแต่เนิ่นๆ จึงชอบด้วยเหตุผล

การศึกษาของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน ที่มีคุณภาพจะเกิดประโยชน์แก่เด็กทุกกลุ่มของเศรษฐกิจและสังคม โดยช่วยตระเตรียมเด็กเล็กให้ประสบความสำเร็จในโรงเรียนในเวลาต่อมาของชีวิต แล้วเจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี ประกอบสัมมาอาชีวะ เสียภาษีตามหน้าที่ และมีแนวโน้มต่ำในการก่ออาชญากรรม

แหล่งข้อมูล:

  1. Morrison, George S. (2014). Fundamentals of Early Childhood Education (7th Ed). ป Upper Saddle River, NJ: Pearson Education, Inc.
  2. Preschool - http://en.wikipedia.org/wiki/Preschool [2015, February 5].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน